วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวังน้ำผึ้งหยดเดียวและน้ำเดือดในกา

ผู้อ่านท่านครับ เรื่องราวในโลกใบนี้ เรื่องที่วางแผนไว้อย่างดี บางทีไม่บังเกิดผล แต่บางอย่างเป็นเรื่องที่ไม่ได้วางแผนมาก่อนดันเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้คาดหวังตั้งใจ เรื่องราวจำนวนไม่น้อย เกิดมา จากน้ำผึ้งหยดเดียว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งมโหฬารในประเทศต่างๆ บนโลกใบนี้

แม้แต่ที่เมียนมานี่ก็ใช่ครับ

ตอนนั้นรัฐบาลทหารของนายพลเนวินยังปกครองเมียนมาอยู่ วันหนึ่งในเดือนมีนาคม พ.ศ.2531 นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีในกรุงย่างกุ้งทะเลาะกับชาวบ้าน นักศึกษาคนหนึ่งถูกแทง เรื่องเล็กน้อยอย่างนี้จริงๆ คนแทงเป็นลูกของนายทหารชั้นผู้น้อย ตำรวจก็จึงพยายามช่วยกลบเกลื่อนปิดข่าวให้เรื่องเงียบ เพื่อนนักศึกษาไม่พอใจก็ประท้วง

สังคมเมียนมาตอนนั้นไม่มีการประท้วงนะครับ รัฐบาลทหารควบคุมสถานการณ์ในประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าหืออือ พอมีนักศึกษากล้าประท้วง ประชาชนก็ลุกฮือเข้ามาร่วมด้วย การถูกห้ามทำโน่นทำนี่ ก็เหมือนกับน้ำถูกต้มอยู่ในกาจนเดือด ไม่มีรูออก มีรูเกิดขึ้นมาเพียงนิดเดียวก็พุ่งกันใหญ่ ทหารเมียนมาคิดว่าประชาชนจะกลัวกระสุน ก็ยิงใส่นักศึกษาและประชาชนจนตายไปหลายร้อย และจับไปขังคุกอีกหลายพัน

ความจริงใจกับประชาชนนี่ก็สำคัญครับ คุณจะทำโครงการนั้น โครงการนี้ หรือจะลาออกจากตำแหน่งนั้น ตำแหน่งนี้ เพื่อล้างความผิด ประชาชนดูออกครับ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงใจ หรือมีสิ่งซ่อนเร้น ประชาชนก็ไม่ยอมเหมือนกัน อย่างนายพลเนวิน พอ
คนเดินขบวนประท้วงมากๆ แกก็ประกาศลาออกจากประธานพรรคโครงสร้างสังคมนิยมพม่า ซึ่งตอนนั้นเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ถูกกฎหมาย และก็ตั้งนายพลจัตวาเส่งลวิน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยและศาสนา ซึ่งเป็นคนสนิทของตัวเองให้เป็นประธานาธิบดีและเป็นประธานพรรคแทน

เรื่องนี้หลอกคนไม่ได้ดอกครับ แม้ว่าจะมีรถถัง มีปืนเป็นพันเป็นหมื่นกระบอก คนก็ไม่ยอม ยิ่งโกรธและต่อต้านรัฐบาลมากยิ่งขึ้น สิงหาคม พ.ศ.2531 คนเมียนมาออกมาเป็นล้านทั่วประเทศ ทหารไม่รู้ว่าจะไปปราบใครตรงไหน เมื่อผู้ใหญ่สั่งให้ยิง ทหารก็ใช้รถถังยิงกราดไม่เลือกเป้าหมาย ทำเอาคนตายไปหลายพัน

เส่งลวินก็จึงลาออก นายพลเนวินก็เข็น ดร.เมา เมา ซึ่งเป็นนักกฎหมายและเป็นอดีตรัฐมนตรียุติธรรมให้เป็นประธานาธิบดีแทน คนเมียนมาก็รู้อีกว่า ดร.เมา เมา นี่เป็นหุ่นเชิด ไม่ได้เป็นตัวจริง เป็นการเล่นละครตบตา ก็ยังออกมาเดินขบวนประท้วงกันอยู่ต่อไป

นายพลอองซานเป็นวีรบุรุษแห่งเอกราชเมียนมา มีลูก 3 คน คือ เด็กชายอองซานโอ เด็กชายอองซานลิน และเด็กหญิงอองซานซูจี ลูกคนที่ 2 จมน้ำตายตั้งแต่ยังเด็ก จึงเหลือลูก 2 คน ทั้งอองซานโอและอองซานซูจี ไม่มีใครคิดอยู่ในเมียนมาดอกครับ ลูกคนโตไปอยู่ที่เมืองซานติอาโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันชน

ส่วนอองซานซูจีก็แต่งงานกับ ดร.ไมเคิล แอริส คนอังกฤษ หัวหน้ากรมแปลเอกสารที่ภูฏาน ตัวเองก็ทำงานในแผนกวิจัย กระทรวงต่างประเทศ ราชอาณาจักรภูฏาน มีลูกชาย 2 คน คนโตชื่ออะเล็กซานเดอร์ (เกิด ค.ศ.1973) คนที่ 2 ชื่อ คิม (เกิด ค.ศ.1977) ตอนหลัง อองซานซูจีมาเรียนหนังสือต่อที่สถาบันตะวันออกและแอฟริกันศึกษา มหาวิทยาลัยลอนดอน ขณะกำลังทำวิทยานิพนธ์ ก็ทราบข่าวว่านางขิ่นจี ผู้เป็นแม่ป่วยหนัก จึงเดินทางกลับมาอยู่กับแม่ที่โรงพยาบาลนานถึง 4 เดือน ก่อนจะพาแม่กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน

ขณะคนเมียนมากำลังประท้วงเป็นแสนเป็นล้านคนทั่วประเทศ นางอองซานซูจีก็ตัดสินใจออกไปร่วมกับขบวนการประชาชน มีคนจำได้ว่านี่คือลูกสาวของท่านนายพลอองซาน วีรบุรุษแห่งเอกราชเมียนมา คราวนี้ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนขอให้มาเป็นคนนำการประท้วงหน่อย อองซานซูจีก็เลยเข้ามามีบทบาททางการเมืองในเมียนมาแบบบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจมาก่อน แต่เลือดพ่อเข้มข้น พร้อมทั้งเป็นคนที่มีการศึกษาดี เห็นโลกมาเยอะ ก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางการเมืองได้อย่างเข้มแข็ง และชนะใจประชาชนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

อองซานซูจีเจอเรื่องบังเอิญที่เกิดจากน้ำผึ้งหยดเดียว

ทุกวันนี้ โปรดระวังเรื่องบังเอิญกันหน่อยครับ

เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีอะไรจะกิน

น้ำในกาเดือดพล่านมาได้สักพักแล้ว

เรื่องบังเอิญเกิดได้ง่าย.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand