วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกร่างรธน.ตั้งซ้อน สภาขับเคลื่อน

นายกฯจวกเละนักข่าวเขียนดีไม่ได้ตังค์

ชุดยกร่างฯอ่อยยอมรับร่าง รธน. แก้กว่า 100 มาตรา แต่ประเด็นร้อนยังอยู่ครบ เปิดโพย 10 ปมร้อนต้องรื้อใหม่ เล่นกลตั้งสภาขับเคลื่อนฯซ้ำซ้อน ทั้งในร่างแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว และร่าง รธน.ฉบับใหม่ “ไพบูลย์” แจงอาจต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ “วิษณุ” ย้ำชัดไม่เอาโอเพ่นลิสต์ แนะแก้ ก.ม.ลูกให้ตั้งพรรคง่ายขึ้น ยกโมเดลอิสราเอลฉลาดยังไม่เลือกนายกฯตรง ปิดปากนิ่งเฟ้นตัวสภาขับเคลื่อนฯ “บิ๊กตู่” นอยด์สื่อวิจารณ์ไร้ผลงาน โอดทำคนตั้งใจเสียกำลังใจกันหมด ข้องใจรับใบสั่งใครให้เขียนตี ซัดสร้างความขัดแย้งไม่จบสิ้น “ปู” ยังเดินสายทำบุญ-สะเดาะเคราะห์วันเกิด ชาวเมืองสองแควแห่ให้กำลังใจ ผบช.ภ.4 สั่งจับตาเข้ม กลุ่มต้านถือฤกษ์ 24 มิ.ย. เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์

ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเล่นเกมถอยไม่จนกระดาน ในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยโยกประเด็นร้อนไปไว้ในบทเฉพาะกาล ล่าสุดถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการซ่อนกลจัดตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปซ้ำซ้อน ไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างฯกำลังดำเนินการอยู่

ยกร่างฯอ่อยแก้กว่าร้อยมาตรา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญว่า ยอมรับว่ามีการปรับปรุงในหลายประเด็น อาจทำให้ต้องแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญกว่า 100 มาตรา เพราะแต่ละประเด็นครอบคลุมเกี่ยวโยงมากกว่า 1 มาตรา เช่น กรณีตัดกลุ่มการเมืองออก ก็ต้องปรับแก้ไขราว 30 มาตรา จึงขอให้รอการสรุปและแถลงอย่างเป็นทางการจาก กมธ.ยกร่างฯ หลังจากการพิจารณาเรียงรายมาตราเสร็จสิ้นแล้ว และการประชุมภายในของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่ 24 มิ.ย. กมธ.ยกร่างฯที่เป็น สปช.ทั้ง 21 คนจะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องไปล็อบบี้ สปช.ให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ได้เป็นร่างสุดท้าย

เปิดโพย 10 ปมร้อนต้องรื้อใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ความคืบหน้าในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 10 ประเด็น อาทิ 1.นายกรัฐมนตรีคนนอก จะเพิ่มเติมว่าต้องเป็นเสียงสองในสามทุกกรณี 2.กรณีโอเพ่นลิสต์จะไปบรรจุไว้ในบทเฉพาะกาล 3.ให้อำนาจ กกต.จัดการเลือกตั้งเหมือนเดิม 4.ไม่ยุบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กับผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่จะพิจารณาเนื้องานที่มีความซ้ำซ้อนกันให้ชัดเจน 5.ตัดมาตรา 182 ทิ้ง 6.ปรับปรุงมาตรา 181 ให้นายกฯยังคงเสนออภิปรายไว้วางใจตัวเองได้ แต่ไม่ตัดสิทธิฝ่ายค้านที่จะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภานั้น 7.ตัดกลุ่มการเมืองไม่ให้ลงเลือกตั้ง

เล่นกลตั้งสภาขับเคลื่อนฯซ้ำซ้อน

8.ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา แต่ลดอำนาจลง 9.คงระบบเลือกตั้งสัดส่วนผสม โดยปรับเพิ่ม ส.ส.เขตจาก 250 คนเป็น 300 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 200 คน เหลือ 150 คน 10.ภาค 4 กรณีการปฏิรูปและการปรองดองซึ่งจะพิจารณากันวันที่ 23 มิ.ย. ว่าจะทำตามข้อเสนอของ ครม. ที่ให้ยุบรวมคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติเข้ากับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ และบัญญัติเฉพาะการปฏิรูปด้านที่จำเป็นไว้ในรัฐธรรมนูญ สำหรับในส่วนอื่นจะนำไปไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแทนหรือไม่ รวมถึงสถานะของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่จะตั้งขึ้นใหม่ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะซ้ำซ้อนกับสภาขับเคลื่อนฯที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเดิมกำหนดไว้หรือไม่ และควรกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างไรเพื่อให้เกิดความชัดเจน

“ไพบูลย์” หนุนไปพร้อม คสช.-ครม.

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและ สปช. กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดให้ สปช.ต้องสิ้นสุดวาระลงในวันที่ 7 ก.ย.นี้ และให้ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นเพื่อสานต่องานปฏิรูปภายใน 30 วัน โดยให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกหรือแต่งตั้งให้ครบ 200 คน เพื่อทำงานปฏิรูปอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นว่าวาระการดำรงตำแหน่งของสภาขับเคลื่อนฯชุด 200 คน ควรจะสิ้นสุดตาม ครม.และ คสช. ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 120 คนที่จะอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังยกร่างนี้ ยังไม่ทราบว่าจะมีหรือไม่ หากมีก็ไม่น่าใช้ชื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คงใช้ชื่ออื่น

กระทุ้ง สปช.มีจิตสำนึกโหวต รธน.

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม สปช. มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม โดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ได้หารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถร่างให้ถูกใจได้ทุกคน ไม่มีผู้วิเศษจะบันดาลให้ถูกใจทุกคนได้ การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เป็นเรื่องของจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ไม่ใช่การฟังสัญญาณจากใคร สัญญาณที่ดี คือ จิตสำนึกของตัวเอง ส่วนตัวจะตัดสินใจลงมติ 80 ต่อ 20 คือ ถ้าเนื้อหารัฐธรรมนูญออกมาดี 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ไม่ถูกใจ ก็จะให้รัฐธรรมนูญผ่าน ขอฝากไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าให้ยึดมั่นในกรอบ 4 ประการ คือ 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดสมดุล 3.หนุนสังคมเป็นธรรม 4.นำชาติสู่สันติสุข ถ้า กมธ.ยกร่างฯปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้ส่วนรวมรับได้ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบของสปช. และผ่านการทำประชามติ

“วิษณุ” ย้ำไม่เอาระบบโอเพ่นลิสต์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ ว่ายังจับกระแสอะไรไม่ได้ เนื่องจากความชัดเจนของ กมธ.ยกร่างฯยังไม่มากพอ แต่ก็ถอยปรับแก้หลายจุดถือเป็นสัญญาณที่ดี เท่ากับยอมรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ เมื่อปรับแก้เสร็จคงต้องร่างออกมาให้ดูก่อน ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากบางเนื้อหาไม่ใช่การถอย แต่เป็นการปรับย้ายไปอยู่ในบทเฉพาะกาล อย่างการเลือกตั้งระบบโอเพ่นลิสต์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ท้วงติงไป เพราะเราไม่ต้องการให้คนที่ลงเลือกตั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์ไปหาเสียงแข่งกันเองในบัญชี อีกทั้งการปรับแก้จำนวนจากเดิม 200 คนเหลือบัญชีเดียวทั่วประเทศ 150 คน จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ยากขึ้น และคงอีกนานถ้าจะใช้จริง

แนะแก้ ก.ม.ลูกให้ตั้งพรรคง่ายขึ้น

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีการตัดประเด็นไม่ให้กลุ่มการเมืองลงสมัครเลือกตั้ง เท่าที่ดูไม่มีเสียงสนับสนุนและมีข้อเสียมาก กมธ.ยกร่างฯจึงยอมรับส่วนนี้ แต่ต้องไปแก้กฎหมายลูกให้การจัดตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้นจนใกล้เคียงกลุ่มการเมือง ส่วนการป้องกันไม่ให้นักการเมืองเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุน ที่จริงป้องกันได้ กติกาหลายข้อก็พยายามป้องกัน การไปคิดเรื่องกลุ่มการเมืองเพราะเขาต้องการจะหนี แต่คนทั่วไปหรือแม้แต่ตนเห็นว่ามันหนีไม่พ้น เพราะเมืองไทยไม่เหมือนเมืองนอก เมืองไทยเป็นนอมินี สุดท้ายถ้าไปตั้งกลุ่มการเมือง ยิ่งทำให้นายทุนเข้าไปครอบงำได้ สุดท้ายทั้งหมดกลายเป็นมุ้งเล็กในมุ้งใหญ่

ปิดปากเฟ้นตัวสภาขับเคลื่อนฯ

เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ได้ผู้ที่จะเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมบ้างแล้วหรือยัง นายวิษณุตอบว่า นายกฯเป็นคนตั้งไม่ใช่ตน จึงไม่มีสิทธิไปเสนออะไรทั้งนั้น วันนี้ยังไม่มีใครคิดเรื่องเหล่านี้ ให้เกียรติ สปช.บ้างเขายังอยู่ จะไปเซ้งบ้านขณะที่คนเก่ายังอยู่ไม่ได้ และยังไม่มี สปช.คนไหนมาวิ่งเต้น เขาไม่รู้จะวิ่งกับใคร และไม่รู้จะวิ่งทำไม

อิสราเอลยังไม่เลือกนายกฯตรง

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) เสนอทำประชามติถามเรื่องเลือกตั้งนายกฯโดยตรง ว่า ไม่ว่ากันเสนอมาได้ทั้งนั้น หาก สปช.และ สนช.ยอมรับโหวต เมื่อถามว่าระบบการเลือกตั้งนายกฯโดยตรงในบ้านเราสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ก็ไม่แปลกอะไร แต่ข้อเสียมีอยู่ไม่น้อย แม้จะมีข้อดีอยู่บ้าง โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย ลองไปดูประเทศไหนในโลกใช้ระบบนี้ อย่างประเทศอิสราเอลลองใช้ได้ 3-4 ปีก็ยกเลิกเพราะมันมีข้อเสีย ตอนนี้ไม่มีซักประเทศ มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแล้วแหละ เมื่อมันไม่เคยมีก็อย่ามี ถ้าจะมีก็ได้ประเทศไทยจะได้เป็นประเทศแรกที่ลงกินเนสส์บุ๊ก ต้องคิดถึงสภาพสังคมแต่ละประเทศ การปกครอง รัฐธรรมนูญ วิถีชีวิตต่างๆ ถ้ามันสวนทางกันมันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เขาฉลาดกว่าเราตั้งเยอะทำไมเขาไม่คิดใช้

จี้ “บวรศักดิ์” รับผิดชอบ รธน.ถูกคว่ำ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทัศนคติความเชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ที่ระบุการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือ กปปส. เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของความขัดแย้งในประเทศไทยนั้น ทัศนคติหรือความเชื่อแบบที่มีปัญหาของนายบวรศักดิ์ที่เปิดเผยออกมา ถึงตอนนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไร เพราะหลักฐานมันชัดเจนว่า คิด เชื่อ พูด และทำอย่างไร เส้นแบ่งระหว่างคำว่าเหตุผลกับคำแก้ตัวมันใกล้กันมาก เชื่อว่าสังคมกำลังจับตาดูว่าถ้ามีการคว่ำรัฐธรรมนูญที่นายบวร-ศักดิ์ เป็นประธานยกร่างฯด้วยวิธีใดก็ตาม แปลว่ารัฐธรรมนูญที่ทำมาใช้ไม่ได้ นายบวรศักดิ์จะรับผิดชอบอย่างไร ที่ทำให้คนไทยเสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกโดยเปล่าประโยชน์ เอาเวลาไปคิดรับผิดชอบเรื่องนี้ดีกว่าเสียเวลามาแก้ตัว

“บิ๊กตู่” โชว์วิชั่นเวทีผู้นำ ACMECS

เวลา 08.00 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) ที่กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่น้ำโขง (ACMECS) ครั้งที่ 6 โดยมีนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมา เป็นประธานการประชุม ก่อนประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้นำที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เป็นที่ระลึก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมว่า ความสำเร็จของ ACMECS จะเป็นรากฐานความสำเร็จต่อยอดสู่อาเซียน เราต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม และระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐานสากลอย่างครบวงจร รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน เชื่อมั่นว่าการประชุมผู้นำวันนี้เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะพยายามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ในปฏิญญาพุกามและปฏิญญาอื่น เราต้องจริงใจไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นมิตรและเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน ไม่ใช่คู่แข่ง

จับมือสู่ความมั่นคง–มั่งคั่ง–ยั่งยืน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ACMECS ตั้งขึ้นเพื่อประชาชนในภูมิภาค ไม่ใช่เพื่อประเทศหนึ่งประเทศใด เพื่อยังประโยชน์สู่ประชาชนของทุกประเทศ จึงขอให้วางใจและเชื่อมั่นว่า ACMECS จะก่อประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกฝ่าย ประชาชนทุกประเทศทุกหมู่เหล่า จะได้ผลจากการพัฒนาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เราไม่ควรหยุดเป้าหมายเพียงการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนเท่านั้น แต่ต้องมองไปให้ไกลกว่าเดิม และก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง ควรใช้ ACMECS เป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมและผลักดันให้ทุกประเทศสมาชิก บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และวาระแห่งการพัฒนาภายหลังปี ค.ศ.2015 ของสหประชาชาติ ไทยมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสนับสนุน และขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือ ACMECS และอาเซียน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“บิ๊กตู่” นอยด์สื่อวิจารณ์ไร้ผลงาน

ต่อมาเวลา 16.50 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากสาธารณรัฐเมียนมา ว่า ปัญหาทุกเรื่องตนต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องทำให้ดีที่สุด วันนี้ไม่ดีวันข้างหน้าก็ต้องดี หรือจะให้วันนี้ดีแล้ววันข้างหน้าล้มละลาย ก็คงต้องเลือกเอาแล้ว เงินทองจะได้ใช้กันให้หมดไป เป็นหนี้เป็นสินสุดท้ายก็ล้มละลาย ตนไม่เคยเป็นศัตรูกับนักข่าว แต่ทุกวันนี้เขียนโจมตีผมทุกวัน แต่ละเล่ม เขียนโจมตีทั้งนั้น ขี้เกียจพูด ทำเยอะแต่ไม่มีใครเขียนในสิ่งที่ทำ ให้ความสนใจแต่ความขัดแย้ง ความขัดแย้งก็มาก การเมืองก็แย่ ถามว่าจะเขียนให้บ้านเมืองมันสงบได้หรือไม่ ทุกคนก็รู้ว่าทุกอย่างคือปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของโลก แต่สื่อไม่เคยลดราวาศอกเลย พอพูดก็หาว่าตนปิดบังความจริง

โอดคนตั้งใจเสียกำลังใจกันหมด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เสียใจอยู่เหมือนกัน ดันเกิดมาอยู่ประเทศนี้ก็ต้องเสียใจ วันนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคนไทย ไม่ใช่ว่าไม่สงสาร ที่ทำทุกวันนี้ก็เพราะสงสารคนจน ผู้ที่มีรายได้น้อย รู้ดีว่าลำบากแค่ไหน วันนี้ทุกประเทศที่เดินทางไปร่วมประชุมต่างมีความก้าวหน้า ไม่เห็นมีใครพูดเรื่องของความขัดแย้ง มีแต่ประเทศเราที่พยายามจะขุดกันออกมา แล้วบอกว่าเราไปปิดกั้น ถ้าปิดกั้นจริงมันไม่เป็นเช่นนี้หรอก แต่ก็ไม่ได้ทำ น่าจะเกรงใจกันบ้าง ไม่มีเลย อยากจะเขียนอะไรเขียน อยากจะด่าอะไรก็ด่า “วันนี้ถูกแบ่งพวกกันไปหมดจนหลายคนหมดกำลังใจในการทำงาน ข้าราชการเองก็แย่ เพราะผมก็ต้องกวดขัน เขาก็ไม่รู้จะไปกันอย่างไรแล้ว ข้าราชการดีมีเยอะ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็ท้อแท้ ครม.ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร ผลประโยชน์เขาก็ไม่ได้ แต่ถูกด่าถูกว่าทุกวัน ไม่มีให้กำลังใจ อยากถามว่าใครจะทำงานให้ แล้วจะมาเอาอะไรจากผม เบื่อ ไม่อยากที่จะบ่น”

ข้องใจสื่อรับใบสั่งใครให้เขียนดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างตนคิดเป็น ไม่ว่าจะเรื่องกาสิโน หรือเรื่องอื่น ถ้าสื่ออยากจะต่อว่าก็ขอให้ไปต่อว่าพวกนักการเมืองที่ออกมาพูดบ้าง กล้ากันหรือไม่ ไปถามดูซิว่าพูดกันทำไม ปฏิรูปคืออะไรไปถามกันบ้าง โดยเฉพาะบรรดาอดีตรัฐมนตรีต่างๆ ไปถามสิว่าต้องการให้ปฏิรูปอย่างไร ไม่ใช่มาไล่ถามตนทุกวันอย่างนี้ บอกทุกวัน ทำให้ทุกวัน แต่ไม่ฟัง หรือฟังก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน จะถามให้มีเรื่องกันให้ได้ ไม่ได้โกรธผู้สื่อข่าว เพราะรู้ว่าทุกคนก็รับใบสั่งมา เขียนดีเขาก็ไม่ลงให้ เขียนไม่ดีท่านอาจได้สตางค์ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่จ่ายเงินให้ ก็รู้อยู่ บรรณาธิการ รีไรเตอร์ ก็ต้องคอยทำหน้าที่ตรวจข่าวอยู่แล้ว ถ้าเขียนดีเขาก็ไม่ลง

ซัดสร้างความขัดแย้งไม่จบสิ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า นักข่าวทุกคนได้เงินเดือนตามปกติไม่ได้รับเงินใคร พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงอันดังว่า “ไม่รู้ จะได้มาอย่างไรไม่รู้ งั้นก็คงรวยกันแล้ว ก็เขียนกันต่อไปซิ เดี๋ยวประเทศนี้มันก็เจ๊งลงไปเองแหละ คราวนี้ก็คงไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินกันทั้งประเทศ ก็ตามใจ ต่างประเทศพร้อมที่จะลงทุนและเดินหน้า มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่พูดเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่มีประโยชน์ สร้างความขัดแย้งไปเรื่อย ไม่รู้ว่าจะเอาให้ใครชนะ ผมไม่รู้ แล้วเคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า ถ้าผมทำแล้วมันไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ หรือช่างมัน เดี๋ยวรัฐบาลหน้าก็ทำกันเอง มันก็คงต้องอยู่กันไปแบบนี้ ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิด ขอให้คิดถึงคนจนเขาบ้างว่าเมื่อไหร่ฝนจะมา น้ำจะมา จะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งผมกำลังคิดกับเขาอยู่ แต่พวกคุณก็เอาปัญหากระจุกกระจิกจากข้างบนมาตีกับไอ้ข้างล่าง จนแก้อะไรไม่ได้ ทำให้รวนไปทั้งหมด ล้มทั้งระบบ ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะปฏิรูป หรือปฏิวัติกี่ครั้งมันก็ไม่มีประโยชน์ กลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง เป็นการบ้านที่ทุกคนต้องกลับไปคิด”

“ยิ่งลักษณ์” เดินสายทำบุญวันเกิด

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่วัดดอนไชย ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อม“น้องไปก์” ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร ลูกชาย เดินทางมาทำบุญวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี และทำพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยมีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นาย ปัณณวัฒน์ นาคมูล แกนนำ นปช.อุตรดิตถ์ พร้อมกลุ่มมวลชนกว่า 300 คนเดินทางมาต้อนรับ มอบดอกกุหลาบสีแดงให้กำลังใจ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จุดเทียน ธูปบูชาพระรัตนตรัย กราบนมัสการพระครูเกษมกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอนไชย จากนั้นเข้าสู่ที่พิธีบายศรีที่ชาวอำเภอลับแลจัดเพื่อเป็นการรับขวัญและสะเดาะเคราะห์ไปในตัว เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากเคราะห์กรรมต่างๆ ที่ประดังเข้ามา ตามความเชื่อของคนโบราณ หลังเสร็จพิธี น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทักทายชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง

ชาวเมืองสองแควแห่ให้กำลังใจ

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะ เดินทางไป จ.พิษณุโลก ด้วยขบวนรถยนต์ประมาณ 10 คัน แวะกินก๋วยเตี๋ยวและข้าวมันไก่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาประตูมอญ ถนนพญาเสือ ต.ในเมือง ก่อนเดินทางไปที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ เพื่อกราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประชาชนชาวพิษณุโลกกว่า 100 คนมาคอยต้อนรับมอบดอกไม้ให้ บางคนถึงกับร่ำไห้ร้องขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่วยพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับคืนบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ต่อมาจึงเดินทางไปยังวัดนางพญา เพื่อไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในพระราชวังจันทน์ และเดินทางไปกราบนมัสการขอพรจากพระมงคลสุธี ประภาโส หรือหลวงปู่แขก เกจิชื่อดังของเมืองสองแคว ที่วัดสุนทรประดิษฐ์ ต.บางระกำ อ. บางระกำ จ.พิษณุโลก ก่อนเดินทางกลับ กทม.

ผบช.ภ.4 สั่งจับตาเข้มกลุ่มดาวดิน

สำหรับความคืบหน้ากรณี 7 นักศึกษากลุ่มดาวดิน ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ นายพายุ บุญโสภณ นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ นายสุวิชชา ฑิพังกร นายศุภชัย ภูครองพลอย และนายวสันต์ เศษสิทธิ ไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามนัด ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช.ที่ 3/2558 นั้น วันเดียวกัน พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า นักศึกษากลุ่มดังกล่าวอยู่ร่วมกับชาวบ้านที่ต่อต้านเหมืองทองภูทับฟ้า ที่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย และยืนยันว่าไม่หนี ไม่ต่อสู้ และยอมให้จับกุมนั้น เบื้องต้นมีการออกหมายเรียกนักศึกษาทั้ง 7 คนไปแล้ว แต่ยังไม่ออกหมายจับ เพราะเชื่อว่านายประกันและทนายความจะพาทั้ง 7 คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามวันเวลาที่เห็นสมควร และได้สั่งกำชับให้ตำรวจ ภ.จ.เลย สภ.วังสะพุง เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มนี้ตลอด ส่วนที่มีกระแสข่าวที่ว่าทั้งหมดอาจจะเข้ารายงานตัวในวันที่ 24 มิ.ย.ที่ตรงกับวันเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองนั้น ถ้าไม่มาก็จะต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกฝ่ายให้โอกาสน้องๆนักศึกษาตลอด

ถือฤกษ์ 24 มิ.ย. 8 นศ.จะไปมอบตัว

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้านการรัฐประหาร หลังศาลทหารมีคำสั่งอนุมัติหมายจับ 8 แกนนำนักศึกษาและอดีตนักศึกษา เนื่องจากไม่มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา มั่วสุม ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 7 กรณีจัดกิจกรรมรำลึก 1 ปีการรัฐประหาร ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายทรงธรรม แก้ว–พันพฤกษ์ หรือเดฟ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ หนึ่งในผู้ถูกออกหมายจับให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ไม่ทราบเรื่องถูกออกหมายจับ และก่อนหน้านี้ก็ประสาน สน.ปทุมวันว่าจะไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 มิ.ย.พร้อมกัน ยืนยันจะเดินทางไป สน.ปทุมวัน ตามที่นัดตำรวจไว้ ไม่คิดหนีไปไหน แต่ขณะนี้ไม่มั่นใจ รู้สึกกังวลกับกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น

กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดรวมพล

ขณะที่กลุ่ม “พลเมืองโต้กลับ” Resistant Citizen ได้เผยแพร่คลิปวีดิโอความยาว 3 นาทีเศษ ใช้ชื่อว่า “พลเมืองเอาไงเอากัน” โดยปรากฏภาพหญิงสองรายและชายหนึ่งราย ร่วมกันกล่าวนัดหมายให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช. เดินทางมารวมตัวที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ ในวันที่ 24 มิ.ย. เพื่อร่วมเดินคล้องแขนไปให้กำลังใจนักศึกษาที่จะไปมอบตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่สน.ปทุมวัน ระบุว่า นานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาได้ริบเอาสิทธิเสรีภาพของพวกเราไป ด้วยข้ออ้างว่าจะคืนความสุขให้คนทั้งประเทศ นานแค่ไหนแล้วที่ต้องสยบยอมต่ออำนาจเถื่อน พวกเขาเขียนกฎเผด็จการขึ้นมาชี้หน้าคนอื่นว่าไม่เคารพกฎหมาย อาศัยกฎเถื่อนลายพรางมากดข่มคุกคาม ตั้งข้อหา จับกุมคุมขังผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับอำนาจอันไม่ชอบธรรม พวกเราได้แต่เพียงกดเก็บความไม่พอใจไว้ภายใน ทำได้แต่เอาใจช่วยเพื่อนของเราที่ออกมาท้าทายต่ออำนาจเหล่านั้นเพียงลำพัง

ยึดฤกษ์ 24 มิ.ย.ปลุกต้านปฏิวัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง ทั้งตำรวจและทหาร จับตาเข้มความเคลื่อนไหวฝ่ายต้านรัฐประหาร ที่จะยึดฤกษ์วันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์พร้อมกัน โดยกลุ่มเห็นต่างได้พุ่งเป้าไปรวมตัวจัดกิจกรรมที่บริเวณหมุดคณะราษฎร ลานพระบรมรูปทรงม้า ร.5 อาทิ กลุ่มพรรคกวีมันสูญ นำโดยนายรวี สิริอิสระนันท์ หรือวาดรวี มีการประกาศเชิญชวนผ่านโซเชียลมีเดีย ให้คนไปร่วมวางดอกไม้รำลึกคณะราษฎร ขณะที่เฟซบุ๊กแฟนเพจของฝ่ายต้านรัฐประหารทุกกลุ่ม เริ่มมีการแชร์ข้อความต่อๆกัน โดยเรียกร้องให้สมาชิกเดินทางไปร่วมวางดอกไม้รำลึกทั้งที่บริเวณหมุดคณะราษฎร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ไม่ให้มีการแสดงสัญลักษณ์ที่จะเป็นการต่อต้านคณะ คสช. เพื่อป้องกันการถูกจับกุม ขณะที่มีกลุ่มต่อต้าน คสช.บางกลุ่มเชิญชวนให้ถ่ายภาพการชูสามนิ้วที่เป็นสัญลักษณ์การต้านรัฐประหารในสถานที่ต่างๆ เพื่อนำไปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการแสดงออกในการต่อต้านการรัฐประหารอีกด้วย

พท.กระแซะ คสช.เร่งคืน ปชต.

อีกเรื่อง น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยลงจากร้อยละ 3.8 เหลือเพียงร้อยละ 3 เป็นไปตามที่คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคออกมาเตือนแต่แรก และเชื่อว่าเศรษฐกิจสิ้นปีนี้มีโอกาสสูงที่จะโตไม่ถึงร้อยละ 3 เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายอย่างไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งยังเจอปัญหาขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ปัญหาโรคเมอร์ส ที่จะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่กำลังไปได้ดีให้หยุดชะงักลง ส่วนยอดการส่งเสริมการลงทุนใน 5 เดือนแรก มียอดเงินลดลงถึงร้อยละ 84 เป็นเรื่องที่น่าวิตกมาก แสดงว่านักลงทุนต่างประเทศไม่ได้สนใจที่จะลงทุนในประเทศ ไทยอีกแล้ว ส่งผลกระทบระยะยาวต่อประเทศอย่างมาก ดังนั้น อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหานี้และพยายามกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างประเทศ

ชุดยกร่างฯอ่อยยอมรับร่าง รธน. แก้กว่า 100 มาตรา แต่ประเด็นร้อนยังอยู่ครบ เปิดโพย 10 ปมร้อนต้องรื้อใหม่ เล่นกลตั้งสภาขับเคลื่อนฯซ้ำซ้อน ทั้งในร่างแก้ไข รธน.ฉบับชั่วคราว และร่าง รธน.ฉบับใหม่... 24 มิ.ย. 2558 07:26 24 มิ.ย. 2558 07:26 ไทยรัฐ