วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยรอลุ้นอีก7วัน ไร้เมอร์ส ยังไม่พบเชื้อเพิ่ม

ชาวโอมานดีขึ้น-ญาติ3คนไม่ป่วย4รายล่าสุดที่เชียงใหม่ปลอดภัยจับตา6,000คนไปอุมเลาะห์ซาอุฯ

มาได้ครึ่งทาง การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สในไทย “หมอวชิระ” เผยชายชาวโอมานอาการดีขึ้น ลุ้น 2 ก.ค.นี้ อนุญาตให้ญาติทั้ง 3 ราย ออกจากห้องแยกโรคได้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมถกโรงพยาบาลเอกชน เตรียมขอความร่วมมือเอเจนซี่ตรวจ “เมอร์ส” 1 สัปดาห์ ก่อนนำคนจากประเทศกลุ่มเสี่ยงมารักษาโรคอื่นๆ ในไทย ด้าน สบส.แฉมี 2 รพ.เอกชนปฏิเสธรับคนไข้จากประเทศกลุ่มเสี่ยงมารักษาโรคอื่น ขู่หากพบอีกมีโทษหนัก ส่วน “คลัง-ท่องเที่ยวฯ” มั่นใจ “เมอร์ส” จะไม่กระทบเศรษฐกิจของประเทศ

สถานการณ์การเฝ้าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ในไทย หลังพบผู้ป่วยรายแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคเมอร์ส ว่าสถานการณ์ผู้ป่วยยืนยันในไทยยังคงมี 1 ราย ส่วนผู้สัมผัสโรคล่าสุดลดลงจาก 176 ราย เหลือ 163 ราย เนื่องจากออกนอกประเทศไปแล้ว 13 ราย อย่างไรก็ตาม สำหรับอาการของผู้ป่วยชายชาวโอมานอายุ 75 ปี ขณะนี้อาการดีขึ้น ซึ่งวันที่ 22 มิ.ย. นี้ถือว่าผู้ป่วยอยู่ในไทยครบ 7 วันแล้ว

ส่วนการจะยืนยันว่าผู้ป่วยรายนี้หายจากอาการป่วยหรือไม่ นพ.วชิระกล่าวว่า เบื้องต้นต้องเริ่มจากผู้ป่วยไม่มีอาการไข้ ไอและหอบ หลังจากนั้นต้องให้แพทย์ประเมินว่าจะตรวจหาเชื้ออีกตอนไหน แต่ตามหลักต้องตรวจหาเชื้ออีก 2 ครั้ง และทั้ง 2 ครั้ง ตรวจผลจะต้องออกมาว่าไม่พบเชื้อถึงจะยืนยันได้ว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวหายแล้ว แต่การจะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและเดินทางออกนอกไทยนั้น ยังต้องประเมินอีกครั้ง เพราะผู้ป่วยมีอายุมาก และมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ

นพ.วชิระกล่าวอีกว่า ญาติอีก 3 คน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ แต่ตามระบบจะต้องติดตามและเฝ้าระวังไปอีกจนครบ 14 วัน ซึ่งคือวันที่ 2 ก.ค. ขณะที่กลุ่มสัมผัสโรคต่างๆยังไม่มีใครป่วย แต่ก็จะติดตามไปจนครบกำหนดเช่นกัน ส่วนผู้อยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรคขณะนี้มี 53 ราย ในจำนวนนี้กลับจากเกาหลีใต้ 32 ราย จากตะวันออกกลาง 21 ราย ทุกรายผลการตรวจไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม สธ.จะประสานไปกับโรงพยาบาลเอกชนในการเข้มงวดและยกระดับการคัดกรองผู้ป่วยมากขึ้น เพราะกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารักษาโรคต่างๆในไทยมีจำนวนมาก ส่วนการเตรียมพร้อมด้านอื่นๆ หากมีผู้ป่วยเพิ่ม เบื้องต้นประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และค่ายทหาร เป็นต้น

ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยหลักการการเฝ้าระวังผู้ป่วยจะต้องดูแลและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายในช่วง 7 วันแรก ซึ่งเป็นช่วงเสี่ยงในการแพร่โรค แต่ไทยผ่านพ้นมาแล้ว ถือว่าควบคุมได้ในระดับที่ค่อนข้างดี แต่ก็จะไม่ประมาท ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด

นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สธ.ได้หารือกับโรงพยาบาลเอกชนต่างๆว่า ต่อไปจะให้โรงพยาบาลเอกชนประสานกับเอเจนซี่ ที่จะนำผู้ป่วยมารักษาโรคต่างๆ ในประเทศไทยโดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดของเมอร์สอย่างประเทศทางตะวันออกกลาง ให้ตรวจหาโรคเมอร์สในผู้ที่จะมารักษาโรคต่างๆในไทยก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนที่ส่งมาไทย ซึ่งกรณีนี้ทางโรงพยาบาลเอกชนก็เห็นด้วยกับ สธ.

ส่วนกรณีผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านเอเจนซี่ ให้โรงพยาบาลเอกชนดูประวัติของผู้เข้ามา หากมาจากประเทศตะวันออกกลางให้ส่งสารคัดหลั่งตรวจหาเชื้อทุกรายเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่เชื้อ

วันเดียวกัน ที่โรงแรมริชมอนด์ น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวในการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 127 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกลาโหม สังกัดตำรวจ และคลินิกในพื้นที่กลุ่มเสี่ยงที่ชาวต่างชาติมาใช้บริการ 100 แห่ง เพื่อเตรียมแผนรับมือป้องกันและแนวทางปฏิบัติในการส่งต่อผู้ป่วยโรคเมอร์ส เช่น การซักประวัติการเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ โดยเฉพาะผู้มีอาการไอ ไข้ มีน้ำมูก ต้องเช็กอย่างละเอียด การติดป้ายประชาสัมพันธ์ว่ากลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงขอให้แจ้งให้แพทย์ทราบ โดยจะติดป้ายที่หน้าประตูโรงพยาบาลทุกทางเข้าออกอย่างชัดเจน และให้จัดทำหน่วยคัดกรองแบบวันสต๊อป เซอร์วิส ให้แยกกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ป่วยทั่วไป และให้สื่อสารเกี่ยวกับการติดต่อของโรคเมอร์ส

“เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง เมื่อทราบว่าผู้ป่วยเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเพื่อมารักษาโรค โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 2 แห่งกลับปฏิเสธไม่ให้ผู้ป่วยเข้ารับรักษา และเรียกแท็กซี่ให้ โดยให้มาที่สถาบันบำราศนราดูรแทน ซึ่งลักษณะนี้ถือว่าผิดหลักมาตรฐานของสถานพยาบาลในเรื่องการส่งต่อ และปฏิเสธผู้ป่วย โดยมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผิดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยมีความผิดจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเร็วๆนี้จะมีการสุ่มตรวจสถานพยาบาลเอกชน และคลินิกเพื่อจะป้องกันไม่ให้เกิดกรณีนี้ซ้ำอีก เบื้องต้นได้ว่ากล่าวตักเตือนเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไปแล้ว” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้ ไอ แต่อาจไม่ได้ป่วยโรคเมอร์ส หากสงสัยให้ประสานมายังสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ถึงกรณีกระแสข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคเมอร์สเพิ่มที่ จ.เชียงใหม่ ว่าในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้ที่เข้าข่ายต้องสอบสวนโรคและเก็บเชื้อส่งตรวจ 4 ราย โดยเดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ เบื้องต้นพบว่ามีอาการไข้ แต่ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการชี้ชัดว่าพบว่า 3 ใน 4 ราย เป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่อีก 1 ราย ไม่พบว่าเป็นเชื้ออะไรและไม่ใช่เชื้อเมอร์ส แต่เพื่อให้มาตรการเฝ้าระวังเป็นไปอย่างเข้มงวด จึงต้องใช้มาตรการเฝ้าระวังและดูอาการของผู้ป่วยควบคู่ไปด้วย เบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยอาการไม่ได้อยู่ในขั้นร้ายแรง เนื่องจากยังเป็นคนหนุ่มแข็งแรง แต่เนื่องจากหาเชื้อไม่พบจึงยังต้องอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ซึ่งจะไม่ให้ผู้ป่วยที่สอบสวนโรคปะปนกับคนไข้ทั่วไป

ด้าน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่าขณะนี้มีการเก็บเชื้อผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยส่งตรวจอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปี 2557 ตรวจวิเคราะห์เชื้อ 120 ราย แต่ปี 2558 ส่งเชื้อตรวจแล้ว 146 ราย และเนื่องจากประเทศเกาหลีใต้ เป็นพื้นที่เสี่ยงด้วย จึงส่งเชื้อตรวจวิเคราะห์เพิ่มขึ้นจากทุกจังหวัด จากเดิมการส่งเชื้อตรวจจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาไปพื้นที่ตะวันออกกลางจำนวนมาก

จากนั้นช่วงบ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวมาตรการป้อง กันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์สในสถานศึกษา โดย นพ.โสภณ ยืนยันว่าประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโรคเพียงรายเดียว และยังไม่มีการระบาดในชุมชน ซึ่งโดยโรคนี้ติดต่อโดยการไอหรือจามใส่กัน มีลักษณะอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ ส่วนข้อปฏิบัติด้านสุขนิสัยส่วนตัว ขอให้เน้นกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ซึ่งสำคัญมากเพราะถ้านักเรียนมีสุขนิสัยที่ดีนอกจากป้องกันโรคเมอร์สแล้ว จะช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย และถ้าใครเป็นไข้ ไอ จาม อยากให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่คนอื่น อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคกำลังจะทำการ์ตูนแอนนิเมชั่นแนะนำวิธีการดูแลและป้องกันโรคดังกล่าวแบบเข้าใจง่ายโดยเฉพาะกับเด็ก คาดว่าจะนำออกมาเผยแพร่ได้ในเร็วๆนี้

สำหรับการเฝ้าระวังตามด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.ต. สุริยา ปาวรีย์ ผบ.จทบ.สระแก้วและคณะตรวจเยี่ยมการสกัดไวรัสเมอร์สของที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จ.สระแก้ว พร้อมคณะให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มประเทศเสี่ยง ซึ่งยังไม่พบความผิดปกติ

ส่วน นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ สาธารณสุขจังหวัดฯ เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง โรงพยาบาลเอกชน คลินิก ร้านขายยา โรงแรม รีสอร์ตและร้านอาหารให้แจ้งมัคคุเทศก์ช่วยดูแลนักท่องเที่ยวหรือผู้เกี่ยวข้องที่เดินทางมาจาก 7 ประเทศที่เฝ้าระวังคือซาอุดีอาระเบีย การ์ตา โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน เกาหลีใต้และจีน หากมีอาการไข้ ไอมีน้ำมูกหรือเจ็บคอ ภายใน 14 วันให้รีบพบแพทย์ทันที ส่วนผู้เดินทางทั่วไป ควรปฏิบัติให้พ้นจากไวรัสร้าย ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานพยาบาลในช่วงที่มีการระบาด 2.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปหรือสัมผัสฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มน้ำนมดิบโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคโดยเฉพาะน้ำนมอูฐ 4.ปฏิบัติตามสุขอนามัย กินร้อนช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ 5.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่นเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ เมื่อไอหรือจามควรใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกทุกครั้ง และ 6.หลังจากกลับจากการเดินทาง หากภายใน 14 วัน มีอาการไข้ไอหรือเจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ขณะเดียวกัน นายเกริกไกร สงธานี นอภ.เกาะพะงัน เปิดเผยกรณีการโพสต์ข้อความผ่านทางสังคมออนไลน์ว่า มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ รายหนึ่งเดินทางมากับสายการบินโอมานแอร์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เที่ยวเดียวกับผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเมอร์สรายแรกและหญิงคนดังกล่าวจะเดินทางมาเกาะพะงันทำให้เกิดความแตกตื่นว่า ข่าวดังกล่าวเชื่อถือไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวในพื้นที่เกาะพะงันและเกาะเต่า พร้อมกันนี้ได้ประสานกับผู้ประกอบการโรงแรม สมาคมโรงแรมเกาะพะงันเพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบด้วย แต่ก็ไม่พบเช่นกัน

ด้านนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า ศอ.บต.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการเข้มในการป้องกันเฝ้าระวังและดูแลผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีอุม–เราะห์และฮัจญ์ทั้งก่อนเดินทางและขณะอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งหลังเดินทางกลับ โดยผู้เดินทางทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคและให้ทุกคนเตรียมร่างกายให้มีความพร้อมที่จะแสวงบุญโดยให้การอบรมให้ความรู้เรื่องโรคดังกล่าว พร้อมแจกหน้ากากอนามัยและแจกเจลล้างมือไว้ป้องกัน

สำหรับการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลังไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อเมอร์สรายแรก นายสมหมาย ภาษี รมว. คลัง เปิดเผยว่า ยังไม่คิดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากโรคระบาดเมอร์ส ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวมากและเตรียมพร้อมที่จะรับมือ ขณะนี้เข้าใจว่าการรับมืออยู่ในระดับแผน 1 ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขมีหลายแผนที่จะรองรับ อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศ ตนอยากให้การจัดการปัญหาดังกล่าวเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนนับจากนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศจะต้องจองทัวร์เพื่อมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยว ช่วงปลายปีนี้ จึงน่าจะพอมีเวลาให้ไทยเข้าไปควบคุมโรคเมอร์ส และเท่าที่ดูการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขไทยน่าจะรับมือเรื่องนี้ได้ และขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องให้นักท่องเที่ยวทำประกันภัยเพิ่มสำหรับคนที่ติดโรคนี้อย่างในเกาหลีทำ ดังนั้น ไทยไม่ควรไปตื่นตระหนกกับเรื่องนี้มากนัก

ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่ามั่นใจในมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ในการตรวจสอบและคัดกรองคนเข้าประเทศไทย แต่ก็จะประสาน 6 บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ที่จัดทัวร์ศาสนานำนักท่องเที่ยวชาวอิสลามเดินทางไปร่วมพิธีอุมเราะห์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเดินทางเฉลี่ยปีละ 6,000 คน ให้เข้ามาลงทะเบียนกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อติดตามการเดินทาง พร้อมกับเข้ารับการอบรมการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคเมอร์สก่อน ขณะเดียวกันจะขอความร่วมมือโรงแรมที่พักมารับทราบขั้นตอนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ต้องสงสัย จะไม่ให้นั่งรถแท็กซี่ไป เพื่อลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อให้มากที่สุด และยังเชื่อมั่นว่าการพบผู้ป่วย 1 รายในไทย จะไม่ส่งผลกระทบต่อช่วงไฮซีซันนี้อย่างแน่นอน

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเมอร์สที่เกาหลีใต้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่ากระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงว่า พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสเมอร์สโควีในประเทศเพิ่ม 2 ราย ต่างอยู่ในช่วงอายุ 80 ปีและมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 27 ราย นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 3 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อเป็นทั้งหมด 172 ราย ส่วนยอดผู้ถูกกักกันตัวรอดูอาการลดลงเหลือ 3,833 คนจากตัวเลขผู้ถูกกักกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่มีมากกว่า 6,700 คน ขณะที่ ดร.พูนาม เขตระปาล ซิงห์ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคอาเซียน กล่าวชื่นชมประเทศไทยว่าสามารถรับมือการระบาดของไวรัสเมอร์ส-โควีได้เป็นอย่างดี คือเมื่อตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อก็ทำการกักกันตัวไว้ในสถานพยาบาลที่มีการกำหนดไว้เฉพาะและมีอุปกรณ์ทางการแพทย์เพียบพร้อม

มาได้ครึ่งทาง การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สในไทย “หมอวชิระ” เผยชายชาวโอมานอาการดีขึ้น ลุ้น 2 ก.ค.นี้ อนุญาตให้ญาติทั้ง 3 ราย ออกจากห้องแยกโรคได้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมถกโรงพยาบาลเอกชน เตรียมขอความร่วมมือ 23 มิ.ย. 2558 07:50 23 มิ.ย. 2558 07:50 ไทยรัฐ