วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลัดกระทรวงรักษาการ ครม. (ต่อ)

โดย

ประเด็นแรกในรัฐธรรมนูญที่ขอสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯยืนหยัดรักษาเอาไว้ให้ได้คือมาตรา 184 ที่กำหนดให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทนคณะรัฐมนตรีภายหลังการยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุ

ที่จริงกลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติยื่นคำขอแก้ไขในมาตรานี้เพียงเล็กน้อยกล่าวคือ

กลุ่มนายมนูญ ศิริวรรณ ขอเติมคำว่า “และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี” เข้าไปในบทบัญญัติเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กับ แก้ไขให้การรักษาราชการแทนของปลัดกระทรวงตามมาตรานี้สิ้นสุดลงเมื่อ คณะรัฐมนตรีใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว

ส่วน กลุ่มนายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ ขอเพิ่มเติมว่า หรือกรณีความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดตามมาตรา 185 (3) (4) (5) (7) หรือ (8)

นั่นคือ ต้องคำพิพากษาให้จำคุก, สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ไว้วางใจ, ขาดคุณสมบัติ, กระทำการอันต้องห้าม และถูกถอดถอน จากตำแหน่ง

เรียกว่าถ้านายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดก็ตาม ครม.ทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยโดยไม่ให้รักษาการเว้นแต่กรณีนายกรัฐมนตรีลาออก

ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีตายก็ไม่อาจรักษาการได้อยู่แล้ว

การขอแก้ไขของสมาชิกสภาปฏิรูปทั้งสองกลุ่มในเรื่องนี้ไม่ใช่การล้มล้างหลักการเดิมเพียงแต่เสนอให้รัดกุมยิ่งขึ้น

คณะกรรมาธิการยกร่างจะวินิจฉัยอย่างไรก็ว่ากันไปขอให้มีเนื้อหาหลักเหมือนเดิมเป็นใช้ได้

แต่ว่าเอาเข้าจริงๆแล้วดูเหมือนว่าปัญหากลับไปมีที่ข้อเสนอของ คณะรัฐมนตรี ชุดปัจจุบันที่ทำท่าว่าไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ถึงขนาดเสนอให้ตัดออกไปทั้งหมดด้วยซ้ำไป

ฟังจากคำอธิบายของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในกรณีนี้แล้วดูอ้อมแอ้มยังไงชอบกลจับความได้เป็นทำนองว่าถึงให้ปลัดกระทรวงรักษาการก็ไม่แก้ปัญหาถ้าปลัดกระทรวงนั้นสนิทสนมกับรัฐมนตรีที่ตั้งมาหรืออะไรทำนองนั้น

ก็ยังอยากฟังอีกครั้งให้ชัดๆว่าเหตุผลกลใดกันแน่ที่ยอมให้ ครม.ที่ยุบสภายังอยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

บทเรียนจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่ดื้อแพ่งไม่ยอมเปลี่ยนแปลงสถานะขนาดตัว นายกรัฐมนตรี ถูกถอดถอนพ้นตำแหน่งซ้ำซ้อนยังดันทุรังให้ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการต่อจนในที่สุดเกิดเหตุการณ์ไปสู่คำพูดอมตะที่ว่า นาทีนี้ไม่ลาออก และ นาทีนี้ขอยึดอำนาจ ขึ้นมาจนได้

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นปีเศษๆนี่เองทำไมลืมง่ายกันจัง.

“ซี.12”

23 มิ.ย. 2558 09:40 ไทยรัฐ