วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยายแฟงขายสี

ระหว่าง พ.ศ.2420–2450 อาชีพโสเภณียังอยู่ในรูปแบบเก่าคือ “นางประจำสำนัก” (กรุงเทพยามราตรี วีระยุทธ ปีสาลี สำนักพิมพ์มติชน 2557)

สำนักที่มีชื่อเสียงที่สุด ขึ้นชื่อลือชามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 คือสำนักยายแฟง มีประจักษ์หลักฐานยืนยัน จากการที่ยายแฟงเอาเงินไปสร้างวัด ชื่อว่าวัดใหม่ยายแฟง วัดนี้ มีอีกชื่อว่า วัดคณิกาผล หมายถึงผลที่ได้จากนางคณิกา

สมัยนั้นมีธุรกิจชื่อดัง พูดติดปากอยู่สามแห่ง ยายฟักขายข้าวแกง ขายแฟงขาย...? สี ยายมีขายเหล้า

กิจการโสเภณีย่านสำเพ็ง เติบโตมาพร้อมๆกับการเติบโตของกรุงเทพฯ โสเภณีทุกสำนักต้องเสียภาษีบำรุงถนนให้กับรัฐ ถือได้ว่าโสเภณีเป็นอาชีพถูกกฎหมาย

ต่อมามีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันสัญจรโรค ร.ศ.127 ในปี พ.ศ.2452 สำนักโสเภณีทุกแห่งต้องแขวนโคมเขียวเป็นสัญลักษณ์เพื่อให้รู้ว่า จดทะเบียนเสียภาษีเรียบร้อย

แต่ก็ยังมีโสเภณีเถื่อน แอบแฝงยืนขายบริการอยู่ตามพื้นที่บันเทิงยามค่ำคืน คือโรงบ่อนและโรงหวย

พ.ศ.2460 กิจการโสเภณี...ก็ยิ่งทวีความเจริญ แอบแฝงอยู่ตามสถานบันเทิงในโลกสมัยใหม่ ได้แก่โรงภาพยนตร์ โรงแรม สถานเริงรมย์ จนกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตยามค่ำคืน

ผู้หญิงขายบริการ สร้างความสมบูรณ์ให้กับความเป็นเมือง พวกเธอถูกเรียกว่า หญิงงามเมือง หนังสือพิมพ์ยุคนั้น รายงานว่าหนึ่งในสิบของถนนหรือตรอกซอกซอยกรุงเทพฯมีซ่องโสเภณี

สี่แยกถนนราชดำเนิน ตัดถนนดินสอ เคยเงียบเหงาไม่มีผู้คน ปี 2460 มีผู้ไปเช่าที่ปลูกบ้านเรือนจนเต็มไปหมด จนเป็นที่ประชุมชนมีร้านขายของหลายร้าน ยามค่ำคืน พวกหญิงนครโสเภณีเถื่อน ก็ออกมานั่งลอยโฉมหาลูกค้า

ยุคหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างโสเภณีแบบเก่าที่สำเพ็ง (พ.ศ.2411-2463) กับโสเภณีแบบใหม่ ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกา (พ.ศ.2488-2503)

เหตุผลของความเปลี่ยนแปลง นอกจากการปรับตัวเข้ากับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และค่านิยมสมัยใหม่...แล้ว ก็คือความต้องการหลีกเลี่ยงภาษี

พ.ศ.2450 นสพ.สยามออบเซอรเวอร เขียนข่าว...ว่า

เวลานี้ตัวกามโรคเที่ยวพลุกพล่านมากตามแถวหลังโรงหนังญี่ปุ่น ถึงกับฉุดคร่าชวนชายไปสมสู่ พลตำรวจบางคนเห็นเข้าก็ห้ามปราม...พวกร้านเจ๊กขายกาแฟกวางตุ้ง และโรงสูบฝิ่นก็มีผู้หาหญิงไปคอยนั่งอยู่หน้าประตู...

พ.ศ.2478 มีข้อห้ามค้าโสเภณี...ราคาโสเภณีเริ่มตกลง หลายคนเปลี่ยนไปเป็นหญิงนักร้อง หมอนวด หญิงนั่งคุยกับแขก คู่เต้นรำตามสถานเริงรมย์ หญิงคู่เต้นรำยุคแรกๆมีทั้งหญิงไทย และหญิงจีนจากกวางตุ้ง เซี่ยงไฮ้

ยุคนี้ยังไม่มีหลักฐานคู่เต้นรำชายสำหรับหญิง

พ.ศ.2470 มีข่าวการลักลอบเปิดซ่องเด็กชายรับจ้างทำชำเรา ให้กับผู้ใช้บริการที่มีทั้งแขก จีนเจ้าสัวและจีนบ้าบ๋า นสพ.พาดหัวข่าวว่า ตั้งซ่องโสเภณีเถื่อนอย่างวิตถาร

ซ่องนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลตรอกถั่วงอก เขตป้อมปราบ เจ้าของชื่อนายการุญ ผาสุก มีชื่อเล่นว่า ถั่วดำ

วีระยุทธ ปีสาลี ทิ้งท้ายด้วยข้อสังเกตว่า พฤติกรรมของคนรักร่วมเพศ ปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ราวปี พ.ศ.2500

ถึงวันนี้ ปีนี้ พ.ศ.2558...อาชีพโสเภณี...ยังเป็นอาชีพคลุมเครือ ใบอนุญาตเปิดสำนักโสเภณีไม่มี มีแต่ใบอนุญาตสถานอาบอบนวด...ซึ่งจำกัดโควตา จึงมีราคาแพงมาก...ราคาแต่ละใบหลายสิบล้าน แพงมากแพงน้อย คิดตามจำนวนห้อง...

ธุรกิจอาบอบนวด...ทำกำไรได้มหาศาล ถึงขนาดทายาทเจ้าของสถานอาบอบนวด เคยเข้ามาเป็นรัฐมนตรี...ล้ำหน้ากว่าสมัยยายแฟง สร้างวัดคณิกาผล...เป็นไหนๆ

ผมค้นตำนานโสเภณีสมัยสำนักยายแฟง มาเล่าสู่กันฟัง ตั้งใจจะสื่อไปถึงท่านผู้มีอำนาจ...ไหนๆก็ตั้งใจจะเปิดบ่อนกาสิโนแล้ว ก็น่าจะเปิดสำนักโสเภณี...ด้วย

บ่อนกับซ่อง เป็นของคู่กัน...ตำรวจไทยจะมีราศี พ้นข้อครหา ส่วยบ่อนส่วยซ่องเสียที.

กิเลน ประลองเชิง

23 มิ.ย. 2558 09:58 23 มิ.ย. 2558 09:58 ไทยรัฐ