วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องทุกข์ นิ่งเฉย ประท้วง!? ย้อนรอยจลาจลในคุกของมนุษย์ผู้ไร้อิสรภาพ

ร้องทุกข์ นิ่งเฉย ประท้วง!? ย้อนรอยจลาจลในคุกของมนุษย์ผู้ไร้อิสรภาพ

  • Share:

เป็นข่าวดังอีกครั้ง สำหรับกรณีการก่อเหตุจลาจลในเรือนจำ โดยเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา ผู้ต้องขังกว่า 200 คนได้ก่อเหตุจลาจล ภายในเรือนจำ จ.สงขลา เนื่องจากไม่พอใจเรื่องการจัดระเบียบและการตรวจสิ่งของ โดยเผาอาคารที่พักสำหรับญาติที่เข้าไปเยี่ยม 1 หลัง รวมทั้งอาคารศูนย์เรียนรู้ และพังรั้วเหล็กที่กั้นระหว่างแดน 1 แดน 2 และแดน 3

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องขังเรียกร้องให้แก้ปัญหาความเป็นอยู่ในเรือนจำ ที่เดิมทีอยู่กันประมาณ 150 คน แต่ได้เพิ่มผู้ต้องขังเป็น 200 คน ทำให้แออัดในเรือนนอน รวมไปถึงให้มีการจัดระเบียบเรือนจำ ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติก เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ต้องขังเอาไปเก็บของต้องห้าม เช่น โทรศัพท์ ยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องขังเกิดความไม่พอใจ และก่อการจลาจลขึ้น

อย่างไรก็ตาม การจลาจลในครั้งนี้สิ้นสุดลง เมื่อ นายธำรงค์ เจริญกุล ผวจ.สงขลา ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ และเปิดเจรจากับแกนนำนักโทษจำนวน 4 คน เพื่อหารือแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะสภาพความแออัดในเรือนจำ จึงรับเรื่องและดำเนินการแก้ปัญหาให้ พร้อมทั้งรีบส่งข้อเรียกร้องไปยังกรมราชทัณฑ์ ทำให้กลุ่มผู้ต้องขังยอมสลายตัวกลับเข้าเรือนนอน

เบื้องหลังกำแพงสูง รั้วลวดหนาม มีกลุ่มคนที่ต้องเผชิญหน้ารับโทษอยู่
ชีวิตที่ไร้อิสรภาพ ผลพวงแห่งการกระทำความผิด

นักโทษเรือนจำทุ่งสงกว่าพันคน ประท้วงความเป็นอยู่ในคุก แค้นถูกผู้คุมรังแก !?

ขณะที่ในอดีตได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 46 ที่เรือนจำทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังผู้ต้องขังชายหญิงร่วมพันคนได้ก่อหวอดประท้วงขู่เผาเรือนจำ แค้นผู้คุมรังแก สภาพแออัด อาหารแย่

ทั้งนี้ ผู้ต้องขังได้ยื่นข้อเรียกร้อง 12 ข้อ คือ 1. ให้ปรับปรุงเรื่องอาหารการกิน 2. เมื่อผู้ต้องขังเจ็บป่วยให้รีบพาส่ง รพ. ทันที 3. โทรทัศน์ที่เสียให้รีบนำไปซ่อมหรือจัดซื้อใหม่ 4. ให้โยกย้ายผู้คุมเรือนจำบางคนออกไป เพราะมีพฤติกรรมชอบข่มเหง รังแกผู้ต้องขัง 5. ร้านค้าของเรือนจำเรียกเก็บเงินจากญาตินักโทษ แต่ไม่มีสินค้าให้นักโทษ 6. ปรับปรุงเรื่องน้ำอาบน้ำกิน 7. การตรวจสอบจดหมายญาติล่าช้ามาก 8. มีเจ้าหน้าที่คอยรีดไถผู้ต้องขัง 9. มีการทุจริตโกงกินโครงการฝึกอาชีพผู้ต้องขัง 10. ให้พิจารณาการพักการลงโทษ และลดวันต้องรับโทษสำหรับนักโทษชั้นดี 11. ให้สิทธิ์นักโทษหญิงได้พบกับสามี และ 12. ให้หัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพ รักษาการแทน ผบ.เรือนจำ ชั่วคราว

ต่อมา นายขวัญชัย วศวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในขณะนั้น ได้เดินทางมาเจรจาและรับปากที่จะดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้ง 12 ข้อ ผู้ต้องขังจึงสลายตัวกลับขึ้นเรือนนอน โดยกินเวลาประท้วงยาวนานถึง 13 ชั่วโมง และไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อแต่อย่างใด

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณค่าอาหารผู้ต้องขังทั่วประเทศจากวันละ 29 บาท เป็น 32 บาท เนื่องจากหลายเรือนจำมีการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชไว้สำหรับเลี้ยงนักโทษเอง ประกอบกับการจัดซื้อวัตถุดิบก็ใช้วิธีเหมาซื้อครั้งละมากๆ ราคาที่ได้จึงต่ำกว่าการซื้อตามท้องตลาด

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาตลอด 24 ชม.
อยู่ในการควบคุมดูแล อบรมฝึกนิสัย

สิทธิมนุษยชนที่ผู้ต้องขังควรได้รับ !?

ผู้ต้องขังก็คือมนุษย์ทั่วไปมีสิทธิเสรีภาพตามหลักมนุษยชน แต่การเป็นผู้ที่ต้องถูกควบคุมจากผลของการกระทำความผิด ทำให้บุคคลเหล่านี้อาจจะต้องสูญเสียสิทธิเสรีภาพบางอย่างไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ต่อสายไปยัง นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อมาให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ผู้ต้องขังควรได้รับ โดยคุณหมอนิรันดร์ อธิบายว่า ผู้กระทำผิดกฎหมาย จะต้องถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพโดยผลของกฎหมาย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมกักขังของกรมราชทัณฑ์ แต่ยังมีสิทธิบางประการที่ยังเหลืออยู่ และควรได้รับตามที่กฎหมายได้บัญญัติ เช่น สิทธิในเรื่องของการดูแลด้านสุขภาพ สวัสดิภาพและความปลอดภัย ไม่ถูกซ้อม ทรมานร่างกายและจิตใจ สิทธิที่จะได้รับอาหารถูกหลักโภชนาการ และเพียงพอต่อความต้องการ สิทธิที่จะได้รับเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ สิทธิที่จะได้รับที่อยู่อาศัย สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาล สิทธิที่จะได้รับการติดต่อกับญาติและทนายความ สิทธิที่จะได้รับการประกอบพิธีทางศาสนาตามความเชื่อ สิทธิที่จะได้รับและส่งจดหมายติดต่อกับบุคคลภายนอก สิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร

นอกจากนี้ หากศาลยังพิพากษาไม่ถึงที่สุดก็ให้ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ฉะนั้น ต้องให้สิทธิในการได้รับการประกันตัว มีทนายความในเรื่องของการพิจารณาเป็นองค์คณะที่สมบูรณ์ โดยที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น จะต้องปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วยเช่นกัน

ผู้ต้องขังพึงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล
นายวิทยา สุริยวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

เปิดงบค่าอาหารนักโทษไทย เฉลี่ยมื้อละ 17 บ./คน

หากย้อนดูข่าวคราวการประท้วงหรือก่อจลาจลในเรือนจำ จะเห็นได้ว่ามีไม่กี่เรื่องที่ผู้ต้องขังต้องการไม่ว่าจะเป็นสถานที่แออัด อาหารการกิน ผู้คุมเข้มงวด และอื่นๆ กระนั้น ทีมข่าวฯ จึงได้สอบถามไปยังอธิบดีกรมราชทัณฑ์ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โดย นายวิทยา สุริยวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า งบประมาณค่าอาหารของผู้ต้องขังวันละ 52.50 บาทต่อคน แบ่งเป็นค่าอาหาร 3 มื้อ ข้าว 10 บาท และค่าเชื้อเพลิง 50 สตางค์ เฉลี่ยมื้อละ 17 บาทต่อคน ซึ่งทางกรมฯ จะมีเมนูอาหารเตรียมไว้ โดยคิดคำนวณจากแคลอรีที่มนุษย์ควรจะได้รับ ดังนั้น แต่ละเมนูจะเป็นหน้าที่ของทางเรือนจำต่างๆ ที่จะบริหารงบประมาณค่าอาหาร

ทั้งนี้ ฝ่ายครัวจะมีหน้าที่จัดแจงเมนูในงบประมาณที่จำกัดให้ได้ 3 มื้อ โดยสามารถแบ่งเป็นหมวดเนื้อสัตว์ เครื่องแกง เครื่องปรุง และผัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้วัตถุดิบเกินมา เนื่องจากว่าร้านค้าไม่อยากมีปัญหาเรื่องการตรวจรับของ

“ตั้งแต่ผมดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องอาหารคุณภาพต่ำ อาหารไม่พอกิน โดยทางกรมฯ จะเก็บตัวอย่างอาหารจำนวน 1 ชุดไว้ เพราะหากผู้ต้องขังมีอาการท้องเสียจะได้นำตัวอย่างอาหารที่เก็บไว้ไปตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่พบผู้ต้องขังท้องเสียอย่างรุนแรง” นายวิทยา กล่าว

ค่าอาหารของผู้ต้องขังวันละ 52.50 บาทต่อคน เฉลี่ยมื้อละ 17 บาท
จดหมายร้องทุกข์ ถึงผู้บัญชาการเรือนจำ

เขียนจดหมายร้องทุกข์ > จนท.นิ่งเฉย > ประท้วง !!

สำหรับการประท้วงของผู้ต้องขังนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็ประท้วงขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่ต้องมีมูลเหตุที่มาที่ไป โดยนายวิทยา อธิบายเรื่องนี้ว่า เมื่อเกิดปัญหาผู้ต้องขังจะเริ่มจากการร้องทุกข์ก่อน โดยจะใช้วิธีเขียนจดหมายไปยังผู้บัญชาการเรือนจำหรือผู้คุม ซึ่งถ้ายังไม่มีการเข้าไปดูแลหรือแก้ปัญหา จึงเริ่มก่อการประท้วงขึ้นมา โดยมีหลายวิธี เช่น การไม่ยินยอมทำตามคำสั่ง ไม่ลุกจากเรือนนอน ไม่อาบน้ำ ไม่เข้ากองงาน ส่วนวิธีแก้ปัญหา คือ เรียกผู้ต้องขังมาพูดคุยหาทางออก

ขณะที่ ธรรมชาติของผู้ต้องขังจะเชื่อฟังคำสั่งผู้คุม ซึ่งหน้าที่หลักของผู้คุมก็คือการดูแลและควบคุมผู้ต้องขังให้อยู่ในกฎระเบียบของเรือนจำ ดูแลยามเจ็บป่วย จัดหาอาหารการกิน และอบรมฝึกนิสัย แต่ไม่ได้มีหน้าที่รีดไถ ซ้อม ทุบตี หรือให้ความไม่เป็นธรรมกับผู้ต้องขัง ซึ่งหากพบผู้คุมมีพฤติกรรมดังกล่าว จะถูกดำเนินการตามวินัยทันที

ผู้คุมจะต้องดูแลตามหลักมนุษยธรรม ไม่รีดไถ ทุบตี

ผู้คุมจะใช้อาวุธกับผู้ต้องขังได้ต่อเมื่อ...?

หากดูตาม พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 มาตรา 16 ระบุไว้ว่า “เจ้าพนักงานเรือนจำอาจใช้อาวุธนอกจากอาวุธปืนแก่ผู้ต้องขังได้ในกรณี ต่อไปนี้ (1) เมื่อปรากฏว่าผู้ต้องขังกำลังหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี และไม่มีทางจะป้องกันอย่างอื่นนอกจากใช้อาวุธ (2) เมื่อผู้ต้องขังหลายคนก่อการวุ่นวายหรือพยายามใช้กำลังเปิดหรือทำลายประตูรั้ว หรือกำแพงเรือนจำ (3) เมื่อปรากฏว่าผู้ต้องขังจะใช้กำลังกายทำร้ายเจ้าพนักงานหรือผู้อื่น”

และข้อกำหนดในการใช้อาวุธปืนแก่ผู้ต้องขัง ในมาตรา 17 ระบุไว้ว่า “เจ้าพนักงานเรือนจำอาจใช้อาวุธปืนแก่ผู้ต้องขังได้ในกรณีต่อไปนี้ (1) ผู้ต้องขังไม่ยอมวางอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้วาง (2) ผู้ต้องขังที่กำลังหลบหนีไม่ยอมหยุด ในเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุดและไม่มีทางอื่นที่จะจับกุมได้ (3) ผู้ต้องขังตั้งแต่สามคนขึ้นไป ก่อการวุ่นวายหรือพยายามใช้กำลังเปิดหรือทำลายประตูรั้ว หรือกำแพงเรือนจำ หรือใช้กำลังกายทำร้ายเจ้าพนักงานหรือผู้อื่น และไม่ยอมหยุดในเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้หยุด”

งบประมาณอเมริกาจะเฉลี่ยปีละ 1 ล้านบาทต่อคน ไทยเฉลี่ยปีละ 4 หมื่นบาทต่อคน

เรือนจำ ไทย VS อเมริกา ต่างกันอย่างไร ?

ทีมข่าวฯ ตั้งคำถามเปรียบเทียบเรือนจำในประเทศไทยและอเมริกาว่าแตกต่างกันอย่างไร นายวิทยา ให้คำตอบว่า เรือนจำเป็นเหมือนภาพสะท้อนของสังคม ซึ่งโดยทั่วไปในอเมริกาจะมีมาตรฐานค่าครองชีพ ความเป็นอยู่ทั่วไปดีกว่าประเทศไทย อีกทั้ง เรือนจำอเมริกาจะได้รับงบประมาณสัดส่วนที่สูงกว่าของไทย โดยงบประมาณของผู้ต้องขังในอเมริกาจะเฉลี่ยปีละ 1 ล้านบาทต่อคน ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดูแลเรือนจำของไทย เฉลี่ยประมาณปีละ 4 หมื่นบาทต่อคน ส่วนความเข้มงวดของเรือนจำทั้งในไทยและอเมริกาจะเหมือนกันทุกประการ

“ชีวิตผู้ต้องขัง เป็นชีวิตอีกโลกหนึ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถนึกภาพออกว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง แต่หากเป็นด้านกายภาพนั้น สิ่งที่พวกเขาขาดคือ เสรีภาพในการดำเนินชีวิต โดยผู้ต้องขังจะสูญเสียเสรีภาพในการตัดสินใจ เนื่องจากการถูกบังคับตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ กินข้าว ตลอดจนการเข้านอน หรือแม้แต่บางคนที่เราไม่ชอบ ไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ก็ต้องอยู่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้ได้ บางคนเคยมีฐานะก็ต้องมาอยู่ในสถานที่ที่แออัดแบบนี้ ทำให้เกิดความอับอาย ดังนั้น ผู้ต้องขังจะต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมให้ได้” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทิ้งท้าย.

สำหรับในตอนหน้า ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอนำเสนอ ‘เรื่องเล่าข้างกรง’ การดำรงชีวิตอย่างไร้เสรีภาพของผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดนนทบุรี เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามในวันพรุ่งนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้