วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พึ่งเทวดาฟ้าดินต่อไป

ภัยแล้งปีนี้ทำท่าจะลุกลามบานปลายกลายเป็นภัยร้ายแรงยิ่งขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่เฉพาะชาวนา 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีน้ำเพาะปลูกข้าวนาปี 2558 แต่ภาวะฝนแล้งยังลามไปในหลายจังหวัดของภาคอีสาน ไม่กระทบแต่ชาวนา แม้แต่ไร่อ้อย และไร่มันสำปะหลังในภาคกลางก็แห้งเฉา และอาจกระทบถึงชาว กทม.เรื่องน้ำประปา

ข้าวของชาวนาลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้รับความเสียหายค่อนข้างแน่ และถ้าลามถึงอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และพืชไร่อื่นๆ ผลกระทบจะรุนแรงยิ่งขึ้น นโยบายของรัฐบาลที่ขอให้ชาวนาหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยก็จะล้มเหลว และการประปานครหลวงก็เตือนล่วงหน้าแล้วเรื่องปัญหาน้ำประปา ภัยแล้งคราวนี้จึงโดนทั้งชนบทและในเมือง

นับเป็นภัยที่รุนแรงอีกครั้ง เป็นทั้งภัยธรรมชาติ และเป็นภัยที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ สาเหตุหนึ่งสืบเนื่องมา จากฝ่ายการเมืองที่สั่งกรมชลประทานให้ปล่อยน้ำจากเขื่อนใหญ่ๆในภาคเหนือให้เหลือแค่ 45% เมื่อปี 2555 เพราะนักการเมืองเป็นโรคหวาดผวากลัวจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 ต้องระบายน้ำทิ้งกว่า 14,000 ล้าน ลบ.ม.

สาเหตุสำคัญที่ต้องระบายน้ำในเขื่อนมากอีกอย่างหนึ่งคือโครงการรับจำนำข้าวที่กระตุ้นให้ชาวนาเร่งรัดปลูกข้าวจากที่ปีละ 2 ครั้ง เป็น 3 ครั้ง เพราะขายได้ราคาสูงกว่าตลาดมาก ชาวนาจึงก้มหน้าก้มตาเร่งปลูกข้าวให้ได้ปริมาณมากที่สุดโดยไม่ต้องคำนึงคุณภาพ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนน้ำลดลงมากคือการปล่อยน้ำเพื่อทำนาปรัง 2558 กว่าพันล้าน ลบ.ม.

จึงต้องมารับผลกระทบคือการขาดแคลนน้ำทำนาปี และอาจกระทบรุนแรงทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเกษตรกรไทยมีประมาณ 25 ล้านคน ส่วนใหญ่จะต้องได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ชาวนาในหลายภาคต้องขาดรายได้มหาศาล และขาดอำนาจซื้อ กระทบถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการใช้จ่ายและบริโภคภาคประชาชน และกระทบถึงธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว และการที่ข้าราชการประจำต้องทำตามคำสั่งฝ่ายการเมือง ในเรื่องบริหารจัดการน้ำ โดยไม่คำนึงถึงหลักวิชาการ แต่สั่งด้วยความหวาดผวากลัวน้ำท่วมภาคกลางและกรุงเทพฯ เป็นเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าวที่มุ่งคะแนนนิยมทาง การเมืองก็ไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาติ

จากการติดตามข่าวการแก้ปัญหาภัยแล้งขณะนี้ดูเหมือนว่าการบริหารน้ำจะไม่ได้ยึดหลักวิชาการโดยเคร่งครัด หน่วยราชการบางหน่วยหันไปพึ่งไสยศาสตร์ ทำพิธีขอฝนด้วยการบวงสรวงเซ่นไหว้พระพิรุณ ไม่ต่างจากชาวบ้านในบางพื้นที่ ที่ทำพิธีขอฝนด้วยการแห่นางแมว การแก้ปัญหาน้ำยังหวังพึ่งเทวดาฟ้าดินอยู่มาก ขณะนี้หวังว่าจะมีคลื่นยักษ์หอบฝนมาช่วยบรรเทาภัยแล้ง.