วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปช.ขู่คว่ำรธน. ชี้ถอยกํ้าๆกึ่งๆ

เผยปมร้อนยังมีทั้งนั้นที่มานายกฯจากคนนอกโอเพนลิสต์‘ส.ว.สรรหา’

กมธ.ยกร่างฯจ่อคืน ดาบ 5 เสือ กกต. จัด การเลือกตั้ง ตัด กจต. ทิ้งเหตุไร้ประสิทธิภาพ ไม่ยุบรวมผู้ตรวจการฯ-กสม. “โอเพนลิสต์” ยังขอซุกไว้ในบทเฉพาะกาล รอเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ “นายกฯคนนอก” แค่ปรับแต่ไม่ตัด-หลักการเหมือนเดิม สปช.โวยถอยก้ำๆกึ่งๆมีสิทธิโดนโหวตคว่ำกลางกระดาน สนช.ชงแผนผ่าตัด ตร. “ยุบที่ปรึกษา สบ 10 ปิด-ตำนาน ดาบ จ่า นายสิบ” “บวรศักดิ์” ปัดพูดดูถูกเสื้อแดง ท้าเปิดเทปฟัง ใครเข้าใจผิดก็ขออโหสิกรรม “ตู่” ซัดเจตนาชัดสร้างความร้าวฉานเตือนน้ำผึ้งหยดเดียว “ปู” ไปเมืองลับแลกราบหลวงพ่อเพ็ชร-พระยาพิชัยดาบหัก “ทักษิณ” ไอจีจากยุโรปเบิร์ธเดย์น้องสาว อ้อนพี่อยู่มุมไหนของโลกยังคิดถึงครอบครัวเสมอหลังจากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเปิดให้องค์กรต่างๆมาชี้แจงเกี่ยวกับข้อเสนอให้มีการปรับแก้รัฐธรรมนูญร่างแรก ล่าสุดกรรมาธิการยกร่างฯคาดว่าจะเริ่มพิจารณาเป็นรายมาตราได้ในวันที่ 25 มิ.ย.

กมธ.ยกร่างฯตัด กจต.-คืนอำนาจ กกต.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเป็นประธานการประชุม มีวาระการทบทวนและพิจารณาคำขอแก้ไขจากกลุ่มต่างๆ โดยนายปกรณ์ ปรียากร โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า จากการนำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ภาคส่วนต่างๆนำเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯมาพิจารณา กมธ.ยกร่างฯมีแนวโน้มปรับเนื้อหาใน 2 เรื่อง คือ กจต.ที่จะปรับออก เหลือเพียงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนการตั้งหน่วยงานหรือบุคคลใดให้ช่วยในกิจการการเลือกตั้งให้เป็นสิทธิ์ของ กกต. นอกจากนั้นแล้วยังพิจารณาด้วยว่า กจต. ที่ต้องการให้มาแก้ปัญหาในส่วนการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมานั้นแท้จริงอาจไม่สามารถปฏิบัติได้ ดังนั้นการแก้ปัญหารวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งจะพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

ไม่ยุบรวมผู้ตรวจการฯ-กสม.

นายปกรณ์กล่าวต่อว่า ขณะที่การควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นั้น ข้อสรุปคือไม่ควบรวมและให้เป็นรูปแบบเหมือนกับที่ผ่านมา ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน กมธ.ยกร่างฯจะพิจารณาในรายละเอียดช่วงของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราอีกครั้ง

25 มิ.ย.ได้ฤกษ์แก้ไขรายมาตรา

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ได้พิจารณาเป็นรายประเด็นแล้วแต่ยังไม่มีบทสรุปชัดเจน คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 มิ.ย.58 เพราะในวันที่ 24 มิ.ย. กมธ.ยกร่างฯซึ่งเป็น สปช. 21 คนจะต้องไปร่วมงานสัมมนาที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจัดขึ้นด้วย การพิจารณารายมาตราน่าจะเริ่มต้นได้ในวันที่ 25 มิ.ย.58

โอเพ่นลิสต์ซุกไว้ในบทเฉพาะกาล

นายคำนูณกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติม คือระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม เพียงแต่ปรับเปลี่ยน ส.ส.เขตจาก 250 เป็น 300 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 200 เหลือ 150 คนโดยให้มีบัญชีเดียว ส่วนระบบโอเพ่นลิสต์จะชะลอไว้อาจเขียนในบทเฉพาะกาลว่า จะใช้ต่อเมื่อมีการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ส่วนเรื่องนายกฯคนนอกหลักการยังเหมือนเดิมคือ ใช้เสียง 2 ใน 3 และจะปรับปรุงจากเดิมที่เขียนว่า ถ้าพ้น 30 วันแล้วให้ใช้เสียงข้างมาก ถ้าเป็นนายกฯคนนอกยังต้องใช้เสียง 2 ใน 3 เหมือนเดิม

จ่อยุบรวม กก.ปรองดอง-ปฏิรูป

นายคำนูณกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับภาค 4 ปฏิรูปด้านปรองดองตามที่ ครม.เสนอก็น่าสนใจที่ให้ยุบคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองมารวมกับกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและเสริมสร้างความปรองดอง และให้รายละเอียดทั้งหมดไปอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยต้องพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ว่าจะคงอำนาจหน้าที่เหมือนที่เคยบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไปใส่ไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแทนหรือไม่ เพื่อให้มีการปรับแก้ได้ง่ายกว่าการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

สปช.โวยถอยแค่ครึ่งๆกลางๆ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ สปช.กล่าวถึงการพิจารณาทบทวนแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า เนื้อหาที่ กมธ.ยกร่างฯปรับปรุงแก้ไขตามคำท้วงติง เช่น การเพิ่มจำนวน ส.ส. การตัดกลุ่มการเมือง การแขวนระบบเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ เป็นการถอยเพียงครึ่งๆกลางๆ ไม่ให้เสียรูปมวยเท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญๆ เช่น นายกรัฐมนตรีคนนอก การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ยังคงอยู่ รวมถึงที่มา ส.ว. แม้จะยอมลดอำนาจของ ส.ว.ลง แต่มีข่าวว่า จะให้มีแค่เฉพาะ ส.ว.สรรหาอย่างเดียว ประเด็นเหล่านี้ยังไม่มีแก้ไข และถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักการเมือง ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจทำประชามติของประชาชน ในที่สุดถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว กระแสสังคมรับไม่ได้ มีแววไม่ผ่านการทำประชามติ ถ้า สปช.เห็นแนวโน้มเช่นนี้ ก็คงล้มกระดานก่อนแน่ เพราะไม่อยากให้เสียเงินทำประชามติฟรีๆ 3 พันล้านบาท และมายกร่างใหม่ เพื่อเสียเงินทำประชามติอีกครั้ง

ชี้ช่องแจกร่าง รธน.เงาก่อนลงมติ

นายนิรันดร์กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อไม่ให้ร่างรัฐธรรมนูญสุ่มเสี่ยงถูกคว่ำ ขอเสนอให้ กมธ.ยกร่างฯส่งร่างรัฐธรรมนูญเงา ฉบับไม่เป็นทางการมาให้ สปช. เห็นเนื้อหาล่วงหน้า เพื่อให้ สปช.ได้หารือนอกรอบว่า จะให้ปรับปรุงแก้ไขส่วนใดเพิ่มเติม จะได้ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกคว่ำใน สปช. เพราะหากรอร่างรัฐธรรมนูญฉบับเป็นทางการที่คาดว่า กมธ.ยกร่างฯจะส่งให้ สปช.ได้ในวันที่ 22 ส.ค. เมื่อ สปช.ได้เห็นร่างแล้ว หากไม่เห็นด้วยเรื่องใด จะไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมใดๆได้อีกแล้ว ต้องตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หาก สปช.ได้เห็นร่างฉบับไม่เป็นทางการล่วงหน้า ก็ยังมีเวลาพูดคุยกับ กมธ.ยกร่างฯให้ปรับปรุงแก้ไขได้ทัน

สนช.ชงยุบที่ปรึกษา สบ 10 ผ่าตัด ตร.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สโมสรตำรวจ คณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดสัมมนาการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. กล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจควรกำหนดให้ สตช. มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวง แต่ยังใช้ชื่อว่า สตช. อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และควรลดหน่วยงานในส่วนกลางและลดตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยยุบเลิกตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รวมถึงตำแหน่ง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร.ทั้งหมด ส่วนคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ปรับเปลี่ยนให้ ผบ.ตร.เป็นประธาน ก.ตร. โดยให้ ก.ตร.มีอำนาจเพียงการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีแต่งตั้งโยกย้าย ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งให้ตัดทิ้งทั้งหมด

ปิดตำนาน “ดาบ–จ่า–นายสิบ”

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สตช. กล่าวว่า ผลการศึกษาการปฏิรูปตำรวจของคณะอนุ กมธ.กิจการตำรวจ เห็นว่า ควรปฏิรูปตำรวจ อาทิ ยกเลิกการแบ่งชั้นข้าราชการตำรวจระหว่างชั้นสัญญาบัตรกับชั้นประทวน เพื่อให้ตำรวจมีฐานะเท่าเทียมกัน การปรับระบบยศของตำรวจให้สอดคล้องกับหน้าที่ อาทิ ดาบตำรวจเป็นนายตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจเป็นนายตำรวจโท สิบตำรวจเอก-โท-ตรี เป็นนายตำรวจตรี การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนและตำแหน่งเป็นไปตามคุณธรรม ความสามารถ

สพม.ปิ๊งประชามติเลือกนายกฯ ตรง

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพมง.) กล่าวถึงกรณีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีท่าทียอมปรับแก้ประเด็นโครงสร้างทางการเมืองหลายประเด็น ว่า ต้องรอให้มีความชัดเจนก่อน จะดูแค่การปรับแก้เรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ ก็เหมือนคนหากมองที่หน้าตาอาจหน้าสวยแต่อาจขาพิการ ส่วนการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากคำถามว่าประชาชนจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องคิดต่อไปว่าหากไม่รับจะทำอย่างไรต่อ ตนคิดว่าควรมีคำถามว่าประชาชนยังเชื่อมั่นในระบบรัฐสภารูปแบบเดิมหรือไม่ หรือควรถามเลยว่าประชาชนต้องการให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นคำถามที่สอดรับกับคำถามรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ และจะทำให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสามารถปรับแก้รัฐธรรมนูญได้ตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

จับตาแก๊งนอก ปท.ป่วนช่วงประชามติ

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวถึงการติดตามตัวผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ในต่างประเทศว่า พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศติดตามส่วนหนึ่ง และฝ่ายความมั่นคงติดตามส่วนหนึ่ง ยืนยันเรื่องนี้เอาจริง เพราะไม่ต้องการให้พวกนี้ทำให้เกิดความสับสนในทิศทางประเทศ ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่อยู่นอกประเทศก็ไม่ใช่แค่ปล่อยข่าวปฏิวัติซ้อนเท่านั้น มีการปล่อยข่าวหลายเรื่องแล้ว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง ซึ่งกำลังเข้าไปควบคุม และยิ่งเข้าสู่โรดแม็ประยะที่ 2 ที่เปิดให้แสดงความคิดเห็นมากขึ้น ต้องจับตาการเคลื่อนไหว เป็นช่วงที่มีแรงกระเพื่อมทางการเมืองมาก และยิ่งจะมีการทำประชามติ ต้องประคับประคองผลักดันไปสู่โรดแม็ป ระยะที่ 3 ไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ ซึ่งรู้ตัวบุคคล รู้แหล่งหมดแล้ว

คาดไม่มีอะไรวันเปลี่ยนการปกครอง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครองอาจมีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ว่าช่วงเวลาดังกล่าว คสช.มีเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างดีที่สุดคงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นวันสำคัญใดๆ ซึ่งในหลักการแล้ว เจ้าหน้าที่พยายามบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสมต่อสถาน– การณ์ เน้นทำความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชน และที่ผ่านมาส่วนใหญ่เข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดีกับเจ้าหน้าที่ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

ปชป.พร่ำบอกแก้ร่างฯ ให้ตรงจุด

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบ พล.ท.บุญธรรม โอริส รองผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เพื่อให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการปฏิรูปและการปรองดองของประเทศ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ ศปป.จะเชิญนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วม โดยนายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องการปฏิรูปในฐานะที่มีประสบการณ์ในสภาฯ กว่า 20 ปี โดยเฉพาะคำว่าปฏิรูปมีเป้าหมาย ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะตกหลุมดำของการปฏิรูป ส่วนตัวเห็นว่า มีปัญหาที่ส่วนไหนก็ต้องแก้ในส่วนนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นฉบับที่ค่อนข้างดีที่สุด การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยร่างใหม่ให้ดีกว่า ถามว่าจะทำได้หรือไม่ ตอบว่า ทำได้แต่ทำได้ยากมาก

สวด สปช.คว้าน้ำเหลวปฏิรูป

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตนมองว่า ยังจัดการปฏิรูปไม่ได้ นับวันยิ่งห่างเป้าหมายการปฏิรูปออกไปมากขึ้น เช่น การเสนอตั้งบ่อนกาสิโนให้ถูกกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่หน้าที่เพื่อการปฏิรูป ก็กลายเป็นเรื่องเละเทะไปแล้ว จึงคิดว่า สปช.ชุดนี้ควรถูกไล่ออกจากเรือแป๊ะแล้ว เช่นเดียวกับการสร้างกระแสข่าวโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องผิดหลักการของที่คนสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แต่จะคว่ำร่างนี้เสียเอง ถ้าเป็นตนก็จะไล่ออกจากเรือแป๊ะด้วย

พท.แฉยื้อเวลา-แก้ รธน.ไปเรื่อยๆ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวว่า ขณะนี้ สปช.บางส่วนแสดงความชัดเจนอย่างมากว่าจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนให้มีการตั้งสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ กระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการยืดเวลาโรดแม็ปออกไปอีก และหากไม่พอใจกันก็จะแก้รัฐธรรมนูญไปเรื่อยๆ กลายเป็นการต่ออายุให้กับรัฐบาลอยู่ในอำนาจแบบชอบธรรมไปโดยปริยาย ทำแบบนี้การเลือกตั้งก็ต้องล่าช้าออกไป การปฏิรูปก็ไม่สำเร็จ ที่สำคัญการปรองดองคงไม่เกิดขึ้น สถานการณ์ขณะนี้เห็นชัดว่ากดทับสั่งห้ามฝ่ายประชาธิปไตย ใช้อำนาจปิดหูปิดตา ห้ามพูดห้ามเคลื่อนไหว และปล่อยให้องค์กรอิสระมาจัดการกับพวกเรา แล้วจะปรองดองกันได้อย่างไร

บี้ ป.ป.ช.สอย “บิ๊กตู่” ล้มล้างการ ปค.

“กรณีที่ ป.ป.ช.ส่งฟ้องอดีต 248 ส.ส. สืบเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.มิชอบ ป.ป.ช.กล่าวหาว่า พวกผมแก้รัฐธรรมนูญ ล้มการปกครอง แล้วที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. รัฐประหารยึดอำนาจแบบนี้ไม่ใช่ล้มล้างการปกครองหรือ เหตุใด ป.ป.ช.ไม่ส่งเรื่องถอดถอน พล.อ.ประยุทธ์บ้าง องค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกลับไม่กล้าใช้กฎหมาย แล้วมาตรฐานของประเทศนี้อยู่ตรงไหน” นายวรชัยกล่าว

“ปึ้ง” ให้ไปทำความสะอาดตัวเองก่อน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่ ป.ป.ช.เรียกตนไปรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 23 มิ.ย. ในคดีการจ่ายเงินเยียวยาสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนได้ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ช.เพื่อขอเลื่อนเนื่องจากติดภารกิจ โดยจะไปรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงปลายเดือน ก.ค.หรือต้นเดือน ส.ค.แทน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่สรุปโดยคณะอนุฯ ป.ป.ช.ที่มีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน อยากถามว่าคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ที่ตั้งคณะอนุฯ ขึ้นมานั้นถูกต้องแล้วหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ตนเคยยื่นเรื่องร้องเรียนว่านายภักดี โพธิศิริ หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.ขาดคุณสมบัติเพราะไม่ได้ลาออกจากกรรมการบริษัทภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช.ก็ออกมายอมรับในสภาเมื่อเดือน พ.ค.

ที่ผ่านมาว่าหากกรรมการ ป.ป.ช. ขาดคุณสมบัติ

มติต่างๆ ของ ป.ป.ช.ก็จะไม่ชอบโดยปริยาย ฉะนั้นจึงอยากฝากว่าก่อนที่จะกล่าวหาใคร ก็ต้องทำตัวเองให้สะอาดก่อนปชป.จี้ปลด 2 สนช.ยาฆ่าศัตรูพืชเมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ให้พิจารณาปลดนายชาญวิทย์ วสยางกูร และ นายพรศักดิ์ เจียรณัย สมาชิก สนช. ออกจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2559 โดยนายวัชระกล่าวว่า ขอให้นายพรเพชร ปลด สนช.ทั้ง 2 คนออกจากตำแหน่ง กมธ.งบฯ ปี 59 เนื่องจากทั้ง 2 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อยาปราบศัตรูพืช สมัยดำรงตำแหน่ง ผวจ.มุกดาหาร และ ชัยภูมิ ตามผลสอบของ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร สมัยที่นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานฯ และขอให้นายพรเพชรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง สนช.ทั้ง 2 คน ภายใน 15 วัน และขอท้า สนช. ทั้ง 2 คน สาบานต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 หน้ารัฐสภา ภายใน 7 วันเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ

“ปู” ไปลับแลกราบพระยาพิชัยดาบหัก

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ตึกอุบัติเหตุหลังใหม่ รพ.อุตรดิตถ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อม “น้องไปก์” ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชายเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจนายสุนันท์ สีหลักษณ์ อายุ 90 ปี บิดาของ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ล้มป่วยโดยมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและกลุ่มพลังมวลชนจำนวนมาก มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปวัดท่าถนน อ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อกราบนมัสการหลวงพ่อเพ็ชร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ จ.อุตรดิตถ์ โดยมีประชาชนรอมอบดอกไม้และให้กำลังใจอย่างคึกคักแล้วเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ และเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก ในวันที่ 23 มิ.ย.

“ทักษิณ” ไอจีเบิร์ธเดย์น้องสาวคนเล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกของวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ที่ยุโรปได้อวยพรวันเกิดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า “สุขสันต์วันเกิดน้องสาวคนเล็ก ขอให้น้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกำลังใจในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป พี่อยู่ทางนี้ไม่ต้องห่วง คิดถึงน้องและครอบครัวเสมอไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลก มีความสุขมากๆนะ”

“บวรศักดิ์” ขออโหสิดูถูกเสื้อแดง

อีกเรื่องหนึ่ง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาระบุว่า ให้นายบวรศักดิ์ออกมาขอโทษกรณีดูถูกคนเสื้อแดงว่าถูกจ้างมาชุมนุมว่า ถ้าฟังเทปคำพูดฉบับเต็มตนพูดในเนื้อหาสาระวิชาการ ไม่ได้พูดในเชิงการเมือง แต่เคยพูดมา 5 ปีแล้ว ซึ่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเคยออกมาชมว่าตนพูดได้ตรง ครั้งนี้ก็พูดชัดเจนว่าเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ ระหว่างคนมั่งมี กับคนไม่มี ถ้าจะแก้ปัญหาบ้านเมืองก็ต้องแก้ปัญหาให้กับคนไม่มี ต้องเขียนรัฐธรรมนูญและปฏิรูปให้ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในบ้านเมือง ให้คนไม่มีมีโอกาสเป็นการพูดเพื่อยกระดับแก่คนไม่มี ไม่มีเจตนาที่จะดูถูกเชิงชนชั้น แต่ถ้าใครเข้าใจผิดก็ขออโหสิกรรม ไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้วจีกรรมนี้ไปทำร้ายคน อยากอ่านข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต้องไปดูในเว็บไซต์สำนักข่าวอิสรา

เหน็บ “ตู่” พูดแรงเป็นตัวของตัวเอง

นายบวรศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับท่าทีของนายจตุพรก็เป็นธรรมดาของคนที่เป็นแกนนำม็อบทางการเมืองที่ต้องทำเช่นนี้ การออกมาพูดจาแรงก็เป็นเรื่องธรรมดา ถือว่านายจตุพรพ่อแม่คงสั่งสอนมาดีแล้ว ส่วนนายจตุพรจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวของนายจตุพรเอง ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่ พ่อแม่ทุกคนเชื่อว่า ต้องให้การอบรมการศึกษาที่ดีต่อลูก ที่นายจตุพรบอกว่า หากตนไม่ออกมาขอโทษคนเสื้อแดงจะมาหาที่สภานั้น ทุกคนสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ไม่มีปัญหา ยืนยันอีกครั้งว่า คำพูดของตนไม่มีเจตนาดูถูกเสียดสีให้ร้ายใคร ถ้าไปอ่านรายละเอียดที่ตนพูดจริงๆจะเห็นว่า ในบริบทที่นายจตุพรออกมาพูดไม่มีในเนื้อหาเลย เขาคิดเองพูดเอาเองทั้งนั้นเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

“ตู่” ซัด “บวรศักดิ์” แบ่งแยกชนชั้น

นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า หากนายบวรศักดิ์ขออโหสิกรรมก็พอรับฟังได้ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะขัดแย้งกับใคร กรณีที่อ้างว่าเป็นการพูดตามหลักวิชาการ ไม่น่าจะใช่ จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เพราะชัดเจนว่านายบวรศักดิ์ได้แบ่งแยกชนชั้น วรรณะ ของผู้ชุมนุม เปรียบคนจนไม่มีสิทธิคิดหรือทำอะไรต้องถูกจ้างมาเท่านั้น การออกมาพูดแบบนี้เท่ากับสร้างความร้าวฉานขึ้นมาใหม่ จึงอยากให้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

“ผมไม่เคยคิดจะพามวลชนบุกไปหานายบวรศักดิ์ที่รัฐสภา เพราะไม่มีคุณค่าขนาดนั้น หากจะไปพบก็จะไปด้วยตนเอง เพื่อพูดคุยต่อหน้าแบบลูกผู้ชาย โดยจะขอดูรายละเอียดการให้สัมภาษณ์ที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนตัดสินใจทำอะไรต่อไป”

“บิ๊กตู่” บินไปเมียนมาประชุม 3 ลุ่มน้ำ

เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางโดยเครื่องแอร์บัส เอ 310-300 ของกองทัพอากาศ เที่ยวบินพิเศษ RTAF 241 ไปยังกรุงเนปิดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อร่วมการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 6 (Ayeyawaddy-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. ทั้งนี้ ก่อนเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

ขึ้นสปีช-ถกผู้นำ-คุยเอกชนแล้วกลับ

พล.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าความร่วมมือ 8 สาขาหลัก ได้แก่ 1.การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน 2. การเกษตร 3. อุตสาหกรรมและพลังงาน 4.การเชื่อมโยงทางคมนาคมขนส่ง 5.การท่องเที่ยว 6.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 7.สาธารณสุข และ 8.สิ่งแวดล้อม และจะรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนด้วย ทั้งนี้ วันอังคารที่ 23 มิ.ย.เวลา 08.00 น. นายกฯจะร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 6 และจะร่วมกล่าวถ้อยแถลงของผู้นำในประเด็น “การทบทวนความร่วมมือในกรอบ ACMECS และทิศทางความร่วมมือในอนาคต” จากนั้นเวลา 12.00 น. เข้าร่วมประชุมระหว่างผู้นำ ACMECS กับภาคเอกชน ก่อนจะเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 ประมาณ 16.00 น. วันเดียวกัน

“เต็ง เส่ง” เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ

เมื่อเวลา 15.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 30 นาที) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติเนปยิดอ โดยมี ดร.ตัน อ่อง รมว.สาธารณสุข เมียนมา และภริยา รอให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 19.00 น. ได้เดินทางไปยัง Banquet Hall ศูนย์การประชุม Myanmar International Convention Centre (MICC) เพื่อร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) ซึ่งนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาและภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) แก่ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ACMECS

สรุปศึก 2 หมอทำงานร่วมกันไม่ได้

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกมองจากประชาคมสาธารณสุขว่ามีการยื้อผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่า ตนได้เรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วถึงผลสอบออกมาไม่มีใครผิด มีแต่การขัดแย้งด้านการทำงาน เมื่อ นพ.ณรงค์มีการทำงานที่ขัดแย้งกับนพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ก็น่าจะมอบงานที่เป็นเอกเทศให้กับ นพ.ณรงค์ ซึ่งตนได้เสนอไปเช่นนั้นก็แล้วแต่นายกฯ จะพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลสอบดังกล่าวแสดงว่า นพ.ณรงค์ไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งปลัด สธ.ได้อีกใช่หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า จะกลับมาได้อย่างไรหากปลัดและรัฐมนตรีทำงานไปด้วยกันไม่ได้ แล้วกระทรวงจะไปได้หรือ

ศาลฯ อนุมัติปล่อยตัวแนวร่วมโต้กลับ

ที่ศาลทหาร พ.ต.ท.สุริยเมศศ์ ภักดีวิวัตร พงส.ผนพ.สน.ปทุมวัน นำตัวนายชาติชาย แกดำ อดีตแนวร่วมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) มาขออำนาจศาลทหารฝากขัง ผัดแรก หลังเดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา มั่วสุมและชุมนุมเกิน 5 คน กรณีเข้าร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับและนักศึกษา จัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่หน้าหอศิลปฯ ขณะที่ น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความนายชาติชาย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมวางหลักทรัพย์ประกันเป็นเงิดสด 1 หมื่นบาท ซึ่งภายหลังศาลอนุมัติให้ประกันตัว โดยมีเงื่อนไขห้ามจำเลยเคลื่อนไหวทางการเมือง และแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และนัดให้มารายงานตัวกับศาลอีกครั้งใน 29 มิ.ย. ส่วนนายชาติชาย ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวขึ้นรถคุมขังไปส่งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรอเอกสารปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลทหารต่อไป

ออกหมายจับอีก 8 แกนนำ นศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ยื่นเรื่องต่อศาลทหาร เพื่อขออนุมัติหมายจับ 8 แกนนำนักศึกษา และอดีตนักศึกษา ที่ทำกิจกรรมรำลึก 1 ปีรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปฯ โดยฝ่าฝืนไม่เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา มั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขัดประกาศ คสช.ฉบับที่ 7 ประกอบด้วย 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.นายนัชชชา กองอุดม 3.นายรัฐพล ศุภโสภณ 4.นายปกรณ์ อารีกุล 5.นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ 6.นายพรชัย ยวนยี 7.นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ 8.น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ล่าสุดศาลทหารมีคำสั่งอนุมัติหมายจับแล้ว

กมธ.ยกร่างฯจ่อคืน ดาบ 5 เสือ กกต. จัด การเลือกตั้ง ตัด กจต. ทิ้งเหตุไร้ประสิทธิภาพ ไม่ยุบรวมผู้ตรวจการฯ-กสม. “โอเพนลิสต์” ยังขอซุกไว้ในบทเฉพาะกาล รอเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ “นายกฯคนนอก” แค่ปรับแต่ไม่ตัด-หลักการเหมือนเดิม 23 มิ.ย. 2558 07:37 ไทยรัฐ