วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลับหัวคิด 99 ตอบยังไงให้ไม่ได้งาน

ผมสัมภาษณ์คนสมัครเข้าทำงานรวมกันน่าจะเป็นหลักหมื่นคนได้ ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ต้องเลือกคนเข้าทำงาน ดังนั้น ผมจึงเห็นคนที่มีวิธีตอบคำถามที่โดนใจ หรือบางคนที่ตอบคำถามฆ่าตัวตายมามากต่อมากแล้ว ต้องบอกว่ามีแค่ไม่เกิน 10% เท่านั้นที่ผ่านเข้ามาทำงานกับผม และก็ต้องบอกเลยครับ ว่ามันเป็นความยากมาก ด้วยระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาทีที่จะตัดสินใจเลือกใครสักคนมาทำงานด้วย ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าคนที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์ ไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง แต่คุณอาจจะไม่เหมาะสมบางประการเท่านั้น หรือคุณอาจจะไม่เหมาะกับตำแหน่งที่เรากำลังมองหาเท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะผมพลาดเองที่มองความเก่งของคุณไม่ออก

กลับมาดูว่าตอบแบบไหนจะได้งาน ตอบแบบไหนฆ่าตัวตาย ปกติแล้วผมจะมีเป้าหมายหาคนที่เราต้องการอยู่แล้ว ว่าเราต้องการคนประเภทไหน คุณสมบัติเป็นอย่างไร ดังนั้นเมื่อมาถึงผม สิ่งที่ผมจะเลือกหรือไม่เลือกคือคำตอบอื่นๆ ที่ผมอยากรู้ เช่น มีแผนการในชีวิตอะไรในระยะ 2 ปีข้างหน้าถ้าตอบว่า เตรียมโครงการเรียนต่ออยู่ อันนี้ตกไปเลยครับ หรือ กะว่ามาทำงานเพื่อสะสมประสบการณ์ และคงเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง อันนี้ก็ตกครับ หรือบางคนผมจะถามถึง Life Style ในวันหยุด เทศกาลต่างๆ พวกวางแผนการท่องเที่ยวอย่างดี เรียกว่าดูวันหยุดล่วงหน้าไว้เลย และจองที่พักห้องพัก แถมโม้ว่าฉันน่ะนักท่องเที่ยวมืออาชีพ แบบนี้ก็สอบตกครับ เพราะองค์กรคงต้องการคนขยันทำงานมากกว่าขยันเที่ยว ดังนั้น เวลาตอบอะไร ต้องระวังนะครับ

พวกเปลี่ยนงานบ่อยๆ ก็ต้องระวัง เพราะมันบอกถึงความไม่อดทนในงานที่ตัวเองทำ ถึงแม้จะอ้างสาระพัดเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้นครับ เพราะเราจะดูเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จริงๆ ก็ต้องบอกว่ารูปร่างหน้าตา บุคลิกภาพเป็นข้อได้เปรียบเพราะเป็นสิ่งแรกที่จะสร้างความประทับใจได้ เมื่อไม่นานมานี้ผมสัมภาษณ์น้องผู้หญิงคนหนึ่ง Profile เธอเรียกว่าดีมากทีเดียว จบปริญญาตรีจากจุฬาฯ ปริญญาโท การตลาดจากอังกฤษ ทำงานผ่านมาหลายที่อายุงานก็ร่วม 10 ปี หน้าตาเธออยู่ในขั้นที่เรียกว่าสวยเลย เรียกว่า สร้างความประทับใจกับคนได้เมื่อแรกเห็น แต่ยิ่งคุยคะแนนของเธอก็ยิ่งตกลงไปเรื่อยๆ เช่น ผมถามคำถามง่ายๆ กับเธอว่าอะไร Strength point ของคุณ หรือแปลเป็นไทยก็คือ อะไรคือจุดแข็งในตัวคุณ เธอตอบว่า หน้าตาค่ะ คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการที่มีหน้าตาดีคงจะได้เปรียบในการทำงาน และเธอก็โชคดีที่หน้าตาดี

ดังนั้นจึงเป็นจุดขายที่โดดเด่นที่สุดของเธอ ผมถึงกับอยากหยุดการสัมภาษณ์ไว้แค่นั้นเลย สำหรับผมหน้าตาเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญคือ ทัศนคติ ไหวพริบของเธอมากกว่า ถ้าเธอไม่มี Profile แบบที่ผมบอกไปแล้ว เธอคงมีจุดขายที่หน้าตาของเธอจริงๆ แต่นี่มีอย่างอื่นมากมายที่สำคัญกว่านั้นเยอะ ผมเองบอกเลยครับ พวกแต่งตัว Over Dress มา หรือประเภท Brand ทั้งตัวมาก็เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเลือกคนทำงานทั้งสิ้นครับ และผมมักจะมี Free Question ที่ให้ถามอะไรก็ได้ บางคนถามผมถึงวันหยุด หรือ Over time ต่างๆ ซึ่งต้องบอกเลยครับ บางทีเราต้องดูตำแหน่งของผู้ที่มาสัมภาษณ์เราด้วย อย่างผมเป็น CEO ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะมาถามเรื่องวันหยุดหรือ OT เพราะสำหรับผมคงมองว่า

นอกจากจะเป็นคำถามที่ทำให้คะแนนลดลงแล้ว เพราะดูจะสนใจวันหยุดแทนที่จะถามถึงเรื่องงาน และยังไม่รู้จักว่าอะไรควรถามคนที่ทำงานในระดับ CEO ซึ่งไม่ควรจะถามคำถามแบบนี้ อีกอย่างที่เป็นคำตอบฆ่าตัวตายเลยคือ ถ้าผ่าน Pro แล้ว ลาหยุดได้เลยมั้ย อันนี้ฆ่าตัวตายมากๆ ครับ จำไว้ครับไม่มีนายจ้างที่ไหนอยากได้พนักงานที่รักที่จะไปเที่ยวมากกว่าจะรักงานแน่นอนครับ.

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

ผมสัมภาษณ์คนสมัครเข้าทำงานรวมกันน่าจะเป็นหลักหมื่นคนได้ ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ต้องเลือกคนเข้าทำงาน... 23 มิ.ย. 2558 10:43 ไทยรัฐ