วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หยุดรถไฟความเร็วสูงจีนญี่ปุ่น-1 ก่อนสร้างความหายนะ

วันนี้ผมมีจดหมายค้างจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นจดหมายสำคัญที่ คุณวาณี อำไพกิจพาณิชย์ เลขานุการ คณะทำงานระบบราง ชมรมวิศวะ จุฬาฯ ร่วมปฏิรูปประเทศไทย (วศ.รปปท.) ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสำเนามาถึงผมรายงานเรื่อง “แนวทางปฏิรูประบบรถไฟของไทย” ด้วยความเป็นห่วงว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงจีนและญี่ปุ่นของรัฐบาล อาจนำไปสู่ การตัดสินใจที่ผิดพลาด และ การลงทุนที่ผิดพลาด ซึ่งจะ สร้างภาระให้ชาติ และ อนุชนรุ่นหลัง ไม่น้อยไปกว่า ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว

ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอ่าน ก่อนที่โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ตัดสินใจกันอย่างเร่งด่วน จะสร้างความเสียหายแก่ชาติยิ่งกว่าโครงการรับจำนำข้าว เนื้อหาในจดหมายค่อนข้างยาว ผมจะพยายามตัดทอนให้กระชับ เชิญอ่านครับ

“สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศ แผนการลงทุนร่วมกับประเทศจีน ใน โครงการก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 ม. สายหนองคาย-แก่งคอย-มาบตาพุด เพื่อเชื่อมต่อกับจีน ที่ กระทรวงคมนาคม กำลังดำเนินการอย่างเร่งรีบ ในฐานะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีอยู่กับระบบรางของไทยมาหลายสิบปี มีความห่วงใยและเป็นทุกข์อย่างมาก เพราะเล็งเห็นถึง ความเสียหายใหญ่หลวง และ ผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย ทีมงาน วศ.รปปท. จึงขอโอกาสที่จะให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งด้วยความจริงใจ เพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านได้ทบทวนความเหมาะสมในการลงทุนต่อไป ดังนี้

1. ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขนาดความกว้างของทางรถไฟ จนมีคนไปวิเคราะห์ว่า ระบบรางของไทยไม่พัฒนา เพราะขนาดความกว้างของทางรถไฟไม่ได้มาตรฐาน คือ กว้าง 1.00 ม. หรือ มิเตอร์เกจ ควรไปใช้ความ กว้างมาตรฐาน 1.435 ม. หรือ สแตนดาร์ดเกจ ความจริงก็คือ ยูโรเปียน สแตน-ดาร์ดเกจ เพราะมาจากยุโรป เนื่องจากความกว้างของทางรถไฟในยุโรปแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ไม่สามารถวิ่งถึงกันได้ จึงเกิดข้อตกลงร่วมกันเลือกขนาดรางที่มีมากที่สุดในขณะนั้นคือ 1.435 ม. มาเป็นมาตรฐานจนถึงทุกวันนี้

(ผมขอหมายเหตุสักนิด สาเหตุที่ทางรถไฟยุโรปไม่เท่ากัน เกิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อป้องกันศัตรูขนอาวุธและทหารทางรถไฟ แต่ละประเทศจึงทำรางให้ไม่เท่ากัน)

หากเรา ยึดความคิดของยุโรป มาพัฒนารางในอาเซียน ก็จะพบว่า ความกว้างทางรถไฟ 1.00 ม. คือ มาตรฐานของอาเซียน หรือ อาเซียน สแตนดาร์ดเกจ ถ้ามีการพัฒนาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเหมาะสม ระบบราง 1.00 ม. จะกลายเป็นระบบรางที่มีประสิทธิภาพในอาเซียน ใช้เงินลงทุนถูกที่สุด มีสมรรถนะดีที่สุด สามารถวิ่งได้เร็วถึง 160 กม./ชม.

(ผมขอหมายเหตุอีกนิด โครงการรถไฟไทยจีนบนราง 1.435 ม. ที่รัฐมนตรีคมนาคมรีบไปเซ็นกับจีน มีเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอยด้วย วิ่งด้วยความเร็วเพียง 180 กม./ชม.เท่านั้น แต่ใช้เงินลงทุนสูงกว่าราง 1.00 ม.หลายเท่าตัว)

2. ที่ผ่านมาหลายประเทศในเอเชียต่างก็ถกเรื่องขนาดความกว้างของรางมาแล้วทั้งสิ้น หลายประเทศก็เรียนรู้และก้าวข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้ว บางประเทศก็เรียนรู้จากการลงทุนที่เสียหายไปแล้ว เช่น เวียดนาม วันนี้เลยเกิดทางรถไฟ 3 ราง เพื่อแก้ปัญหาราง 1.435 ม. กลับไปเป็นราง 1.00 ม. มาเลเซีย ก็ศึกษาอยู่หลายปีจนได้ข้อสรุปว่า ควรทำรางคู่ขนาด 1.00 ม. เป็นระบบรถไฟฟ้า และล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนความกว้างของรางรถไฟเป็น 1.435 ม.ไปแล้ว

ส่วน ญี่ปุ่น ที่กำลังขายรถไฟความเร็วสูง 1.435 ม. ให้ไทย ทางรถไฟญี่ปุ่นมี ทั้งหมด 26,696 กม. เป็น รางกว้าง 1.067 ม.ถึง 22,301 กม. (84%) รถไฟความเร็วสูงชินกับเซน และ รถไฟธรรมดารางกว้าง 1.435 ม. มีเพียง 4,251 กม. (16%) เท่านั้น

จะเห็นว่า ระบบรางรถไฟไทยที่มีปัญหา ไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางโลจิสติกส์ของประเทศได้ ไม่ใช่ปัญหาขนาดความกว้างของราง แต่เป็น ปัญหาจากนโยบายที่ผิดพลาด ในการพัฒนาระบบรางในอดีตที่ ขาดทิศทาง องค์กรรถไฟอ่อนแอ และขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างถูกต้อง” (พรุ่งนี้ว่ากันต่อครับ)

“ลม เปลี่ยนทิศ”

23 มิ.ย. 2558 10:33 23 มิ.ย. 2558 10:33 ไทยรัฐ