วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีขึ้น!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 มิ.ย.58 ปิดที่ระดับ 1,503.23 จุด ลดลง 0.83 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 34,202.80 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด นำโดย KBANK ปิด 199.50 บาท ลบ 0.50 บาท, AOT ปิด 296 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, JAS ปิด 6.10 บาท บวก 0.10 บาท, TASCO ปิด 21.30 บาท ลดลง 0.10 บาท และ PTT ปิด 357 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท

หุ้นไทยได้ Sentiment เชิงบวกจากต่างประเทศหลัง ECB ได้ขยายเพดานหนี้ให้กับแบงก์ของกรีซแล้ว ซึ่งยังต้องหารือกับสหภาพยุโรปพิจารณามาตรการปฏิรูปเพื่อแลกเงินช่วยเหลือ ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทางบวก

ส่วนปัจจัยลบในประเทศเรื่องโรคเมอร์สเริ่มคลี่คลายหาก 2 ก.ค.ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มก็สามารถประกาศได้ว่าไทยปราศจากโรคเมอร์ส
บล.โนมูระ พัฒนสินประเมินว่า ตลาดน่าจะมีการเก็งการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบฯไตรมาส 2 โดยมองแนวโน้มการลงทุน ตลาดน่าจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นได้ ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,497-1,494 จุด ส่วนแนวต้าน 1,515-1,518 จุด

ขณะที่ “วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล” กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังคาดว่านักวิเคราะห์อาจจะมีการปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (EPS Growth) ในปีนี้จากเดิมว่าจะมีกำไร 105 บาทต่อหุ้น หรือเติบโต 14% เนื่องจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพลังงานออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ยังมองดัชนีตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3 จะปรับขึ้นมาแตะที่ระดับ 1,600-1,640 จุดได้ บนพื้นฐาน P/E 14.4 เท่า เนื่องจากช่วงไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่ภาวะกระแสเงินมีการไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ ไหลเข้ามายังตลาดทุน แม้จะมีปัจจัยกดดันจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ออกมาประกาศว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ เพียงครั้งเดียว จากเดิมปรับขึ้น 2 ครั้ง

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น แนะนำว่านักลงทุนต้องมองหาโอกาสในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง ซึ่งหุ้นกลุ่มที่ให้น่าสนใจลงทุนต้องมีการเติบโตสอดคล้องไปกับภาวะเศรษฐกิจ และการลงทุนของภาครัฐ เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มโทรคมนาคม อีกทั้งมองว่ามูลค่าตลาดในปัจจุบันถือว่ามีความเหมาะสมและดึงดูดให้นักลงทุนเข้าลงทุนให้มากขึ้น!!

อินเด็กซ์ 51

24 มิ.ย. 2558 00:12 ไทยรัฐ