วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ใบเตย’ เหวอ! ‘ดีเจแมน’ รอท้องแล้วแต่ง ลั่นพ่อแม่เฮี้ยบต้องทำให้ถูกต้อง

ใบเตย อาร์สยาม เหวอดีเจแมนบอกอยู่ด้วยกันไปแต่ถ้ามีลูกก็พร้อมรับผิดชอบ ลั่นพ่อแม่ตนเฮี้ยบต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ยอมรับตอนแรกรับไม่ได้ที่ฝ่ายชายเปลี่ยนไปเยอะหลังบวช แต่ฝ่ายชายคอยเตือนตนให้ทำในสิ่งที่ดีตลอด

เรียกว่ามีเรื่องราวที่ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อยู่เรื่อยๆ สำหรับความรักของลูกทุ่งสั้นเสมอหู ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม กับดีเจหนุ่ม แมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา เพราะล่าสุดดีเจแมนให้สัมภาษณ์ว่าตั้งแต่บวชมาทำให้ตนเปลี่ยนไปมากจากที่เคยเป็นหนุ่มแนวแบดบอยกลายเป็นคนที่สนใจพระเครื่อง สวดมนต์ทุกวัน เลิกขี่ฮาร์เลย์ เลิกกินเนื้อกินเหล้า จนทำให้สาวใบเตยแปลกใจที่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่เรื่องความรัก ดีเจแมนกลับยังไม่มองเรื่องแต่งงานเพราะมองว่าอยู่ด้วยกันไปแบบนี้ดีแล้ว แต่หากวันหนึ่งเกิดมีลูกขึ้นมาก็พร้อมรับผิดชอบ ได้เจอใบเตยมาร่วมงาน “ช่อง 8 พบเพื่อน” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต เลยได้โอกาสถามทุกประเด็น

ถามถึงเรื่องที่ดีเจแมนให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากบวชแล้ว จากที่เขาเป็นแนวแบดบอยกลายเป็นแนวชุมนุมเทวดา แล้วใบเตยบอกว่าเขาบ้าไปแล้ว? “แรกๆ ก็รับไม่ได้เลยค่ะ บอกเลยว่าเพี้ยน (ยิ้ม) คือจะบอกก่อนว่าในมุมความรักแบบแฟนเขาไม่ได้ดีขึ้นนะ ต้องบอกว่าการบวชไม่ได้ทำให้นิสัยคนดีขึ้น แต่จะทำให้คนบ้าศาสนามากขึ้น คลั่งในศาสนา แล้วก็เชื่อมากขึ้นมากๆ ค่ะ คิดดูว่าจากคนที่เคยเที่ยว ขับฮาร์เลย์ แต่พอออกมาคือไม่แตะรถอีกเลย เตรียมขายแล้ว บอกว่าพี่ไม่ขับอีกแล้ว ตอนแรกก็รู้สึกว่าเขาคงยังมีความชินกับการเป็นพระ แต่พออยู่ไปๆ ก็เห็นเขาสวดมนต์ ไม่ไปไหนเลย นี่ไม่ไปเจอเพื่อน ไม่ปาร์ตี้ ทั้งที่ปกติไปเจอเพื่อนแล้วขี่ฮาร์เลย์ แต่นี่คือไม่โทรหา เพื่อนโทรมาก็บอกว่าไม่ไป อยู่แต่บ้าน 4 ทุ่มก็สวดมนต์ แล้วชวนหนูไปทำบุญทุกวันเลย คือในบางเรื่องก็ดี ไม่เที่ยว ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเป็นห่วงมาตลอด แต่บางทีหนูมองว่าคนเรามันเปลี่ยนได้ตลอดจริงๆ งงค่ะ ไม่รู้นะ เราไม่ได้เคยบวชอย่างเขา เราไม่ได้สัมผัสตรงนั้น แต่รู้สึกว่าใจคนนี่เปลี่ยนได้ตลอดจริงๆ งงมาก แล้วเขาเป็นคนมีเซ้นส์ กลายเป็นคนชอบพระเครื่อง เชื่อมั่นในศาสนา เลิกกินเนื้อ เลิกกินเหล้าด้วยค่ะ งงไปเลย”

ดีใจไหมที่ในบางเรื่องเขาก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น? “เขาไม่ได้ทำเพราะเราน่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีใจ เขาเปลี่ยนเพราะเขาไปบวช คือเขารักตัวเองนะหนูว่า (แต่เขาก็มีเตือนเราให้ทำในสิ่งที่ดี?) เตือนตลอดค่ะ เขาห้ามหนูกินเนื้อด้วยนะ คือตัวเองไม่กินเนื้อไม่พอ เขามาห้ามเราด้วย แล้วเขาให้ดูคลิปประเทศที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต โดยเฉพาะฆ่าวัว แล้วเขาบอกว่าถ้าหนูเลิกทานเนื้อชีวิตจะดีขึ้นกว่านี้มาก แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่เลิกค่ะเพราะชอบมาก แต่ก็อยากเลิกนะเอาจริงๆ เพราะเราเป็นคนป่วยบ่อย เราก็รู้สึกว่ามันอาจจะเกี่ยวรึเปล่า มันก็ดีนะถ้าเลิกได้”

กลัวเขาหายไปบวชยาวๆ เลยไหม? “ก็ไม่แน่นะคะ ดูจากลักษณะแล้ว เขาอินมาก ก่อนหน้านี้มีเพื่อนเขาบวช ก็ไม่มีใครอินขนาดนี้นะ ถามว่ากลัวเขาจะหนีไปบวชตลอดชีวิตไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าไปก็โอเค มันก็ดีที่มีส่วนดีในเรื่องไม่เที่ยว ก็ดีใจที่หันมาสนใจพ่อแม่มากขึ้นค่ะ อยู่กับแม่มากขึ้น เพราะปกติพี่แมนไม่ค่อยได้อยู่กับคุณแม่ จะอยู่ด้วยกันนานๆ ไม่ได้แล้วจะง้องแง้งใส่กันตลอดค่ะ เพราะพี่แมนชอบแกล้งแม่ แต่ ณ วันนี้ก็ดี เขาได้เห็นค่าตรงนี้มากขึ้น แต่กับเราก็ยังเหมือนเดิมนะ”

ดีเจแมนบอกว่าสำหรับเรื่องแต่งงาน เขาบอกว่าเขาไม่ได้มองตรงนั้น เขามองว่าอยู่ด้วยกันแบบนี้ดีแล้ว แต่ถ้าวันนึงเกิดมีน้อง เขาเข้าใจว่าค่าสังคมมันสูง เขาก็พร้อมรับผิดชอบ เรารู้สึกยังไง? “ไม่ได้นะ ท้องแล้วค่อยแต่ง ตลก” เห็นหมอดูทักว่าเรื่องรักต้องเงียบๆ ถึงจะดี? “ใช่ๆ หมอดูจะดูหนูว่าต้องเงียบกับเรื่องแต่งงาน จะหวือหวาไม่ได้ค่ะถ้าจะแต่ง แต่หมอดูก็ดูว่าเป็นคนที่ต้องท้องก่อนแต่ง แต่หนูมองว่า ณ วันนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้าย เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นดารา หนูว่ามันไม่ใช่เรื่องพลาด แต่หนูว่าความเป็นเรา ณ วันนี้เราทำแต่งานกันไงคะ ไม่รู้หรอกว่ามันจะเมื่อไหร่วันไหน แล้วยิ่งคนเป็นแฟนกัน ณ วันนี้เหมือนได้อยู่ด้วยกันก่อน คบกันก่อน ก็เป็นธรรมดา ความจริงเรื่องลูกมันเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามันมีเข้ามาในชีวิต หนูมองว่าอย่างนั้นเพราะว่าหมอดูทักตลอดว่าอย่างหนูกับพี่แมนต้องมีลูกแล้วจะร่ำรวยกว่านี้มากค่ะ แต่ที่บ้านหนูน่ะไม่ได้เลย คุณแม่เฮี้ยบมาก”

แบบนี้ต้องกลับไปคุยกับแมนให้รู้เรื่องไหม? “คุยค่ะ เขาก็คงรู้เรื่องแหละค่ะ คือสไตล์ผู้ชายน่ะ แต่เอาเข้าจริงมันคงไม่ได้ เขาเคร่งเรื่องนี้ คือหนูเป็นนักร้องลูกทุ่งมันไม่ได้อะไรมาก แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะถือมาก เพราะคุณพ่อคุณแม่หนูจบสูง แต่งงานทั้ง 2 ที่ คือที่สโมสรรัฐสภา เขาจะซีเรียสมาก”

แบบนี้ต้องแก้เคล็ดไหมเพราะในเมื่อเราต้องแต่งแบบเงียบๆ? “หนูก็คงไม่ได้ไปแก้เคล็ดอะไรมาก แต่ว่าถ้าพี่แมนพร้อมก็แต่งก่อนก็ดี เพราะสังคมไทยถ้าท้องก่อนแต่งมันก็ต้องมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้ว ต่อให้ ณ วันนี้ทุกคู่จะเป็นอย่างนี้ค่ะ” เอาให้เป็นไปตามทำนองคลองธรรมดีกว่า? “ใช่ค่ะ” สักกี่ปีดี? “โห กะไม่ถูกเลยค่ะ หนูว่ามันคือความพร้อมค่ะ เรื่องแต่งงานกะไม่ได้หรอก ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ความจริงจะเร็วจะช้าก็ได้ อยู่ที่เราสองคน คือหนูอะด้วยอายุหนูมองว่าหนูโอเคแล้ว หนูไม่ได้เป็นคนขยันทำงานไปจนอีกนานมากอะไรแบบนี้”

แต่บางคนพอถึงจุดสูงสุด เขาก็หวงความเป็นซุปตาร์ของเขาเหมือนกัน เพราะมีทั้งชื่อเสียงเงินทองหน้าที่การงาน? “ตอนนี้ไม่ห่วงค่ะ ยังรู้สีกว่าเราเป็นคนธรรมดานะจริงๆ แล้ว ไม่ได้เป็นสตาร์อะไรเลย หนูมีความฝันว่าอยากเป็นนักร้อง พอได้ทำหนูก็ดีใจแล้ว มาวันนี้เรารู้สึกว่ามันเกินฝันแล้ว มันก็โอเค อย่างใบเตยที่บ้านไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ เอาจริงๆ เป็นคนไม่หนักเบาเอาสู้เลยนะ (ยิ้ม) หนูสู้พี่กระแตกับจ๊ะ อาร์สยาม ไม่ได้เลยนะ เขาขยันกว่าหนูเยอะ แต่ด้วยความที่เหมือนเราเหนื่อยมาก่อนเขาในช่วงปี 2 ปีที่แล้ว หนูก็รู้สึกว่ามีเงินเยอะแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีความสุขก็ไม่มีความหมาย ชีวิตต้องสโลว์ไลฟ์บ้าง ได้ทำงานบ้าง พักบ้าง ณ วันนี้เงินไม่สำคัญกับหนูเลย แต่งานที่ดี งานที่คุณภาพ งานที่เราทำแล้วมีความสุข อันนั้นคือสำคัญกว่าค่ะ เป็นโจทย์อันดับ 1 ที่หนูเลือกงาน ณ วันนี้ค่ะ”.