วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยปืนกระบอกจิ๋ว‘บิ๊กแจ๊ด’เผลอใส่ติดกระเป๋า! (ชมคลิป)

รอ10วันอัยการยุ่นชี้ลูกชายหาหลักฐานสู้ยันไม่มีเจตนาพกพาทอท.โต้สแกนไม่พบ

ทางการญี่ปุ่นควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ส่งให้อัยการเรียบร้อยแล้วเพื่อพิจารณาคดี สั่งฟ้องหรือไม่ กว่าจะรู้ผลว่าหมู่หรือจ่าคาดภายใน 10 วัน ตำรวจใกล้ชิดรวบรวมเอกสารหลักฐานรูปถ่ายปืน ที่เจ้าตัวเคยสัมภาษณ์ลงนิตยสารส่งผ่านสถานทูตไทยถึงแดนอาทิตย์อุทัย ยืนยันอาวุธปืนถูกต้องและเผลอติดไปในสัมภาระจากประเทศไทย โดยไม่มีเจตนา กระทำผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ฝ่ายการท่าฯ ระบุตรวจค้นไม่พบปืนทั้งที่ตัวและกระเป๋าเดินทางของ “บิ๊กแจ๊ด” ก่อนขึ้นเครื่องบิน ด้านนักศึกษาไทยถูกจับปืนที่ปากีสถานกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว



กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) หรือ “บิ๊กแจ๊ด” นายตำรวจดัง ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมคาสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยหลังไปดูงานพร้อมคณะยังดินแดนปลาดิบ เจ้าหน้าที่พบปืนลูกโม่ขนาดเล็ก North American Arms ขนาด .22 พร้อมกระสุน โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ชี้แจงว่า เก็บปืนดังกล่าวไว้นานมากจนกระทั่งลืมไม่รู้ว่าปืนอยู่ในกระเป๋า ตำรวจญี่ปุ่นยังควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี การจับอดีตนายพลข้อหามีปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง กลายเป็นเผือกร้อนถึงหน่วยงาน การท่าอากาศยานต่างแจงว่า ด่านตรวจไม่พบปืนดังกล่าวซุกซ่อนออกนอกประเทศ

ความคืบหน้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 25 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. พกพาอาวุธปืนผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกนอกประเทศไปได้ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 รับไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ และยังไม่ได้รับการประสานงานจากทางการประเทศญี่ปุ่นในเรื่องของคดีความ ส่วนตัวเชื่อว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ได้ตั้งใจที่จะพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน คดีต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศญี่ปุ่น โดยกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมให้ความช่วยเหลือ หากมีการประสานมาจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์


ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสายการบิน มาสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์พกพาอาวุธปืนผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกนอกประเทศไปได้อย่างไร เบื้องต้นได้รับรายงานว่า การตรวจคนขาออกไม่พบความผิดปกติ แต่อาวุธปืน ที่หลุดรอดออกไปได้นั้น อยู่ในสัมภาระที่โหลดเข้าเครื่องบิน โดยต้องมีการตรวจสอบว่ามีการตรวจสัมภาระ ทุกชิ้นหรือไม่ หรือมีส่วนบกพร่องในจุดใด ส่วนราย ละเอียดต่างๆ ต้องรอให้มีการตรวจสอบแล้วเสร็จก่อน

มีรายงานว่า อาวุธปืน North American Arms ขนาด .22 ที่ถูกทางการญี่ปุ่นค้นเจอนั้น เป็นกระบอกเดียวกันกับที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เคยให้สัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสาร “COP’S” คอลัมน์เขี้ยว–เล็บมือปราบ สมัยดำรงตำแหน่งรอง ผบช.ภ.1 ครั้งนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์นำปืนทั้งหมดออกมาให้ถ่ายรูป ระบุว่า ปืนกระบอกนี้เป็นอาวุธคู่กาย 1 ใน 4 กระบอก ที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ประจำ บรรจุกระสุนได้ 5 นัด ด้ามทำด้วยพลาสติกพับเก็บได้ ปืนมีขนาดเล็ก จะใช้เหน็บเข็มขัด เวลาพกจะคล้ายวิทยุติดตามตัวทำให้ไม่มีคนรู้ ทั้งนี้ นายตรีลุพท์ หรือโบลิ่ง ธูปกระจ่าง ลูกชาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้นายตำรวจใกล้ชิดรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน รวมทั้งรูปภาพถ่ายปืนและข้อความให้สัมภาษณ์ลงในนิตยสารไปเป็นหลักฐานส่งผ่านสถานทูตไทยเพื่อยืนยันว่า เป็นปืนถูกต้องตามกฎหมายที่ติดอยู่ในสัมภาระจากประเทศไทย โดยไม่มีเจตนากระทำความผิดกฎหมายของญี่ปุ่นแต่อย่างใด นายตำรวจผู้ใกล้ชิด “บิ๊กแจ๊ด” เปิดเผยด้วยว่า ทางการญี่ปุ่นจะควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ส่งให้อัยการเรียบร้อยวันนี้ ส่วนจะทราบว่าอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 10 วันถึงรู้ผล


ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวชี้แจงมาตรการรักษาความปลอดภัย กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนถูกจับคดีอาวุธปืนที่ญี่ปุ่น โดยมีนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายเพ็ชร ชั้นเจริญ รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ ร่วมแถลงข่าว นายศิโรตม์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 640 เวลา 23.50 น. จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่องบิน และการตรวจค้นร่างกายตามขั้นตอนของมาตรการตรวจค้นเป็นอย่างดี ที่จุดตรวจค้นสำหรับผู้โดยสาร Premium ของสายการบินไทย โดยไม่พบว่ามีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระถือขึ้นเครื่องบินแต่อย่างใด สำหรับในส่วนของสัมภาระที่บรรทุกใต้ท้องเครื่องบินของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้รับการตรวจค้นตามขั้นตอนของมาตรการการตรวจค้นด้วยเช่นกัน และปรากฏว่าไม่พบวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยานผ่านออกไปยังต่างประเทศ

ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวด้วยว่า ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ทสภ. เป็นไปตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 และข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อเสนอแนะในภาคผนวกที่ 17 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ซึ่งที่ผ่านมา ทสภ. ได้รับการตรวจสอบ (Audit) และประเมิน (Assess) จากกรมการบินพลเรือน องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางอากาศระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ หน่วยงาน Transportation Security Administration หรือ TSA จากประเทศสหรัฐอเมริกา หน่วยงาน Office of Transport Security หรือ OTS จากประเทศออสเตรเลียมาโดยตลอด พบว่าการตรวจค้นสัมภาระของ ทสภ. ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ถูกสั่งให้แก้ไขหรือมีข้อบกพร่อง Finding แต่อย่างใด การนำอาวุธปืนไปกับอากาศยานระหว่างประเทศนั้น สามารถทำได้ แต่ต้องมีการดำเนินการตามมาตรฐานและขั้นตอนที่ ทอท.กำหนด โดย ทอท.จะอนุญาตให้เฉพาะภาครัฐหรือหน่วยงาน องค์กรที่ภาครัฐให้การรับรอง และที่มีหนังสือถึง ทอท.เพื่อขออนุญาตเป็นการล่วงหน้า เช่น การขอนำอาวุธปืนไปแข่งขันกีฬา เป็นต้น ส่วนกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทอท.ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหนังสือขออนุญาตแต่อย่างใด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามถึงการช่วยเหลืออดีต ผบช.น.จะเหมือนกรณี 5 นักศึกษาไทย ถูกจับปืนที่ปากีสถานหรือไม่ว่า ที่ไหนก็เหมือนกัน ทำไมผู้สื่อข่าวจะต้องมาถามซักไซ้เช่นนี้

เมื่อตนพูดอย่างนี้ก็ต้องเข้าใจกันแล้ว สื่อจะต้องมาถามเซ้าซี้หรือไง จะเอาไปพาดหัวหรืออย่างไร ว่า เรื่องของคนนั้นคนนี้ จะต้องปลดคนนั้นสนามบินนี้ ปลดให้หมดเลย อีกหน่อยก็ไม่มีคนทำงาน เครื่องบินก็ไม่มีบิน นักบินต้องเลิกทั้งหมด เพราะคนถูกปลดกันหมด ตำรวจก็ต้องเลิก ไม่ต้องทำงานกลายเป็นอนาธิปไตย รบกันเอง ไม่มีกรรมการก็ว่ากันไป

ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 12.30 น. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เผยว่า กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์พกปืนออกนอกประเทศและถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องดังกล่าวมอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปทำการวิเคราะห์พร้อมหาข้อเท็จจริงเรื่องการตรวจสอบอาวุธก่อนออกจากสนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้ง ให้ ทอท.เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องนี้มีรายละเอียดทางเทคนิคสูง เบื้องต้นการตรวจสอบจะมอง 2 ประเด็น บกพร่องจากระบบและเครื่องมือในการตรวจสอบจนไม่พบอาวุธปืน หรือเป็นความบกพร่องของพนักงานในการทำหน้าที่ขณะตรวจสอบที่ไม่มีความละเอียดในการตรวจสอบ

พล.อ.อ.ประจินเผยต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมีผลกระทบต่อมาตรฐานการบิน ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ท้วงติงมายังกรมการบินพลเรือนหรือไม่นั้น ต้องดูว่าเหตุการณ์นี้มีการพกพาปืนไปด้วยวิธีไหน พกไปเองหรือโหลดใต้ท้องเครื่องบิน หากจะพกพาอาวุธไปจะต้องมีใบอนุญาต และต้องขออนุญาตด้วย เรื่องนี้ทั้ง ทอท.และสายการบินชี้แจงชัด ว่าไม่มีการขออนุญาตนำอาวุธออกไปแน่นอน กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อ้างว่าพกปืนไปจากไทยนั้น เรื่องนี้ขอยืนยันว่า ซีทีเอ็กซ์ของไทยได้รับการตรวจทุกปีจากหน่วยงาน TSA และเพิ่งได้รับการตรวจเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ TSA กำลังเข้ามาตรวจ เครื่องซีทีเอ็กซ์ของไทยผ่านมาตรฐานการตรวจสอบทุกปี ปกติหลังตรวจจะมีการแถลงข่าว ว่าระบบมีการตรวจสอบได้มาตรฐานตลอด

สำหรับความคืบหน้าคดี 5 นักศึกษาไทยถูกจับอาวุธปืนที่ประเทศปากีสถาน มีรายงานว่า นายต่วนอับดุลรอซะ ลอจิ อายุ 23 ปี 1 ใน 5 นักศึกษาเดินทางไปถึงบ้านเกิด เลขที่ 41/2 หมู่ 2 ต.บางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมีนายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี นายจรัญ จันทรปาน นอภ.หนองจิก พร้อมคณะไปให้กำลังใจ นายต่วนอับดุลรอซะ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างซับซ้อนและขอไม่เปิดเผยเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ของปากีสถานดูแลอย่างดี ไม่มีการทุบตีแต่อย่างใด เพราะให้ความสำคัญต่อชาวต่างชาติอย่างมาก ส่วนอาวุธปืนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีและถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจากเพื่อนได้ฝากมาให้ ตนไม่ทราบว่าของในลังนั้นเป็นอะไร

ส่วน นายฟารุด สูทอก อายุ 19 ปี นักศึกษาอีกราย เดินทางถึงบ้านเกิดเลขที่ 45/3 หมู่ 1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ท่ามกลางความดีใจของญาติพี่น้อง นายฟารุดกล่าวว่า วันเกิดเหตุได้เดินทางออกจากโรงเรียนไปยังสนามบิน พร้อมเพื่อนนักศึกษาชาวไทยรวม 5 คน จากนั้นมีการตรวจค้นพบปืนในกล่องจึงถูกควบคุมตัวไว้ระหว่างการควบคุมมีการสอบปากคำทุกวัน แต่ตนไม่เกี่ยวข้องใดๆ และระหว่างควบคุมตัวก็ได้รับการประสานจากสถานทูตไทยและรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิดจนถูกปล่อยตัว ส่วนคดีไม่ทราบรายละเอียดเลย

ทางการญี่ปุ่นควบคุมตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ส่งให้อัยการเรียบร้อยแล้วเพื่อพิจารณาคดี สั่งฟ้องหรือไม่ กว่าจะรู้ผลว่าหมู่หรือจ่าคาดภายใน 10 วัน...