วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พายุ-หอบฝน จ่อพ้น‘แล้ง’

ตกชุกหลายจว.เกษตรจี้ดูแลนา

วิกฤติภัยแล้งส่อพ้นวิกฤติ หลังคลื่นยักษ์จากขั้วโลกใต้หอบฝนถล่มพื้นที่ฝั่งตะวันตก แถมยังมีพายุ “คูจิระ” เปลี่ยนทิศทางจากจีนไปยังเวียดนาม ส่งผลให้ภาคเหนือและอีสานฝนตกหนัก

ขณะที่กรมอุตุฯระบุหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกชุกทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขณะเดียวกัน อีกหลายพื้นที่ยังผจญภัยแล้งอย่างแสนสาหัสถึงขนาดแห่นางแมวขอฝนที่สุพรรณบุรี ด้านกระทรวงเกษตรฯวางมาตรการดูแลนาข้าว 3.45 ล้านไร่ ลุ่มเจ้าพระยาที่ยังไม่ได้เพาะปลูกภายหลังจากภัยแล้งขยายวงกว้างส่งผลกระทบต่อประชาชนเกือบทุกภาค โดยเฉพาะชาวนาต้องชะลอการทำนาปีไปจนถึงเดือน ส.ค.ขณะเดียวกันรัฐบาลสั่งทุ่มงบ 84 ล้านบาท เพื่อเจาะบ่อบาดาลใหม่ 500 แห่ง แถมสั่งเพิ่มเครื่องบินทำฝนหลวงให้มากขึ้นเพื่อบรรเทาภัยแล้งที่คุกคามอย่างหนักนั้น

มาตรการดูแลนาข้าวที่ยังไม่ปลูก

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ ได้เรียกนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลฯและนายชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าวมาหารือการดำเนินการรับมือมาตรการภัยแล้งโดยนายปีติพงศ์ กล่าวว่า ได้หารือมาตรการดูแลนาข้าว 3.45 ล้านไร่ ในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยาที่เกษตรกรยังไม่ได้ลงมือปลูกโดยให้ไปสำรวจพื้นที่ แล้วแบ่งกลุ่มชาวนาตามความช่วยเหลือเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาต่อไป

สาเหตุน้ำแห้งเพราะใช้น้ำมาก

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อน ประกอบด้วยเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ณ วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีน้ำใช้การ 1,005 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 6% ปัญหาการขาดแคลนน้ำในครั้งนี้ไม่ได้มาจากการระบายน้ำในปี 2555 ไม่ใช่เรื่องการเมือง สาเหตุที่แท้จริงเพราะความต้องการใช้น้ำในลุ่มเจ้าพระยาปัจจุบันมีมากถึงปีละ 15,000 ล้าน ลบ.ม. แต่น้ำตามธรรมชาติมีเพียงปีละ 10,000 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนติดลบลงไปทุกปี แต่กรมชลฯยังสามารถบริหารจัดการดูแลไม่ให้กระทบเกษตรกรได้ “วันนี้ความต้องการใช้น้ำในลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นทุกปี ตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น ประชาชนที่เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่ และประชากรแฝงที่อพยพมาจากพื้นที่อื่น ประกอบกับการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่ใช้น้ำมากที่สุด โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรังขยายตัวเพิ่มจากในอดีตอย่างมาก แต่วันนี้แหล่งกักเก็บน้ำยังมีเท่าเดิม” นายเลิศวิโรจน์กล่าว

รัฐบาลเฟ้นข้อดีช่วยชาวนา

ส่วนนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาที่ได้รับผลกระทบต่อจากฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีข้อเสนอหลายประการ แต่รัฐบาลต้องการเลือกใช้มาตรการที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากที่สุด หากมาตรการดังกล่าวใช้ได้ผลอย่างดีจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศแต่หากไม่ได้ผลเศรษฐกิจจะลดลง 0.5% โดยในปีนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโต 3.7% ของจีดีพี “ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจแล้วเห็นตรงกันว่า ปีนี้ภาคเกษตรจะได้รับจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ่เหมือนเมื่อปี 2540 ซึ่งตรงกับวิกฤติเศรษฐกิจทางการเงินพอดี แต่มั่นใจว่าในปีนี้ เศรษฐกิจไทยไม่มีวิกฤติการเงินอย่างแน่นอน”

ฝนตกเขื่อนวชิราลงกรณ์น้ำเพิ่ม

นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำเพื่อการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีข่าวดีได้รับแจ้งว่า เขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 60,000,000 ลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. คาดว่าภายใน 2 วัน ปริมาณน้ำในเขื่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 100,000,000 ลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวถือว่ายังน้อยอยู่เพราะว่าเขื่อนวชิราลงกรณ์นั้นสามารถจุน้ำได้ถึง 8,000,000,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อถามว่าปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นสามารถผันไปช่วยชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน บริเวณคลอง 8 จ.สุพรรณบุรี ได้หรือไม่ นายรอยลกล่าวว่า ปกติน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์หรือเขื่อนเขาแหลมจะถูกผันไปยังพื้นที่อำเภอสองพี่น้องบริเวณคลองจรเข้สามพันเท่านั้น ส่วนบริเวณตั้งแต่คลอง 8 เป็นต้นไปนั้นจะอยู่ใน อ.สามชุก ซึ่งไกลเกินกว่าน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์จะผันไปถึง

แนะผันน้ำบึงฉวากช่วยชาวนา

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่จะผันน้ำจากบึงฉวากเพื่อช่วยชาวนาตั้งแต่คลอง 8 เป็นต้นไป นายรอยลกล่าวว่า ความจริงแล้วสามารถทำได้เพราะปริมาณน้ำมีมากพอ แต่ด้วยสภาพที่เป็นอยู่ไม่น่าจะผันน้ำออกมาใช้ได้เพราะระบบไม่ได้ออกแบบเอาไว้สำหรับเอาน้ำมาใช้ประโยชน์แต่ออกแบบเอาไว้เพื่อเป็นสวนสนุก “ความจริงแล้วบึงฉวากเป็นพื้นที่แก้มลิงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี น่าจะมีการออกแบบให้ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเรื่องความสวยงาม หากนำน้ำออกมาใช้แค่ 1 เมตร จะได้น้ำประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากพอที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาในพื้นที่ใกล้เคียงคือตั้งแต่คลอง 8 เป็นต้นไปได้จนถึงปลายเดือนกรกฎาคม แต่ถ้าไม่ได้ต้องใช้น้ำจากแหล่งอื่น เช่น ระบบน้ำบาดาล หรือรอน้ำฝน” นายรอยลกล่าว

คลื่นยักษ์ช่วยหอบฝนตกหนัก

ผอ.สสนก.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ถือว่าประเทศไทยยังไม่เข้าข่ายวิกฤติแบบสุดๆเพราะเมื่อถึงสุดๆ จริงมักจะมีตัวช่วยที่เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม คลื่นยักษ์จากขั้วโลกใต้สูงขนาด 10-12 เมตร เป็นผลจากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือไคลเมจเช็นจ์ ตอนนี้กำลังเข้าใกล้พื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทยเริ่มมีฝนตกที่ จ.กาญจนบุรี แล้ว และใน 2-3 วันนี้คาดว่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ฮือฮากันมากกว่าคลื่นยักษ์คือ พายุคูจิระที่เปลี่ยนทิศทางโดยจากเดิมจะผ่านเกาะไหหลำไปยังประเทศจีนแต่กลับเปลี่ยนทิศทางไปยังฝั่งตะวันตกขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามและลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน จากนั้นเข้าไปยัง สปป.ลาว ซึ่งเมื่อเข้าไปลาวจะมีการเหนี่ยวนำเอาหย่อมความกดอากาศต่ำในพม่าให้เข้ามารวมตัวด้วยเป็นสาเหตุให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักเพราะตัวช่วยตัวนี้

เตือนน้ำแห้งปลากระชังตาย

สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในต่างจังหวัด นายเอกสิทธิ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนปัจจุบันอยู่ที่ 13.61 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลงจากเดิมที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 13.71 ซม.ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ ต่ำกว่าตลิ่งถึง 2.73 เมตร โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ5.90 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้น ลดลงอยู่อย่างต่อเนื่องในทุกๆวันส่งผลให้น้ำที่ใช้ในการเกษตรไม่เพียงพอต่อความจำเป็นของเกษตรกรรวมไปถึงการเคลื่อนตัวพังทลายของลาดตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่มีบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างอยู่ริมตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงปลาในกระชัง บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ควรหมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำอยู่ตลอดเวลาก่อนที่ปลาในกระชังจะตาย เนื่องจากระดับนํ้าที่ลดลง เป็นผลทำให้คุณภาพของน้ำอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

มติจัดสรรน้ำ 2 จังหวัดลงตัว

ขณะเดียวกันคณะกรรมการจัดการชลประทานของจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดชัยนาท พร้อมตัวแทนเกษตรกรในจังหวัดฝ่ายละ 30 คน เข้าพบนายฎรงค์กร สมตน ผอ.สำนักชลประทานที่ 12 ที่ห้องประชุมใหญ่สำนักชลประทานที่ 12 ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อหาข้อยุติในการจัดสรรน้ำให้แก่ชาวนาที่ใช้น้ำในคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง ที่ใช้ในการทำนา สรุปผลได้ข้อยุติการจัดสรรน้ำโดยการแบ่งให้ช่วงต้นคลอง กม.ที่ 0-57 เขต จ.ชัยนาทใช้น้ำจนถึงวันที่ 1 ก.ค.58 ในเวลา 18.00 น. พอครบกำหนดให้หยุดสูบน้ำทันที จากนั้นจะเป็นคิวของปลายคลองช่วง กม.ที่ 57-104 เขต จ.สุพรรณบุรี จนถึงวันที่ 13 ก.ค.58 เวลา 18.00 น. และจะสลับผลัดกันโดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยทุกวันเพื่อป้องกันการลักลอบสูบน้ำไปใช้โดยฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้

“ประภัตร”นำทีมแห่นางแมว

ส่วนพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี แหล่งปลูกข้าวแหล่งใหญ่ของประเทศ แต่ชาวนายังคงต้องต่อสู้กับสถาน-การณ์ภัยแล้งกันอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นที่ดอนหลายแห่ง ข้าวกำลังจะยืนต้นตาย ชาวบ้านต่างพากันดิ้นรนเพื่อหาน้ำเข้าสู่ผืนนากันในทุกวิถีทาง โดยเฉพาะที่บ้านหัวไทร 1 หมู่ 4 ต.หัวเขา อ.เดิมบางนางบวช ชาวนาใช้วิธีระดมสูบน้ำจากบ่อน้ำบาดาลส่งเข้าคลองซอยไปยังท้องนาถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อรักษาข้าวในท้องนาเอาไว้ ขณะที่หลายพื้นที่ได้หันไปใช้วิธีโบราณคือการแห่นางแมวขอฝน โดยที่บริเวณหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ นายประภัตร โพธสุธน อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์นำชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพร้อมใจแห่นางแมวเพื่อขอฝน โดยนายประภัตรกล่าวว่า เราทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ


เร่งขยับกระชังลงกลางน้ำ

ที่ จ.อ่างทอง ภายหลังแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำเจ้าพระยา อ.ไชโย ต้องขยับแพกระชังปลาทับทิมที่เลี้ยงอยู่ริมตลิ่งออกไปกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อให้ปลาในกระชังได้มีน้ำไหลผ่านถ่ายเทระบายความร้อนจากแสงแดด เนื่องจากปริมาณน้ำที่ตื้นเขินและลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ปลาทับทิมที่เลี้ยงอยู่ในกระชังได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคที่สะสมทำให้ปลาเริ่มเกิดโรคจากอากาศที่ร้อน หากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอีก อาจทำให้กระทบผู้เลี้ยงปลากระชังประสบปัญหาอย่างแน่นอน

วิกฤติหนักกระทบการเดินเรือ

ขณะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีปริมาณน้ำเหลือน้อยเข้าขั้นวิกฤติ ส่งผลให้แม่น้ำป่าสักมีระดับน้ำต่ำ โดยนายวิทิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ เปิดเผยว่า เขื่อนพระรามหก ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ รับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ท้ายเขื่อนพระรามหกระบายน้ำ 10 ล้าน ลบ.ม./วินาที และปิดประตูระบายน้ำเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. จนกระทั่งน้ำแห้ง ปัจจุบันน้ำหลังเขื่อนและหน้าเขื่อนยังแห้งถึงพื้นดินไม่มีน้ำระบายลงแม่น้ำป่าสัก ส่งผลกระทบให้แม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่าน อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา ไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหารมีระดับน้ำต่ำลง ทำให้การเดินเรือขนส่งสินค้ามีผลกระทบ อาทิ เรือปูนซีเมนต์ท่าหลวง เรือน้ำมัน เรือบรรทุกพืชการเกษตรธัญพืช บรรทุกหินและแร่ ต้องอาศัยน้ำทะเลหนุนน้ำขึ้นน้ำลงจึงจะเดินเรือได้ ส่วนทางด้านการเกษตรที่ อ.ท่าเรือ ชาวนาได้ปลูกข้าวไปแล้ว 4,000 ไร่และได้ให้เกษตรกรชะลอการปลูกข้าวไปก่อน

ต้นหม่อนไหมส่อยืนต้นตาย

สำหรับ จ.นครราชสีมา ภัยแล้งยังคงส่อเค้ารุนแรง ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ส่งผลให้แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆเริ่มแห้งขอด ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคบริโภคและในการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นหม่อนไหม บ้านหัวฝาย ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำที่ใช้สำหรับปลูกต้นหม่อนไหมอย่างหนัก ส่งผลให้ต้นหม่อนไหมที่ปลูกไว้กว่า 100 ไร่ ใกล้จะยืนต้นตายหมด หากไม่มีฝนตกลงมาในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยนายสุวรรณ นิติศิต อายุ 60 ปี หนึ่งในเกษตรกรปลูกต้นหม่อนไหม กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่เกิดภัยแล้งเร็วและฝนทิ้งช่วงนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้แหล่งน้ำที่เคยใช้สำหรับปลูกต้นหม่อนเลี้ยงไหม เริ่มแห้งขอดจนหมด ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำมาใช้ในการเพาะปลูกได้ ส่งผลให้ต้นหม่อนไหมที่ปลูกไว้กว่า 30 ไร่ หยุดการเจริญเติบโต เหี่ยวเฉาและเตรียมยืนต้นตายทั้งหมด

ลำตะคองประหยัดการส่งน้ำ

ส่วนนายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงภาวะน้ำในอ่างลำตะคองว่า ขณะนี้มีน้อยมากเนื่องจากฝนทิ้งช่วงรวมทั้งฝนหลวงที่ไม่ตกเหนือเขื่อน ปริมาณน้ำใช้งานที่เหลือของเขื่อนลำตะคองอยู่ที่ประมาณ 75 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำขนาดนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างน้อยต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวิกฤติเกิดขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2547 และ 2548 ปีนั้นเกิดภาวะแล้งต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน ฉะนั้นการบริหารน้ำของเขื่อนลำตะคองจากนี้ไปพยายามที่จะประหยัดน้ำอย่างเต็มที่และในห้วงใดที่มีฝนตกจะลดการปล่อยน้ำลง แต่ถ้าฝนไม่มีเลยอาจจะต้องส่งน้ำตามปกติไป

พลังงานแสงอาทิตย์แก้แล้ง

ด้าน จ.บุรีรัมย์ นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและคณะ ตรวจเยี่ยมโครงการจัดหาแหล่งน้ำ และระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่หมู่ 7 บ้านหัวช้างกับหมู่ 11 บ้านกาบอัก ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์โดยมีนายเสรี ศรีหะไตร ผวจ.บุรีรัมย์ พร้อมประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ สำหรับระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดสรรเงินทุนให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรบ้านหัวช้างและได้รับคำแนะนำจากศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลชุมแสง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดหาแหล่งน้ำและจัดสร้างระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง

ฝนถล่มแม่สอดน้ำท่วมตลาด

ส่วน จ.ตาก โดยเฉพาะซีกตะวันตก อาทิ อ.อุ้มผาง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง ที่ประสบภัยแล้งมายาวนาน อ่างเก็บน้ำห้วยลึก อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด ในพื้นที่ อ.แม่สอด น้ำแห้งขอดจนไม่สามารถระบายช่วยเกษตรกรที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้นาข้าวจำนวนมากเริ่มแห้งเฉาตายนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งรุ่งเช้าอีกวัน ฝนได้เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้หลายพื้นที่มีน้ำเจิ่งนองเพราะระบายไม่ทันโดยเฉพาะตลาดเทศบาลนครแม่สอดน้ำท่วมฉับพลัน กระทั่งนายเทอดเกียรติ ชิน–สรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด สั่งระดมเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและขุดลอกท่อที่อุดตันโดยเปิดทางน้ำให้ไหลลงสู่ท่อระบายให้เร็วที่สุด นอกจากนี้แม่น้ำหลายสายน้ำเริ่มปริ่มเพราะปริมาณฝนตกหนักและทำให้พื้นที่ 5 อำเภอซีกตะวันตกมีฝนชุ่มฉ่ำ เกษตรกรเริ่มยิ้มได้

เขื่อนบ้านหาดฯไม่ถึงร้อยละ 30

ขณะที่นายมงคล สุภากาย ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้ในจังหวัดสุโขทัยมีอยู่ 7 แห่งและปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้รวมไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณกับเก็บทั้งหมด ส่วนระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนบ้านหาดสะพานจันทร์ หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลกมีปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้แค่ 4.8 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยมาก สาเหตุเนื่องจากช่วงเหนือเขื่อนบ้านหาดสะพานจันทร์ ไม่มีฝนตกลงมานาน 2 เดือนแล้วทำให้ไม่มีน้ำไหลลงมาที่เหนือเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำและไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปยังประตูระบายน้ำสาขาต่างๆเพื่อให้ใช้ในการทำเกษตรได้

บางระกำโมเดลแห้งรอฝน

ส่วน จ.พิษณุโลก จากการสำรวจบึงน้ำสาธารณะ 3 แห่งตามโครงการบางระกำโมเดลของรัฐบาลที่ผ่านมา ได้แก่ บึงระมาณ บึงขี้แร้ง บึงตะเคร็ง ต.ปลักแรด อ.บางระกำ ซึ่งเป็นบึงน้ำสาธารณะรวมพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง จำนวน 1,800 ไร่ สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้กว่า 17 ล้าน ลบ.ม. และช่วยบรรเทาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางระกำ นั้น ปรากฏว่าภัยแล้งได้ทวีความรุนแรงทำให้น้ำในบึงน้ำสาธารณะทั้ง 3 แห่งไม่มีน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรแต่อย่างใด โดยเฉพาะบึงระมาณชาวบ้านพากระบือลงไปกินหญ้าและพักตามแอ่งน้ำที่เกิดจากฝนตกลงมาที่ก้นบึงได้อย่างสบาย จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ต้องแก้ปัญหาโดยการสูบน้ำจากบ่อบาดาลขึ้นมาทำนากันเอง เพราะถ้าชาวนาไม่ทำนาก่อนฤดูกาล เมื่อถึงเวลาน้ำหลากก็จะถูกน้ำท่วมนาทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ทัน

ชาวนาระดมสูบน้ำชุบชีวิตข้าว

ที่อ่างเก็บน้ำปู่พระยาพระร่วง บ้านทุ่งนาขวัญ หมู่ 10 ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงเพชร มีกลุ่มชาวนารวมตัวนำท่อพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่า 30 เครื่อง ตั้งเรียงรายกันสูบน้ำในอ่างเก็บน้ำปู่พระยาพระร่วงที่รับน้ำจากคลองชลประทานท่อทองแดงที่รับน้ำมาจากแม่น้ำปิงอีกทอดหนึ่งเพื่อสูบเข้าสู่คลองซอยน้ำซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 8 กม.โดยน้ำดังกล่าวจะไหลผ่านทั้งหมด 5 หมู่บ้าน เพื่อให้ชาวนาได้สูบหล่อเลี้ยงต้นข้าวในแปลงนาและส่งไปยังพื้นที่ทำนากว่า 3,000 ไร่ ใน ต.เขาคีริส ต.ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย เนื่องจากเกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวไปแล้วกำลังต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าว ในขณะที่ข้าวบางส่วนอยู่ในระยะเริ่มปลูกและบางส่วนกำลังยืนต้นตาย

ชาวนาลดปลูกข้าวกว่า 2 ล้านไร่

นายณัฐฎกิตติ์ ของทิพย์ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆที่มีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่สามารถปล่อยน้ำลงมาเพื่อการทำนาปีได้และเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงซ้ำอีกทางหนึ่ง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตร โดยตรง จากข้อมูลการทำนาทั้งหมด 2,300,000 ไร่ ชาวนาสามารถทำนาได้ในขณะนี้เพียง 247,000 ไร่เท่านั้น ยังมีพื้นที่นาที่ยังไม่ทำนาอีกราว 2,053,000 ไร่ หากเป็นฤดูกาลปกติช่วงเวลาเดียวกันนี้ชาวนาจะทำนาไปแล้วกว่า 70% สาเหตุที่ชาวนาชะลอทำนาไปก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

แบ่งช่วงเวลาจ่ายน้ำประปา

นางสุรัตนา บุญเพียรผล ปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคเปิดเผยว่า เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ลงในพื้นที่แหล่งน้ำดิบที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปาและในบางพื้นที่ยังคงประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ กปภ.จำนวน 9 สาขา ใน จ.นครสวรรค์ จำเป็นต้องจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาเพื่อรักษาปริมาณน้ำดิบให้สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคในช่วงระยะเวลาที่ประสบวิกฤติภัยแล้ง โดย อ.ไพศาลี กปภ.สาขาท่าตะโก แบ่งโซนจ่ายน้ำเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ตั้งแต่ รพ.ไพศาลี ถึงกลุ่มหมู่บ้านหนองแทงแรดจ่ายน้ำในวันคี่ระหว่างเวลา 04.00-21.00 น. กลุ่มที่ 2 ตั้งแต่บ้านห้วยน้ำลาดถึงกลุ่มบ้านนาตาอาก จ่ายน้ำในวันคู่ ระหว่างเวลา 04.00- 21.00 น. หากประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคหรือพบเห็นท่อประปาแตกรั่ว น้ำประปาไม่ไหลหรือไหลอ่อน กรุณาแจ้งที่ 1662 หรือ กปภ.สาขาในพื้นที่

อุตุฯเตือนหลายพื้นที่ฝนเริ่มชุก

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่า ในช่วงวันที่ 25 มิ.ย.-1 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้นทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 26-30 มิ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

วิกฤติภัยแล้งส่อพ้นวิกฤติ หลังคลื่นยักษ์จากขั้วโลกใต้หอบฝนถล่มพื้นที่ฝั่งตะวันตก แถมยังมีพายุ “คูจิระ” เปลี่ยนทิศทางจากจีนไปยังเวียดนาม ส่งผลให้ภาคเหนือและอีสานฝนตกหนัก... 26 มิ.ย. 2558 07:25 26 มิ.ย. 2558 07:27 ไทยรัฐ