วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรุปส่งสํานวน'ยูฟัน' ถึงมืออัยการ24มิ.ย. (ชมคลิป)

ชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันฯ เตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ เผยสืบสวนมา 6 เดือน พยานหลักฐานสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ มีมากกว่า 3 แสนแผ่น ดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ 36,063 รายการ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.รุดตรวจสอบพร้อมให้กำลังใจ เชื่อมือชุดคลี่คลายคดี ทำตามกรอบกฎหมาย มั่นใจพยานหลักฐานมัดตัว ผู้กระทำผิดได้ทุกคน สั่งห้ามหยุดไล่ล่าผู้ถูกออกหมายจับ 164 ราย อย่างเฉียบขาดไม่มียกเว้น เพื่อตามอายัดทรัพย์ ไม่ให้เหลือซากต่อทุนฉ้อโกง มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.นำทีมสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติรวมทีมเดินหน้าเต็มกำลังติดตามจับผู้ต้องหาที่อยู่ต่างประเทศอีก 20 ราย ในสัปดาห์หน้า



ชุดคลี่คลายคดียูฟันเตรียมสรุปส่งสำนวนมากกว่าสามแสนแผ่นให้อัยการในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ มั่นใจในพยานหลักฐานสามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้ทุกคน เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สรรักษ์ จูสนิท รอง ผบก.ปอศ.รรท.ปอศ. ร่วมประชุมพนักงานสอบสวนสืบสวน กว่า 300 นาย พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจชุดตำรวจคลี่คลายคดียูฟัน และรับฟังการสรุปสำนวนตรวจสอบพยานหลักฐาน การสืบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดียูฟัน ก่อนจะปิดสำนวนส่งให้อัยการ รวมถึงแนะนำขั้นตอนแนวทางการช่วยเหลือชดเชยเงินให้กับผู้เสียหาย โดยมีการประชุมหารือประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า การดำเนินการคดียูฟัน ถูกเปิดโปงมาตั้งแต่ต้นปี 2558 ตามยุทธศาสตร์ “ล่อเสือเข้าถ้ำ” เมื่อมีการสืบสวนทำให้พบการกระทำความผิดชัดเจนยิ่งขึ้นในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทำให้ต้องตั้งทีมสืบสวนคดียูฟันเฉพาะกิจ เพราะมีผู้เสียหายมาแจ้งความถึง 2,451 คน แบ่งออกเป็นรับแจ้งความที่ ปคบ. จำนวน 1,041 คน ทั่วประเทศอีก 1,410 คน ยอดความเสียหายรวม 350,519,989 บาท ทั้งนี้ตำรวจสืบสวนพยานหลักฐานกระทั่งสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 160 คน เป็นนิติบุคคลอีก 4 แห่ง จับกุมได้ 30 ราย หลบหนีในประเทศ 110 ราย ขณะที่หลบหนีออกนอกประเทศอีก 20 ราย

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังตำรวจจากตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ ตำรวจนครบาล รวมกว่า 300 นาย ชุดสืบสวน 9 ชุด ในการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งสอบเจ้าหน้าที่ธนาคาร 307 ปาก บุคคลที่ยืนยันการกระทำความผิด 43 คน ผู้เชี่ยวชาญ 3 ปาก เจ้าหน้าที่รัฐ 20 ปาก ตำรวจสืบสวน 20 ปาก ตรวจสอบบัญชีเส้นทางการเงินทั้งการโยกย้ายเงินในและนอกประเทศ 411 บัญชี รายการผู้กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ 36,063 รายการ จากรายการบัญชีมากกว่า 500,000 รายการ ทั้งนี้ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆมีความสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ มีสำนวนและพยานหลักฐานรวมกว่า 300,000 แผ่น ประกอบด้วยพยานที่ยืนยันการกระทำความผิด และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ โดยที่ศาลสิ้นข้อสงสัย พนักงานสอบสวนมีการประชุมสรุปพยานหลักฐานมีความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน และจะมีการส่งสำนวนให้อัยการภายในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ พร้อมกับดำเนินคดีอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวอีกว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ยังไม่สามารถจับกุมได้ ตำรวจได้ทำสำนวนเตรียมพร้อมแบ่งเป็น 1 แฟ้ม ต่อ 1 ผู้ต้องหา ในแฟ้มจะมีความผิดครบองค์ประกอบ เมื่อส่งสำนวนให้อัยการเสร็จจะดำเนินการติดตามจับกุมบุคคลที่มีหมายจับเหล่านี้มาดำเนินคดี พร้อมกับติดตามอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯต่อไป ที่ผ่านมา ตำรวจยึดทรัพย์มาแล้วทั้งหมด 830 ล้านบาท เป็นเงินสด 300 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจะนำมาเป็นของกลางและทำคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคืนแก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ ตนสั่งให้พนักงานสอบสวนนำสำนวน 560 แฟ้ม มาเก็บไว้ในห้องเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่อาจจะคาดคิดได้

ด้าน พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือว่าเป็นคดีที่สำคัญ เพราะมีผู้ต้องหา 164 คน ถือว่าเป็นคดีที่มีผู้ต้องหามากที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง มีผู้เสียหายกว่า 2,451 ราย โดยตนได้มาช่วยตรวจสอบแนะนำในคดีดังกล่าวตั้งแต่วันแรก เนื่องจากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ พร้อมกับได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่ดูแลด้านความมั่นคง มาช่วยตรวจสอบและแนะนำพนักงานสอบสวนในการรวบรวมสำนวนให้เป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะผู้ต้องหาบางรายมีการอ้างใช้เอกสิทธิ์ทางการทูต เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม รวมทั้งมีความซับซ้อนที่เกี่ยวกับการเงินไอที ทั้งนี้ ตนมั่นใจในการทำงานของทีมงานชุดคลี่คลายคดียูฟันฯชุดนี้ เห็นได้จากการรวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายจับผู้กระทำผิดจำนวนมาก ถึงแม้ว่าระหว่างดำเนินการจะมีการร้องเรียน รวมถึงตั้งข้อกังขาการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า แม้ว่าจะมีการส่งสำนวนให้อัยการแล้ว แต่ตนสั่งให้พนักงานสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ทั้งในและนอกประเทศมาดำเนินคดีให้ได้ และติดตามอายัดทรัพย์ทั้งหมดอย่างต่อเนื่องส่งกลับคืนสู่ผู้เสียหาย โดยให้ประสานกับ ปปง. หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับใคร ให้ดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น หากติดขัดประการใดให้รีบแจ้งตนจะสั่งการแก้ไขทันที ส่วนอาชญากรรมข้ามชาตินั้น ถือให้เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการประสานกับอัยการสูงสุดเพื่อติดตามบุคคลที่หลบหนีอยู่นอกประเทศ ผ่านขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมถึงอายัดทรัพย์ต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะนำชุดผู้เชี่ยวชาญคดีอาชญากรรมข้ามชาติทำงานร่วมกับชุดคลี่คลายคดียูฟันฯเพื่อยกระดับในการติดตามไล่ล่าบุคคลที่ถูกออกหมายจับทั้งในและนอกประเทศอย่างเต็มกำลัง เพื่อที่จะนำตัวบุคคลที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีแบบถอนรากถอนโคน และอายัดทรัพย์ไม่ให้เหลือเงินทุนตั้งเป็นเครือข่ายใหม่ในการฉ้อโกงประชาชนได้อีกต่อไป

ชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันฯ เตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ เผยสืบสวนมา 6 เดือน พยานหลักฐานสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ มีมากกว่า 3 แสนแผ่น ดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ 36,063 รายการ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. รุดตรวจสอบ 23 มิ.ย. 2558 07:11 ไทยรัฐ