วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เครือข่ายผู้ประกันตน-แรงงาน ดัน 'กองทุนประกันสังคม' เป็นอิสระ

ตัวแทนลูกจ้างและผู้ประกันตนเตรียมระดมความเห็นเดินหน้าผลักดันกองทุนประกันสังคมเป็นองค์กรมหาชนอิสระจากกระทรวงแรงงาน ชี้ผู้ประกันตน-นายจ้างควรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง...

นายมนัส โกศล ในฐานะตัวแทนเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนประกันสังคมให้เป็นอิสระของเครือข่ายแรงงานเกิดขึ้นมานานแล้ว และต้องขับเคลื่อนกันต่อไปแม้จะมี พ.ร.บ.ประกันสังคม 2558 แต่ไม่ได้พูดเรื่องขององค์กรยังคงอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน และกำหนดเพียงที่มาของคณะกรรมการฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ในมาตรา 8 วรรค 3 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างร่างกฎหมายลูกว่าด้วยหลักเกณฑ์การเลือกตั้งในลักษณะใด โดยข้อเสนอ คปค.ต้องการให้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนโดยตรง ไม่ใช่ผ่านสหภาพ แรงงาน ให้เป็นเขตเลือกตั้งตรงจากบัญชีรายชื่อ และจะจัดหน่วยเลือกตั้งให้เป็นสำนักงานประกันสังคมเขต เพื่อให้องค์กรประกันสังคมเป็นอิสระทำให้เครือข่ายแรงงานยังต้องขับเคลื่อนต่อไป

ทั้งนี้ วันที่ 26 มิ.ย.นี้ จะมีการระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการแรงงานและภาครัฐ เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นอิสระกับกองทุนประกันสังคม ซึ่งอาจจะต้องเสนอให้มี พ.ร.บ.ตั้งหน่วยงาน หรือองค์กรประกันสังคมในรูปแบบมหาชน ที่แยกการบริหารจัดการออกจากหน่วยงานราชการ ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ข้อสรุปในเวทีประชุมจะนำเสนอต่อรัฐบาลและจะมีการขับเคลื่อนต่อไปเพื่อให้องค์กรประกันสังคมมีความเป็นอิสระตามเป้าหมายที่ขับเคลื่อนกันตั้งแต่ต้น    

นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ ตัวแทนมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน กล่าวว่า มีความจำเป็นในหลายประเด็นที่สำนักงานประกันสังคมต้องเป็นอิสระ เพราะประเด็นแรกกองทุนมีขนาดใหญ่ มีเงินกว่า 1.2 ล้านล้านบาท และเป็นเงินที่ไม่ใช่ภาษีอย่างเดียว แต่มีผู้ประกันตน 14 ล้านคน และนายจ้าง 4 แสนคนร่วมกันสมทบ นอกจากนี้ ร้อยละ 70-80 ยังเป็นเงินของกองทุนชราภาพที่ต้องจ่ายให้กับผู้ประกันตน กองทุนที่มีขนาดใหญ่จึงไม่ควรให้เพียงข้าราชการประจำของกระทรวงแรงงานมาบริหารจัดการเพียงฝ่ายเดียว ส่วนประเด็นที่สองภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นจากการขยายในส่วนผู้ประกันตนออกไปให้ครอบคลุมประชาชนในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น ในการขยายผู้ประกันตน ม.40 ซึ่งในอดีตมีปัญหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนทั่วไป ทำให้มีผู้สนใจเข้ารับสมัครไม่มาก การปรับองค์กรให้เป็นอิสระเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานเชิงรุกในส่วนงานที่ขยายออกไปมากขึ้น

สำหรับประเด็นที่สาม เป็นเรื่องของโครงสร้างการบริหารที่หน่วยงานราชการมีความยืดหยุ่นไม่เพียงพอทั้งในการจ้างมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีคุณภาพมากขึ้น มีความจำเป็นต้องปรับองค์กรประกันสังคมให้เป็นอิสระมากขึ้น เพราะความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ที่จะนำไปสู่ความมั่นคงของกองทุนในอนาคตด้วย

นายบัณทิตย์ กล่าวอีกว่า การบริหารงานแบบเดิมๆ ของประกันสังคมที่มีส่วนราชการเป็นคนบริหารจัดการนั้น มีปัญหาในเรื่องของการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบ รวมไปถึงความเป็นเจ้าของกองทุนอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาการบริหารโดยราชการอย่างเดียวถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองผ่านการใช้อำนาจรัฐมนตรี เลขาธิการและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ส่วน พ.ร.บ.ประกันสังคม 2558 นั้น ยังเป็นเนื้อหาที่ว่าด้วยการสรรหาตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างในการเข้าไปบริหารจัดการกองทุน แต่โดยภาพรวมแล้วยังไม่มีการระบุถึงการปรับโครงสร้างขององค์กรที่ให้เป็นอิสระมากขึ้น การสรรหาซึ่งอาจจะหมายถึงการเลือกตั้งตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างเข้าไปในบอร์ดประกันสังคมอาจจะช่วยในเรื่องของการตรวจสอบการบริหารงาน แต่ในส่วนของตัวแทนราชการยังคงเป็นการส่งตัวแทนจากกระทรวง ซึ่งมักจะส่งข้าราชการใกล้เกษียณอายุมาประจำทำให้ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน

ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ประกันสังคมต้องเป็นอิสระ ซึ่งน่าเสียดายที่กฎหมายประกันสังคมของคนงานที่เข้าชื่อกันหมื่นชื่อ แต่ไม่ได้ปรับไปใช้มากนัก ขณะนี้ จึงรอกฎหมายลูกที่ว่าด้วยการเลือกตั้งตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างเพื่อเข้าสู่บอร์ดบริหารประกันสังคม ประเด็นสำคัญที่การบริหารจัดการต้องเป็นอิสระ เพราะที่ผ่านมาการใช้งบประมาณของ สปส.ที่ค่อนข้างเป็นปัญหาเรื่องความโปร่งใส การปรับให้องค์กรเป็นอิสระจึงน่าจะนำไปสู่การตรวจสอบและการบริหารงบประมาณที่เหมาะสมได้ โดยต้องเปลี่ยนโครงสร้าง สปส.ให้เป็นองค์การอิสระในรูปแบบองค์กรมหาชน.