วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ อัดสื่อเลือกข้างรับมีอารมณ์ (ชมคลิป)

ต้องทํางานเยอะม.44 เด้ง 70 ขรก.สกัดส่อแววโกง

36 อรหันต์เริ่มแล้วไล่ปรับ-แก้ร่าง รธน. โชว์โมเดลสภาขับเคลื่อนฯสุดซับซ้อนซ่อนเงื่อน อำนาจ ถอดถอนของ ส.ว.ใกล้หลุดลอย กมธ.เล็งชงใส่มือศาลฎีกาฯแทน “บิ๊กตู่” ยังอารมณ์ค้างเอ็ดสื่ออย่า จวกพวกเลือกข้างจ้องจองล้างจองผลาญเยอะ โอดฟิลลิ่งฟุ่มเฟือยเพราะงานหนัก แต่เป็นมิตรกับทุกสื่อ ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร “ดาวดิน-โต้กลับ” แฉโดนทหาร-ตร.นอกเครื่องแบบตามประกบแจ ประกาศกร้าวจะต่อสู้โค่นล้มเผด็จการ เสื้อแดงมาสมทบร่วมกิจกรรมอนุสาวรีย์ ปชต. นายกฯออกอาการเซ็งกลุ่มต้าน ลั่นทำแล้วได้อะไรขึ้นมา “บิ๊กตู่” ชัก ม.44 เด้ง-ย้าย 70 ขรก.ส่อโกงอีกระลอก แถมปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯอีกหนึ่งเข้ากรุสำนักนายกฯ

การปรับแก้รายมาตราร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯเป็นประธานได้เริ่มประชุมเพื่อพิจารณาแล้วเป็นวันแรก

เริ่มแล้ว กมธ.ยกร่างฯไล่แก้รายมาตรา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณารายมาตราวันแรกของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯเป็นประธานการประชุมว่า จะเริ่มจากบททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน ไล่รายมาตรา ซึ่งอาจปรับใช้ถ้อยคำใหม่ให้เหมาะสมขึ้น เช่น ชื่อของหมวดที่ ครม.เสนอว่า ภาค 1 พระมหากษัตริย์ ตัดคำว่า และประชาชนออก ส่วนรายละเอียดไม่น่าจะมีการแก้ไขมากนัก รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ จากเดิมที่กำหนดว่า จะต้องกระทำต่อหน้าพระพักตร์ เป็นกระทำต่อพระมหากษัตริย์หรือผู้ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้แทนพระองค์หรือรัชทายาทที่ทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 โดยในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็คงต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกันด้วย

วางกรอบหลายชั้นให้ ก.ม.ลูกแก้ยาก

นายคำนูณกล่าวต่อว่า กรณีการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญยากกว่า พ.ร.บ.ทั่วไปหรือไม่ เพราะเป็นการยกเอาหลักการจากรัฐธรรมนูญไปไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ควรมีหลัก ประกันว่าหลักการเหล่านั้นจะไม่ถูกแก้ไขได้โดยง่าย คือต้องยากกว่าการแก้ พ.ร.บ.ทั่วไป ส่วนการล็อบบี้ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยืดอายุให้ คสช.อยู่ต่อ ตนไม่เชื่อว่า สปช.จะถูกควบคุมจากปัจจัยภายนอกให้คว่ำรัฐธรรมนูญ เพราะ สปช.ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพมา จึงเชื่อว่าจะใช้วิจารณญาณพิจารณาร่างสุดท้ายอย่างดีที่สุด

ซับซ้อนซ่อนเงื่อนสภาขับเคลื่อนฯ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญว่า กมธ.ยกร่างฯ มีแนวโน้มที่จะปรับโครงสร้างของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่บัญญัติไว้ในร่างแรกของรัฐธรรมนูญจากเดิมที่กำหนดให้มีสมาชิกจำนวน 120 คน แต่จะกำหนดใหม่ให้มีคณะกรรมการชุดหนึ่งชื่อว่า “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ” มีจำนวน 20 คน ทำหน้าที่ในการกำหนดประเด็นในการปฏิรูปประเทศ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้คัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นคณะทำงานหรือคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปในประเด็นต่างๆ จะร่วมกันภายใต้อีกองค์กรหนึ่ง ซึ่งจะมีการตั้งชื่อใหม่ขึ้นมาแทน “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 กำหนด เพื่อป้องกันความสับสนเนื่องจากชื่อซ้ำกัน กมธ.ยกร่างฯมีแนวโน้มที่จะบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณายกร่างฯนี้

ริบอำนาจสอยจาก ส.ว.ให้ศาลฎีกาฯ

โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการปรับลดอำนาจของ ส.ว.กมธ.ยกร่างฯ มีแนวคิดจะใช้กลไกในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยใช้กลไกของศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะที่ผ่านมากลไกการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของวุฒิสภา ไม่ประสบผลสำเร็จจึงต้องหารือว่า หากจะให้ ส.ว.มีสิทธิถอดถอนได้ก็ต้องเป็น ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร

“เทียนฉาย” เร่ง ก.ม.ปฏิรูป 70 ฉบับ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบติดตามและประเมินผล ป.ป.ช. (คตป.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะคณะกรรมการ คตป. เข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุม นายเทียนฉายกล่าวถึงการหารือเพื่อวางแนวทางการทำงานเรื่องปฏิรูปในช่วงเวลาที่เหลือยู่ของ สปช.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ว่า ภาพรวมถือว่าดี เป็นการปรึกษาหารือ เพื่อให้แน่ใจว่างานในช่วงสุดท้ายของ สปช.จะเสร็จตามกำหนดและราบรื่น เพราะภารกิจสำคัญของ สปช.คือการทำแผนปฏิรูปเพื่อส่งให้ ครม.พิจารณา สิ่งที่ สปช.จะดำเนินการหลังจากนี้คือ การเร่งพิจารณาเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกว่า 70 ฉบับให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว สปช.จะทำงานได้ตามเป้าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ถ้าจะตกหล่นคงไม่มาก แต่จะพยายามไม่ให้มีเรื่องตกหล่น

เปิดฟรีโหวต สปช.ลงมติร่าง รธน.

นายเทียนฉายกล่าวว่า ส่วนการลงมติโหวตร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.จะให้อิสระสมาชิก สปช. ทุกคนในการลงมติ เป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ซึ่งในช่วงเวลาหลังจากวันที่ 22 ส.ค.ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาให้สปช. จะให้สมาชิกทุกคนได้ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด อาจจะงดประชุม สปช.ในช่วงหลังจากวันที่ 22 ส.ค. เพื่อให้สมาชิกมีเวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เว้นแต่จะมีการประชุมจำเป็นเร่งด่วน ส่วนที่สมาชิก สปช.บางส่วนชี้นำให้มีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะพูดอย่างไรก็ได้ กระแสตอนนี้มีทั้งให้โหวตคว่ำและโหวตผ่าน แต่ยืนยันว่า สปช.ทุกคนมีอิสระในการลงมติ

“เสรี” จวก “บวรศักดิ์” มโนขนม 200 ชิ้น

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่อัยการไม่เห็นด้วยกับ กมธ.ยกร่างฯ ที่กำหนดให้ปรับสัดส่วนคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) คนนอก 1 ใน 3 และให้ประธาน ก.อ. มาจากบุคคลภายนอกได้ ว่า กมธ.กฎหมายฯ ได้เสนอขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่คล้ายกับข้อเสนอของอัยการ คือ ให้ยึดแนวทางปฏิบัติเดิมเอาไว้ เพื่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ ไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ ส่วนกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ บอกให้ สปช.อย่าห่วง “ขนม 200 ชิ้น” จากตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ว่า ถือเป็นการดูถูกสมาชิก สปช.ด้วยกัน หาว่าเห็นแก่ตำแหน่งในอนาคต ไม่ต่างจากกรณีที่เคยพูดถึงมวลชนเสื้อแดงจนเป็นปัญหา แล้วก็ต้องออกมาแก้ต่างว่าไม่ได้เจตนา ซึ่งการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันด้วยเหตุและผล ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง และขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่า ผลโหวตจะเป็นอย่างไร ที่ให้ความเห็นกันออกมาก็เพียงแค่เดากันไป

อัยการร่อน จ.ม.เปิดผนึกค้าน ม.228

นางชนิญญา ชัยสุวรรณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง กล่าวถึงกรณีที่อัยการร่วมลงชื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในมาตรา 228 ที่เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงอัยการว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อจากอัยการที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามาต่อเนื่อง อัยการส่วนใหญ่เพิ่งรับทราบเรื่องนี้ ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีการแก้ไขในมาตรา 228 เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับอัยการ และเป็นการเปิดช่องว่างให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคใด กำลังอยู่ระหว่างการร่างจดหมายเปิดผนึกเพื่อแสดงจุดยืนของอัยการที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งนี้หากร่างจดหมายเปิดผนึกเสร็จสิ้นแล้ว จะแถลงจุดยืนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมส่งจดหมายเปิดผนึกรายชื่ออัยการทั้งหมดที่ไม่เห็นด้วย แนบความเห็น อสส. ส่งไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รัฐบาล และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาต่อไป


งานเบิร์ธเดย์ 70 ปี “บิ๊กตุ้ย” คึกคัก

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่บ้านสวนทวดจีบ ธัญญะคลอง 4 จ.ปทุมธานี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.ทบ.เปิดบ้านสวนทวดจีบให้ พ่อค้า นักธุรกิจ นักการเมือง เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 70 ปี โดยมี พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ที่ปรึกษากองทัพบกตัวแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผบ.ทบ.เข้าอวยพร นอกจากนี้มีนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน นายชินวัตร หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำนปช.

อย่าให้ใครด่า รธน.ปากกระบอกปืน

พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า โรดแม็ปของรัฐบาล น่าจะเป็นไปตามนั้นเพราะเป็นเสมือนสัญญาประชาคมถ้าไม่มีอะไรสุดวิสัยก็จะเป็นไปตามโรดแม็ป ประกอบกับประเทศในโลกประชาธิปไตย ต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขณะที่เหตุสุดวิสัยจะเป็นอย่างไรตนไม่รู้ แต่ถ้ายิ่งเร็วเมื่อไหร่ก็ยิ่งดี ส่วนแนวโน้มการคว่ำร่าง รธน.ของ สปช. ก็มีตัวอย่างรธน.ที่ใช้แล้วมีปัญหาก็น่าที่จะต้องปรับแก้ไข เพราะเป็นโอกาสดีที่ ที่จะร่าง รธน.ขึ้นมาให้เป็นประชาธิปไตย อย่าให้ใครด่าได้ว่าเป็นร่าง รธน.ที่มาจากปากกระบอกปืน ส่วนจะเป็นที่ยอมรับหรือไม่นั้น ก็คงเป็นไปตามขั้นตอนเพราะทุกคนมีความหวังดีต่อประเทศชาติ ที่สำคัญต้องอย่าเห็นแก่พรรคพวกหรือประโยชน์ส่วนตัว คิดว่าน่าจะแก้ไขเนื้อหาเพราะที่ผ่านมาประเทศชาติมีแต่วิกฤติ จึงขอให้กำลังใจนายกฯและหวังว่านายกฯจะแก้ปัญหาโดยราบรื่น เพราะนายกฯเป็นคนมีความสามารถมีความอดทน ขอให้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาทุกด้าน

ติงอย่ามากหมอมากความคดีข้าว “ปู”

เมื่อถามถึงคดีโครงการรับจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกำลังถูกดำเนินคดีในศาล พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเชื่อในความยุติธรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำไปตามมติ ครม.ที่ต้องทำตามสัญญาและคงมีความยุติธรรมและความหวังดีต่อกันบ้าง ไม่ใช่เป็นศัตรูกันจนประเทศชาติไม่มีความสุข ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเพราะความยุติธรรมจะทำให้โลกดีขึ้น ทำให้ทุกคนไม่มีปัญหาหากตัดสินด้วยความยุติธรรม หากตัดสินด้วยความอยุติธรรม จะทำให้ประเทศอยู่ไม่ได้ ซึ่งไม่ชอบที่จะมามากหมอ มากความ อะไรๆก็ฟ้องไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ทั้งนี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ได้มอบของที่ระลึกให้ผู้มาร่วมงานเป็นไฟฉาย ก่อนที่จะกล่าวด้วยว่า “เอาไว้ส่องหาทาง เผื่ออยู่ในที่มืดจะได้เจอแสงสว่างและส่องหาประชาธิปไตย“

200 อดีต ส.ส.รวมพลสู้คดีถอดถอน

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 26 มิ.ย. อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 200 คน ที่ถูกยื่นถอดถอนสืบเนื่องจากการร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. จะเดินทางมายังรัฐสภาเพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติม โดยเราได้ประสานกับทางสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะไปพร้อมกันทั้งหมดที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 ประมาณ 10 โมงเช้า แล้วให้ประธาน สนช.หรือตัวแทนเป็นผู้มารับเรื่อง อย่างไรก็ตามคงต้องเข้าแถลงเหตุผลประกอบเพื่อให้ทางสภาพิจารณาว่าจะรับหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ โดยวันที่ 26 มิ.ย. เป็นเพียงการประชุมนัดแรกของทางสภาเพื่อที่จะกำหนดวันแถลงเปิดคดีเท่านั้น ถ้ากำหนดวันแล้ว ก็คงจะต้องมีการจัดคิว จัดลำดับวันสำหรับผู้จะมาชี้แจง ซึ่งทุกคนก็อยากจะชี้แจงด้วยตัวเอง

ผ่าน 3 วาระรวดร่าง ก.ม.องค์ประกอบ ก.ศ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (องค์ประกอบคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม) โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักอาวุโส และข้าราชการศาลยุติธรรมผู้ดำรงตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้รับเลือกเป็นกรรมการยังไม่สอดคล้องกับการจัดประเภทตำแหน่ง และระดับตำแหน่งของข้าราชการศาลฯที่ได้เปลี่ยนแปลง โดยให้แก้ไขในมาตรา 18 (1) ให้ประธานศาลอุทธรณ์ทำหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.) จากเดิมที่เป็นรองประธานศาลฎีกาอาวุโสสูงสุด และในมาตรา 18 (3) แก้ไขถ้อยคำตามระบบข้าราชการจากที่เคยใช้การจัดระดับมาตรฐานกลาง (ซี 11 ระดับ) เป็นการจัดระดับประเภทตำแหน่ง (4 ประเภท) และให้มีการแก้ไขบทเฉพาะกาลให้ผู้ที่เป็น ก.ศ.เดิม ยังทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าครบวาระในอีก 1 ปีเศษ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณา 3 วาระรวด และให้มีการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนน 176 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง

“บิ๊กตู่” อารมณ์ค้างเอ็ดสื่ออย่าเยอะ

เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (เอียซ่า) จะประกาศท่าทีต่อมาตรฐานการบินของประเทศไทยว่า ไม่มี ยังไม่ประกาศอย่าเพิ่งไปตื่นตระหนก ก็แก้กันต่อไปจะทำอะไรได้ ผิดกติกาต้องยอมรับความผิดบ้าง ในเมื่อเราผิดกติกาก็ต้องแก้ไขปัญหาไม่ใช่ว่ากันไปกันมาจนแย่ไปกว่าเดิม พูดกันแต่เรื่องแบบนี้ถามว่าได้อะไรขึ้นมา การลงทุนที่จะมาลงทุนก็เลิกทั้งหมด ขอถามว่าใครจะรับผิดชอบแทนตน ตนขอสื่อแค่นี้ วันนี้เขียนโจมตีตนเยอะไปหมด แต่ไม่ได้กลัวอยู่แล้ว อยากเขียน เขียนไป แต่ต้องให้ความเป็นธรรมตน

ซึ่งตนจะไปถามคนทั้งประเทศ ว่าเขาจะว่าอย่างไร หลายคนเขาก็ไม่ชอบเขียนแบบนี้ทำไมต้องเขียนแบบนั้น เขียนว่าตนไปกดดันไม่ให้พูด ทำไมสื่อมีอำนาจเหนือตนตรงไหน กลายเป็นตนผิดหมด หรือสื่อต้องมีอำนาจพิเศษ ถามได้ทุกอย่าง ก็เป็นเรื่องของนายกฯอยากตอบก็ตอบ ไม่อยากตอบก็อย่าตอบ สื่อต้องกลับไปถามกันเองบ้าง เรื่องบ้างเรื่องไม่ใช่เรื่องสื่อก็อย่าถาม สิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ได้มีสิทธิเหนือกว่าตนเป็นประชาชนเท่ากัน ทุกคอลัมน์ ทุกหนังสือพิมพ์เขียนตลอดว่านายกฯอารมณ์เสีย

นักข่าวแห่เดินหนีนึกว่าบอยคอต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ บ่นเรื่องสื่อที่ทางเชื่อมตึกสันติไมตรี นักข่าวสายเศรษฐกิจประจำทำเนียบรัฐบาลประมาณ 10 คนที่ยืนฟังคำสัมภาษณ์อยู่ด้วย จู่ๆได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์นายกฯ อย่างกะทันหันโดยพร้อมเพรียงกัน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับพูดว่า ทำไม เป็นอะไรกันเหรอ ซึ่งนักข่าวสายเศรษฐกิจกลุ่มดังกล่าวได้หันมาตอบว่า จะไปฟังแถลงผลการประชุมเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ตึกนารีสโมสร ขณะที่สื่อสายการเมืองรีบบอก พล.อ.ประยุทธ์ว่า ไม่ได้เดินหนีหรือบอยคอต ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่า ทีหลังจะเดินออกกะทันหันแบบนี้ก็ต้องบอกว่า “ขออนุญาตครับสิ นึกว่าโมโหแล้วเดินหนี เดี๋ยวเหอะ ไปฟังแถลงแล้วก็เขียนกันด้วย”

อัดสื่อเลือกข้างจองล้างจองผลาญ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า “อะไรต่างๆ ที่มันหงุดหงิดไม่ใช่ผมอยากหงุดหงิด และผมไม่เคยดูถูกท่านซักคน เพียงแต่เวลาท่านถามขอให้ดูอารมณ์ผมนิดหนึ่ง ผมจะตอบผมก็ดูอารมณ์ของผม และดูอารมณ์ท่าน ผมไม่ใช่ศัตรูท่านซักสื่อ แต่ทำไมมันจองล้างจองผลาญกันนัก ผมไม่เข้าใจ มันก็เป็นสื่อเลือกข้างเหมือนเดิมนั้นแหละ ไม่อยากจะพูด อยากให้ทุกคนใจเย็นกันบ้าง ถ้าทุกคนใจร้อนหมด ผมก็ใจร้อน ซึ่งผมใจร้อนกว่าท่านอยู่แล้ว เวลา ผมจำกัด ผมเริ่มทุกอย่างให้ได้เป็น 100 เรื่องโดยจะเริ่มทำส่วนที่ 1 ขณะส่วนที่ 2 ที่ทำไม่ได้จะส่งต่อให้รัฐบาลหน้า”

โอดอารมณ์ฟุ่มเฟือย-ก็งานมันหนัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นแถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็แถลงไป เวลาอย่างนี้เล่นงานตน เวลาพวกคุณทำความผิด ไอ้สมาคมฯทำอะไรให้ตนบ้าง มีไหม เมื่อถามว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯแถลงข่าวปฏิเสธ ไม่ใช่เรื่องจริงจากกรณีที่นายกฯ ระบุว่า นักข่าวได้รับใบสั่งให้เขียนถึงรัฐบาลในทางที่ไม่ดี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ตนเห็นแล้ว แล้วทำไมไปทำนองนั้น ซึ่งวิธีการเขียน มันเขียนแบบนั้น เอาล่ะไม่ได้โกรธกันอยู่แล้ว เพียงแต่มีอารมณ์บ้าง เพราะต้องคิดงานอะไรต่างๆเยอะเพื่อขับเคลื่อนทั้งประเทศ สั่งการทั้งประเทศไม่ใช่นั่งฟังเสนอมาแล้วอนุมัติอย่างเดียว

ลั่น “สื่อกับผม” ไม่มีใครเหนือใคร

เมื่อถามว่า สื่อที่เป็นมิตรกับนายกฯก็มีเยอะ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เป็นมิตรทุกสื่อ ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับท่าน แต่ไม่ใช่มีอำนาจเหนือผมไม่ใช่ ผมไม่มีอำนาจเหนือท่าน และท่านไม่มีอำนาจเหนือผมแค่นั้นเอง เราต้องร่วมกันทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้ ให้ต่างชาติเขาให้เกียรติเรา ให้ต่างชาติมองว่าประเทศไทยคลี่คลายความขัดแย้งได้ในเวลานี้ ทำไมไม่เขียนทำนองนี้ อย่างอื่นก็กระเซ้าเย้าแหย่ธรรมดา ผมไม่ได้โกรธ แต่เขียนในเชิงที่ว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย และเรื่องการเมืองอยู่นั้นแหละ ซึ่งวันนี้การเมืองยังไม่เกิด ยังไม่มี เดี๋ยวค่อยไปทะเลาะกันตอนมีการเมืองก็แล้วกัน ผมไม่ทะเลาะกับใครอยู่แล้ว คนจะเป็นจะตายน้ำท่าก็ไม่มี คิดอยู่ทำอย่างไรจะให้มีน้ำ มีรายได้ให้เกษตรกร

สมาคมฯแถลงการณ์โต้ใบสั่ง

นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการทำงานของสื่อมวลชนว่ารับใบสั่งมาเพื่อเขียนข่าวถึงรัฐบาลในทางที่ไม่ดี เพื่อให้ได้เงินว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยันว่าผู้สื่อข่าวคนใด ได้รับใบสั่งมาเขียนโจมตีรัฐบาล เพื่อให้ได้เงินตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอ้าง แม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นจะเกิดจริง แต่ในฐานะผู้นำประเทศที่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากพบการกระทำดังกล่าว นายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. ย่อมชอบธรรมที่จะใช้อำนาจนั้น ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเอาผิดได้ การกล่าวหาของนายกฯที่ว่ารู้ว่าทุกคนก็รับใบสั่งมา เป็นความเจ็บปวดอย่างยิ่งของผู้สื่อข่าว

ยื่นสอบ ผบ.ตร.ไม่ถอดยศ “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ผ่าน พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี เข้าข่ายถูกถอดยศตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 โดยนายวัชระกล่าวว่า ขอให้ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีดังกล่าว หลังจากนี้จะไปยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สอบวินัย พล.ต.อ.สมยศที่ไม่ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ และการเสนอให้เปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

“โต้กลับ–ดาวดิน” แฉถูก จนท.ตามแจ

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป กลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์กรณีวันที่ 24 มิ.ย.กลุ่มนักศึกษาพลเมืองโต้กลับและกลุ่มนักศึกษาดาวดิน เดินทางไปยัง สน.ปทุมวันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่จับกุมนักศึกษาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หน้าหอศิลป์เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ขณะแถลงการณ์มีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์ด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า พวกตนปฏิเสธกฎหมายของ คสช. ไม่เชื่อมาตรา 44 เพราะเป็นกบฏมีโทษอย่างร้ายแรงต้องประหารชีวิต สิ่งที่พวกตนถูกแจ้งข้อกล่าวหาและเรียกให้รายงานตัวเป็นสิ่งที่ไม่ควรค่าต่อการรับฟังหรือสนใจ ส่วนเหตุการณ์แจ้งความกลับก็ผ่านไปด้วยดี แต่ คสช.เป็นคณะบุคคลอันธพาลและรุกราน ช่วงเช้าของวันที่ 25 มิ.ย. เขาส่งทหารนอกเครื่องแบบ และตำรวจกว่า 20 นาย คอยติดตามเพื่อไม่ให้ออกไปไหน และให้เกิดความเกรงกลัว ยืนยันสิ่งที่เราทำว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หากได้รับลงทัณฑ์จาก คสช.ก็ยินดียอมรับ แต่ยอมรับเพราะเรามี 2 มือมีไม่กี่คน ส่วน คสช.มีทั้งปืนและคนที่มากกว่า

ประกาศกร้าวโค่นล้มเผด็จการ

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า หลังจากนี้จะสร้างกระบวนการประชาธิปไตยใหม่เพื่อเป็นความหวังของประเทศ โดยใช้หลักการ 5 ข้อ ประกอบด้วย หลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมและสันติวิธี กลุ่มนักศึกษาจะไม่มีวันยอมแพ้ จะไม่มีวันยอมเด็ดขาด ฉะนั้นกระบวนการประชาธิปไตยใหม่จะต่อสู้จนโค่นล้มเผด็จการทหาร เพื่อสร้างประชาธิปไตยใหม่ให้กับสังคมไทย จากนี้พวกตนจะรวมตัวเดินทางไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องประชาธิปไตยต่อไป และหากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารจับกุมก็จะไม่ขอยื่นประกันตัว เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักประชาธิปไตยแบบแท้จริง

ตะโกนไล่ คสช.ออกไป–ปชช.ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่กลุ่มนักศึกษาจะเคลื่อนขบวนจากที่มูลนิธิเสฐียรโกเศศนาคะประทีป มีตัวแทนคณะกรรมาธิการสมานฉันท์เพื่อความปรอง– ดอง ของ สปช.โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ มาเจรจาให้ยุติแต่ไม่เป็นผล จากนั้นกลุ่มดังกล่าวพร้อมผู้สนับสนุน เดินทางโดยรถเมล์ปรับอากาศ ปอ. 6 จากถนนเจริญนคร ไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วางพวงมาลัยคารวะวีรชน ที่ลานประติมากรรม 6 ตุลา 2516 ก่อนเดินเท้าต่อไปยังสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม เพื่อคารวะดวงวิญญาณวีรชนพฤษภาทมิฬ 2535 และไปยังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาประกาศจุดยืนร่วมกันต่อหน้าอนุสรณ์สถาน 3 แห่งว่า จะทำหน้าที่สืบสานภารกิจทวงคืนประชาธิปไตยและขับไล่เผด็จการต่อจากวีรชน ระหว่างการเคลื่อนขบวนได้เปล่งเสียงตะโกนว่า คสช.ออกไป ประชาชนออกมา เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ

นศ.ถกเครียดทหาร-ตร.ไม่ตกหลุม

ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษา ได้หารือกันถึงการปรับแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ไม่ยอมใช้หมายจับควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 14 คน ตามแผนที่นักศึกษาขุดบ่อล่อไว้ ทำให้ทั้งหมดได้เห็นพ้องที่จะปรับแผนใหม่เพื่อรับมือยุทธวิธีล่าสุดของเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน โดยจะใช้แนวทางการเชิงรุกไปสู่การเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารโดยตรง พร้อมเผยแพร่ข้อมูล พุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมความไม่ชอบมาพากลของทหาร ช่วงตลอด 1 ปีของยึดอำนาจ จากนั้นได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประกาศเจตนารมณ์อีกครั้งว่าไม่ยอมรับ มาตรา 44 ก่อนร้องเพลงต่อต้าน คสช.ปราศรัยโจมตีความไม่โปร่งใสในโครงการต่างๆ ที่ทหารมีส่วนร่วม ชูป้ายเผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญตะโกนให้ คสช.ออกไป พล.อ.ประยุทธ์ออกไป ทั้งยังนำป้ายข้อความผ้าใบขนาดใหญ่ความต่อต้าน คสช.มาพันรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย

เสื้อแดงสมทบส่อปักหลักยืดเยื้อ

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ช่วงเย็นเริ่มคึกคัก มีมวลชนเสื้อแดงจำนวนมากทยอยเดินทางมาร่วม พร้อมแกนนำคนสำคัญอย่างนายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์ หรือลุงยิ้ม ตาสว่าง ร่วมกับอดีตการ์ด นปช.บางส่วน ทั้งนี้นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ยังคงปราศรัยโจมตี คสช.ต่อเนื่อง ทั้งนำสติกเกอร์ข้อความต้านรัฐประหาร มาติดรอบอนุสาวรีย์ ส่วนประชาชนที่ผ่านไปมาบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของนักศึกษา มีการเปิดกระจกรถมาด่าทอด้วยคำหยาบคาย แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ต่อมานายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า ทราบถึงการปรับแผนของเจ้าหน้าที่ แต่ทางกลุ่มจะยังคงเดินหน้าต่อสู้กับ คสช.ต่อไป ส่วนจะมีการปักหลักค้างแรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคืนนี้ หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน

“บิ๊กตู่” สุดเซ็งกลุ่มต้านรัฐประหาร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาที่หน้า สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าช่างเขา ก็เคลื่อนไหวไป อย่ายั่วกันไปกันมาเลย เพราะมันเป็นปัญหาโลกแตกอยู่แล้ว สื่อถามตนทุกวัน ไอ้พวกนั้นก็สู้ทุกวัน ก็ขอร้องว่าที่อื่นอย่าไปร่วมมือเพราะวันนี้ต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ประเทศชาติอยู่ในห้วงเวลาอะไร วันนี้เรากำลังแก้ปัญหาอะไรบ้าง จะมาเรียกร้องเอาอะไรกันนักหนา ทำเช่นนี้ ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนหรือไม่ ต้องมีคดีความ ต้องถูกถอดออกจากการเป็นนักศึกษา แล้วอนาคตจะว่าอย่างไร ทำแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ประเทศชาติเสียหายหรือเปล่า และที่มาบอกว่าตนควบคุมอำนาจ ตนไม่เคยบอกว่าทำถูก แต่ทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนกับประเทศนี้ ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อคนไทยที่เห็นด้วยและลำบากอีก 60 กว่าล้านคน แต่จะให้เห็นด้วยทุกคนมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จะให้คิดเหมือนตนมันคงไม่ได้ แต่อะไรที่ดีและเกิดประโยชน์ก็ช่วยกันอธิบายความถูกต้องให้ทุกคนได้รับทราบบ้าง ไม่ใช่เอาเรื่องทางนี้ไปบอกทางนั้น แล้วเอาเรื่องทางนั้นมาบอกทางนี้ มันก็ตีกันทุกวันอยู่แบบนี้

ป.ป.ช.แจงอายัดทองคำบิ๊กกรมภาษี

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังการประชุม ป.ป.ช.ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตคืนเงินภาษีมูลเพิ่ม 4.3 ล้านบาท ที่มีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานได้รายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทราบถึงมติของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯที่มีคำสั่งอายัดทองคำมูลค่า 179 ล้านบาท ของนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ที่เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากพบข้อเท็จจริงว่า นายสาธิตนำเงินที่ได้จากการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไปซื้อทองคำมูลค่า 179 ล้านบาท โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ถือครองแทน จึงต้องอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หลังจากนี้นายสาธิตยังมีสิทธิมาชี้แจงถึงที่มาของทองคำที่ ป.ป.ช.ได้สั่งอายัดไว้ หากไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ ป.ป.ช.จะยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลเพื่อให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

“ลุงหมาย” ยังไม่ได้รับรายงาน

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังยังไม่ได้รับรายงานกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้อายัดทรัพย์ทองคำมูลค่า 600 ล้านบาท ของนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรม สรรพากร กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่ยื่นขอคืนภาษีอันเป็นเท็จ เป็นเหตุทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินกว่า 4,300 ล้านบาท เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

ชัก ม.44 เด้งอีก 70 ขรก.ทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์สำนักราชกิจจานุ-เบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 19/2558 เรื่อง แต่งตั้งและให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำรงตําแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามที่หัวหน้า คสช.มีคำสั่งที่ 16/2558 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบทุจริตและการกำหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว จำนวน 45 รายนั้น ต่อมาหน่วยงานได้ตรวจสอบ และรายงานความจําเป็นต้องประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมอีก 70 ราย โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้ระงับการปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมชั่วคราวและไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งประจำสำนักงานปลัดกระทรวงที่สังกัดหรือตามที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมอบหมาย มี 21 ราย มี นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ พันธ์นรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กระทรวงมหาดไทย นายรังสรรค์ มณีเล็ก รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นายศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กระทรวงศึกษาธิการ นายวินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข นายชัยรัตน์ กรรณิการ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 8 สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น

“ชนม์สวัสดิ์-พรชัย” ไม่รอด

ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ให้ระงับการปฏิบัติราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน โดยมีกลุ่มที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 7 ราย อาทิ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วน จ.สมุทรปราการ นายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วน จ.อุบลราชธานี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจ.ภูเก็ต เป็นต้น กลุ่มที่ 3 นายกและรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 17 ราย อาทิ นายสนิท วรกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จ.พังงา นายนิวัฒน์ วัฒนเวศวิทย์ นายกองค์การบริหารส่วน ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นต้น

กลุ่มที่ 4 นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 18 ราย อาทิ นายจำรัส อินใจ นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายลำพอง นามพันธ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายภูษิต คงเดิม นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา นายบุญเลิศ ต่างสี นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.สระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรี เทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง นายประพัฒน์ ริ้วทองชุ่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นต้น

เด้งปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯเข้ากรุ

กลุ่มที่ 5 ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 7 ราย อาทิ นายสายัณห์ รักษนาเวศ ปลัดองค์การบริหารส่วน จ.สมุทรปราการ อ.เมืองสมุทร-ปราการ น.ส.กาญจนา ทาโบราณ ปลัดองค์การบริหารส่วน ต.ศรีบุญเรือง จ.ขอนแก่น นางอรชา พัฒนศุภสุนทร ปลัดเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน จ.เชียงราย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ให้นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สํานักนายกรัฐมนตรี

จี้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 360 บ.เท่ากันทั่ว ปท.

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนัก ก.พ.นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย พร้อมด้วยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.คัดค้านกระทรวงแรงงานเสนอให้มีการลอยตัวค่าแรง พร้อมเรียกร้องปรับค่าแรงจาก 300 บาท เป็น 360 บาททั่วประเทศ โดยนายสาวิทย์กล่าวว่า หากลอยตัวค่าแรงจะเกิดปัญหาแรงงานย้ายถิ่น คนหนุ่มสาวมุ่งหน้าเข้าเมือง เกิดปัญหาที่ดิน พื้นที่เกษตรกรรมถูกยึด แต่หากมีค่าแรงเท่ากันทั่วประเทศ จะทำให้เกิดการกระจายงานไปยังภูมิภาคต่างๆ แรงงานสามารถอยู่ทำงานในพื้นที่ตนเองได้ เลือกที่จะทำเกษตรกรรมได้ ส่วนที่เสนอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้อยู่ที่ 360 บาททั่วประเทศ เนื่องจากค่าจ้าง 300 บาท ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

นายกฯไม่ให้-ต้องใช้ฝีมือแลกเงิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่แรงงานเรียกร้องขอปรับขึ้นค่าแรงว่า ยังไม่สามารถขึ้นได้ แต่สื่อก็ไปเขียนให้เป็นประเด็น ตนเคยบอกแล้วว่าแรงงานต้องผ่านการคัดกรองที่กระทรวงแรงงาน ผ่านการประเมินความสามารถ ที่แรงงานไม่ได้ใช้แรงงานอย่างเดียว ซึ่งจะมีค่าแรงตามขั้นตอนให้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ทำกัน แรงงานทั้งประเทศมีเท่าไหร่ ถ้าขึ้นค่าแรงจะต้องใช้อีกเท่าไหร่ ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ ไม่ใช่เอาข้อเรียกร้องมากดดัน พอตนไม่ให้ก็ไปกดดันแรงงาน สุดท้ายก็ตีกันอยู่อย่างนี้ จะทำอย่างอื่นหรือไม่ถ้าขึ้นค่าแรงแล้วอย่างอื่นก็เลิกไม่ต้องทำเอาไหม แล้วก็มาบอกว่าไม่เห็นใจ ที่ทำทุกวันนี้เพราะเห็นใจ ทุกเรื่องจะต้องสร้างกรอบให้เข้มแข็ง ไม่ใช่ทำไปส่งเดชใช้เงินเท่าไหร่ก็ช่างมัน

36 อรหันต์เริ่มแล้วไล่ปรับ-แก้ร่าง รธน. โชว์โมเดลสภาขับเคลื่อนฯสุดซับซ้อนซ่อนเงื่อน อำนาจ ถอดถอนของ ส.ว.ใกล้หลุดลอย กมธ.เล็งชงใส่มือศาลฎีกาฯแทน... 26 มิ.ย. 2558 07:34 26 มิ.ย. 2558 09:51 ไทยรัฐ