วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ.ตามหาอีก9คน สงสัยติดเมอร์ส (ชมคลิป)

ระดมล่าตัว ชายแท็กซี่ ดญ.ชัยภูมิ เป็นไข้-ไอ หมอกักตัว

กระทรวงสาธารณสุขประสานตำรวจ-สถานทูตช่วยค้นหาตัวผู้สัมผัส “เมอร์ส” จากผู้ป่วยชาวโอมานอีก 9 ราย เป็นแท็กซี่คนไทย 1 ราย อังกฤษ 6 ราย กับชาวอิตาลี-สวิตฯ ประเทศละ 1ราย ระบุต้องหาให้พบ เตรียมลงพื้นที่สุ่มตรวจโรงพยาบาลเอกชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยันเมอร์สไม่กระทบเศรษฐกิจไทย พบเด็กหญิงต้องสงสัยติดเชื้อเมอร์สที่ชัยภูมิ แพทย์นำตัวเข้าห้องกักกันเชื้อรอดูอาการ ทายาทศูนย์การแพทย์ซัมซุงของเกาหลีใต้ ที่เป็นต้นตอการแพร่เชื้อ ออกมาแถลงขออภัยผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยโรคเมอร์ส



โรคเมอร์สที่มีการแพร่เชื้อในไทย ยังเป็นโรคที่ต้องจับตาดูและติดตามผู้ที่สันนิษฐานว่าได้รับเชื้อ แม้จะมีข่าวว่ายังไม่พบการติดเชื้อเพิ่ม ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคเมอร์ส ว่า ขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยโรคเมอร์สเพียง 1 ราย คือ ชายชาวโอมาน อายุ 75 ปี ที่รักษาตัวอยู่ที่ห้องแยกโรค สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งอาการดีขึ้น แต่ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงคือมีอายุมากและมีโรคหัวใจ ส่วนญาติอีก 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุดขณะนี้ไม่มีไข้ ไม่ไอ สื่อสารและใช้อินเตอร์เน็ตได้ สถานทูตโอมาน ยังส่งอาหารมาให้รับประทาน โดยยังเฝ้าระวังให้อยู่ในห้องแยกโรคจนครบกำหนด 14 วันคือวันที่ 2 ก.ค. การจะอนุญาตให้กลับบ้านได้หรือไม่ จะต้องมีการประเมินอีกครั้ง

นพ.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้สัมผัสผู้ป่วยเมอร์สรายแรกนั้น มีการให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านและเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล 163 ราย ส่วนใหญ่พบตัวหมดแล้ว เหลือเพียง 9 ราย ที่ต้องติดตามตัวต่อไป โดยเป็นผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วย และยังอยู่ในไทย 8 ราย ประกอบด้วย ชาวยูไนเตด คิงดอม 6 ราย อิตาลี 1 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย อีก 1 รายเป็นคนขับแท็กซี่ชาวไทย กระทรวงได้ประสานตำรวจและสถานทูตให้ช่วยติดตามตัว หาที่อยู่และเบอร์โทร.เพื่อติดตามตัวมาเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรค สำหรับกลุ่มคนที่เดินทางจากเกาหลีใต้และตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-23 มิ.ย.มีผู้เข้าข่ายต้องสอบสวนโรค คือ มีอาการป่วยไข้ไอ จำนวน 58 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง มี 5 ราย ทั้งหมดผลตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ ซึ่งรวมกรณีมีรายงานว่ามีผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยในจังหวัดต่างๆด้วย ขอย้ำถึงประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีโรคระบาดแล้วมีไข้และไอ ภายใน 14 วัน อย่าโดยสารรถสาธารณะไปโรงพยาบาลขอให้โทรแจ้ง 1669 หรือ 1422 เพื่อจัดส่งรถพยาบาลที่ได้มาตรฐานไปรับรักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีโรงพยาบาลเอกชนที่ปฏิเสธการรับผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสอบสวนโรคจากประเทศที่มีโรคเมอร์สระบาด อาจกระทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่หากไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กรณีเจอผู้ป่วยโรคเมอร์สรวมทั้งผู้เข้าข่ายต้องสอบสวนโรคเมอร์ส จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2523 และ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 หากผิดมาตรฐานมีตั้งแต่ตักเตือน สูงสุดถึงขั้นปิดสถานพยาบาลและไม่ต่อใบอนุญาต ได้ทำความเข้าใจทั้งโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็กและใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในเรื่องโรคเมอร์ส

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคเมอร์สขณะนี้มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยชาวโอมาน โดยเฉพาะญาติ บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วย ซึ่งตามตัวเจอทั้งหมดแล้ว ส่วนแท็กซี่ 1 ราย และผู้โดยสารชาวต่างชาติเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยรายแรก 8 ราย รวม 9 ราย ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวให้เจอ เพราะยังไม่พ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน และ 2.กลุ่มคนไทยที่จะเดินทางไปอุมเลาะห์ในช่วงปลายเดือน ก.ค. และฮัจญ์ ช่วงเดือน ส.ค.

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้การระบาดที่เกาหลีใต้ สถานการณ์ดีขึ้น ยังไม่พบการระบาดในชุมชน แต่เกิดจากการเข้าไปติดเชื้อในโรงพยาบาล ติดเชื้อจากญาติ จากผู้สัมผัส ไทยจึงต้องพยายามควบคุมการสัมผัสโรคผู้สัมผัส 163 ราย จึงต้องมีการติดตามให้ครบระยะเวลา 14 วัน ผู้ที่ยังไม่พบก็ต้องพยายามตามให้พบ ส่วนผู้ป่วยที่รักษาอยู่ก็ต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อต่อ จึงจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการของผู้ป่วยโรคเมอร์ส ว่า ผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อไวรัสเมอร์สมีอาการดีขึ้น เคลื่อนไหวได้บ้าง ญาติของผู้ป่วยทั้ง 3 คนยังแข็งแรงดี ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่แต่เดิมมี 176 คนก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ บางคนออกนอกประเทศ ไทยไปบ้างแล้ว หากทีมแพทย์ตรวจเชื้อผู้ป่วยชาวโอมานพบผลเป็นลบอีก 2 ครั้งภายใน 14 วัน ก็จะยืนยันได้ว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว สำหรับการเดินทางออกไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ คนไทยยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ได้แจกแผ่นพับให้ผู้โดยสารขาเข้าประเทศทั้ง 37 เที่ยวบินว่าทุกคนมีความเสี่ยง และหากมีไข้ในระหว่างเดินทาง หรือเมื่อเดินทางมาถึงต้องแจ้งสายด่วน 1669 โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะเราจะส่งทีมแพทย์ไปรับถึงสนามบินทันที

ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์ไวรัสเมอร์สยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ไม่ได้ปรับตัวลดลง ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้ว่าจะลดลงหรือไม่ และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่าไทยจะต้องไม่ประมาท และต้องเฝ้าระวังกันอย่างเต็มที่

ส่วนนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคเมอร์ส ยังไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางผ่านด่านสุวรรณภูมิในวันที่ 18-21 มิ.ย.58 ยังคงขยายตัวในระดับสูงมากที่ 57.8% ต่อปี นอกจากนี้ อัตราการจองผ่านบริษัทนำเที่ยวและห้องพักต่างๆ ยังไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด จึงเชื่อมั่นว่าสถานการณ์โรคเมอร์สจะสามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะได้มีการติดตามสถานการณ์โรคเมอร์สและผลกระทบทางเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายลี ยอง แจ วัย 47 ปี ทายาทกลุ่มบริษัทซัมซุงออกมาแถลงขออภัยผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยโรคเมอร์ส หลังจากศูนย์การแพทย์ “ซัมซุง เมดิคัล เซ็นเตอร์” ในกรุงโซล ศูนย์การแพทย์ชื่อดังขนาดใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์ส-โควี ทั้งถูกระบุเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์ส-โควี เนื่องจากผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ส่วนใหญ่ของประเทศได้รับเชื้อจากศูนย์การแพทย์ซัมซุงแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม นายลียืนยันว่าจะพยายามดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ให้ได้ ทั้งระบุว่าโรงพยาบาลซัมซุง เมดิคัล เซ็นเตอร์ ยังเป็นสถานที่พักรักษาพยาบาลพ่อของตนคือนายลี คุน-ฮี ซึ่งป่วยจากอาการโรคหัวใจกำเริบมานานแล้วกว่า 1 ปี ขณะที่นายซอง แจฮูน หัวหน้าสถานพยาบาลซัมซุง เมดิคัล เซ็นเตอร์ แถลงยอมรับความบกพร่องล้มเหลวหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สภายในโรงพยาบาลได้ตั้งแต่ต้น ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์ระบาดของไวรัสเมอร์สในเกาหลีใต้ กระทรวงสาธารณสุข เกาหลีใต้แถลงระบุพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย โดยหนึ่งรายได้รับเชื้อจากศูนย์การแพทย์ซัมซุง อีก 2 รายได้รับเชื้อจากโรงพยาบาลอื่น ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศยืนยันอยู่ที่ 175 ราย ผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 27 ราย ผู้ต้องถูกกักกันตัวเฝ้าติดตามอาการป่วย 2,805 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสเมอร์ส-โควี ญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลแก้งคร้อ และถูกส่งตัวมาตรวจเลือดเพิ่มที่โรงพยาบาลชัยภูมิและรอดูอาการ 15 วัน คือเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งมารดาเป็นชาว อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้และกลับมาไทยเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. จนเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เด็กยังคงมีอาการป่วยเสียงแหบแห้ง เป็นไข้ ไอ และมีน้ำมูก หนาวสั่น มารดาจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลแก้งคร้อ เพื่อรักษา แต่คณะแพทย์ได้ตรวจอย่างละเอียดและพบว่าเข้าข่ายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส จึงรีบส่งตัวเด็กหญิงมาที่โรงพยาบาลชัยภูมิ เมื่อค่ำวันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่โรงพยาบาลชัยภูมิได้เตรียมห้องปลอดเชื้อไว้ในเขตกักกัน 100% เพื่อขอตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

ต่อมาเมื่อบ่ายวันที่ 23 มิ.ย. ที่โรงพยาบาล จ.ชัยภูมิ ดร.นายแพทย์ธงชัย พิบูลย์วนิช ผอ.โรงพยาบาล จ.ชัยภูมิ แถลงข่าวว่า ขณะนี้ได้นำตัวเด็กหญิงคนดังกล่าวเข้าตรวจที่ห้องกักกันเชื้อโรค โดยขอเวลาอีก 2 วัน เนื่องจากได้นำเม็ดเลือดไปตรวจอีกครั้งว่า เด็กคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสเมอร์สหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่พบว่าติดเชื้อ หลังจากแถลงข่าวได้นำสื่อมวลชนไปดูห้องปลอดเชื้อที่นำเด็กหญิงไปรอผลตรวจเม็ดเลือด

กระทรวงสาธารณสุขประสานตำรวจ-สถานทูตช่วยค้นหาตัวผู้สัมผัส “เมอร์ส” จากผู้ป่วยชาวโอมานอีก 9 ราย เป็นแท็กซี่คนไทย 1 ราย อังกฤษ 6 ราย กับชาวอิตาลี-สวิตฯ ประเทศละ 1ราย... 24 มิ.ย. 2558 07:32 ไทยรัฐ