วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช่วยเกษตรกรพ้นภัยแล้ง-หนี้

รัฐเล็งออกมาตรการหนุนชาวนาชะลอปลูก

“สมหมาย” เตรียมนัดถกกระทรวงเกษตรฯ ช่วยเกษตรกรจากภัยแล้ง และมีหนี้นอกระบบ ส่วน “หม่อมอุ๋ย” เผย ครม.เศรษฐกิจ 24 มิ.ย.นี้ เล็งคลอดมาตรการช่วยชาวนาชะลอปลูกข้าว ยันไม่ให้เงินไร่ละ 1,000 บาทอีกแล้ว ขณะที่ “ปีติพงศ์” ลั่นชาวนาแอบปลูกข้าวนาปีเพิ่มอีก 6 แสนไร่ ยอมรับเสี่ยงข้าวตาย หลังน้ำเหลือใช้ได้อีก 30 วัน

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ จะหารือกับนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถึงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และที่นายกรัฐมนตรี มีนโยบายช่วยเหลือเพราะมีปัญหาหนี้สิน และนายทุนเงินกู้นอกระบบยึดที่ดิน สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งนั้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอให้กระทรวงการคลังชดเชยรายได้ให้แก่ชาวนาไร่ละ 3,000 บาท ซึ่งตนเห็นว่า คงให้ไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก และเกษตรกรไม่ได้มีแค่ชาวนา แต่มีเกษตรกรปลูกพืชไร่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งด้วย ดังนั้น คงต้องหารือแนวทางช่วยเหลือด้านอื่น

“ถ้าช่วยชาวนาเหมือนปีที่แล้ว ต้องให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชอื่นๆด้วย เพื่อให้เท่าเทียมกัน โดยเงินที่จะนำมาใช้จะใช้แนวทางเหมือนปี 58 คือ เอาเงินให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้วตั้งงบคืนในปี 59 แต่ต้องรอสรุปตัวเลขชัดเจนจากกระทรวงเกษตรฯ และรอข้อสรุปจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีก่อน”

สำหรับปัญหาหนี้สินและที่ดินถูกยึดนั้น มีข้อเสนอจากบางคนว่า ควรให้รัฐจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะไม่ใช่แนวทางแก้ไข และเป็นเรื่องยากสำหรับการจัดตั้งธนาคารที่ดิน ส่วนที่ดินที่ถูกนายทุนยึดนั้น ส่วนใหญ่เป็นปัญหาระหว่างลูกหนี้กับสถาบันการเงิน ทั้งของรัฐและเอกชน ดังนั้น จะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาแนวทางผ่อนปรนปัญหา “ขณะนี้ มีสัญญาณการเบี้ยวหนี้สูงขึ้น และการใช้หนี้เริ่มมีปัญหาตั้งแต่มีปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการเมืองเมื่อปีก่อน ผม ธปท.และธนาคารพาณิชย์ทราบปัญหานี้ดี แม้ในปีนี้เศรษฐกิจจะโต 3-3.5% ของจีดีพี แต่เป็นการโตจากที่ต่ำมาก ดังนั้นคงต้องดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร”

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนการทำนาปี เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) พิจารณาในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะไม่ใช่มาตรการสนับสนุนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เพราะขณะนั้นราคาข้าวตกต่ำ และไม่เหมือนกับมาตรการจ้างงานเกษตรกร ที่เป็นผลมาจากการขอให้หยุดทำนาปรัง แต่มาตรการใหม่อาจช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น ช่วยต้นทุนการผลิต หรือการส่งเสริมให้ปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน และคงใช้งบประมาณไม่สูงมาก ซึ่งยังมีงบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพียงพอที่จะสนับสนุนมาตรการนี้

ส่วนนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ได้จัดทำข้อมูลการปลูกข้าวนาปีในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด พบว่า อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านไร่ สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.44 ล้านไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 7.5 ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่ 3.44 ล้านไร่ ที่เพาะปลูกไปก่อนแล้ว ภาครัฐจะดูแลให้ดีที่สุด ส่วนที่เพิ่มมา 600,000 ไร่ ยอมรับว่ามีความเสี่ยง “ตอนนี้เรามีน้ำพอสำหรับพื้นที่ที่ปลูกไปแล้ว แต่ยังระมัดระวังเต็มที่ เพราะการส่งน้ำให้ชาวนาต้องแบ่งรอบเวรให้ชาวนาผลัดกันสูบน้ำสลับกัน ระหว่างนาข้าวที่อยู่ต้นน้ำกับปลายน้ำ”

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการห้ามชาวนาในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยาทำนา แต่เป็นเรื่องขอความร่วมมือจากชาวบ้าน โดยได้ประสานงานผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ให้ระงับเหตุ และสร้างความเข้าใจกรณีชาวนาทะเลาะวิวาทเพราะแย่งน้ำกัน แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ ต้องเกิดขึ้นอีก เพราะทุกคนต้องการน้ำไปเลี้ยงนาของตัวเองไม่ให้ล่ม สำหรับชาวนาที่ยังไม่ได้ลงมือปลูกข้าวให้รอไปจนกว่าฝนจะมาในเดือน ก.ค. หากฝนไม่มา จะใช้พืชอื่นทดแทน อาจเป็นพืชผัก หรือข้าวโพดที่ใช้น้ำน้อย อายุสั้น และปศุสัตว์ เช่น ไก่ “ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 24 มิ.ย.นี้ จะหารือถึงการสนับสนุนชาวนาภาคกลาง ที่ต้องการเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ ให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธ.ก.ส. เช่น การให้สินเชื่อเพื่อการดำรงชีพในขณะที่เปลี่ยนการปลูกพืช และให้พักการคิดดอกเบี้ยหนี้สินเดิมไปจนกว่าพืชชนิดใหม่จะให้ผลและสร้างรายได้”

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำ ทั้งฝนที่ตกในพื้นที่ภาคกลางและน้ำไหลลงเขื่อนไม่ดีขึ้น โดยมีน้ำไหลเข้า 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติในหน้าฝนที่จะต้องมีวันละประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ภาพรวมการใช้น้ำในเขื่อนติดลบทุกวัน วันละประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การทั้ง 4 เขื่อนรวมกัน 1,100 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอใช้งาน 30 วันเท่านั้น

ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนกำลังติดตามภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เพราะอาจทำให้แรงซื้อคนไทยถดถอยลงได้อีกจากปัจจุบันที่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน อาจกระทบต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในปีนี้ด้วย แม้ ส.อ.ท.คาดว่า มูลค่าการส่งออกภาพรวมปีนี้จะติดลบ 1-2%.

“สมหมาย” เตรียมนัดถกกระทรวงเกษตรฯ ช่วยเกษตรกรจากภัยแล้ง และมีหนี้นอกระบบ ส่วน “หม่อมอุ๋ย” เผย ครม.เศรษฐกิจ 24 มิ.ย.นี้ เล็งคลอดมาตรการช่วยชาวนาชะลอปลูกข้าว 23 มิ.ย. 2558 01:22 23 มิ.ย. 2558 03:44 ไทยรัฐ