วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


กบาลวินเทจครองเมือง! เปิดตัว เอ ซิสเซอร์ฯ เจ้าของคอนเซปต์ตัดหล่อไม่ง้อกระจก

งานวินเทจต้องมา! ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยนี้คนหันมานิยมแฟชั่นย้อนยุคกันมากขึ้น มีการนำไอเท็มยุคอดีตมาประยุกต์ใหม่ แต่งเติม เสริมความโมเดิร์นเข้าไป จนกลายเป็นแฟชั่นสไตล์วินเทจสุดชิคที่โดดเด่นลงตัว ทำให้หนุ่มสาวดูเก๋ เท่ ขึ้นมาทันตา นอกจากเสื้อผ้าเครื่องประดับแล้ว 'ทรงผม' ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่บรรดาสาวกวินเทจให้ความสำคัญ

เรียกว่าไหนๆ ก็แต่งตัว จัดเต็มแอคเซสเซอรี่ขนาดนี้ ทรงผมก็ขอเป็นแนววินเทจด้วยแล้วกัน โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่อยากเสริมความหล่อเป๊ะให้มากขึ้น ก็มักจะตัดผมวินเทจแท้ๆ รายละเอียดแน่นเป๊ะ

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเอาใจหนุ่มๆ ชาววินเทจเป็นพิเศษ จะพาไปเจาะลึกร้านตัดผมแนววินเทจที่มีช่างผมฝีมือระดับเทพอย่างร้าน ซิสเซอร์ บาร์เบอร์ช็อป (Sxissors Barbershop) ที่ตลาดนัดรถไฟ รัชดา แว่วมาว่าเป็นร้านตัดผมวินเทจเจ้าแรกๆ ในเมืองไทย ที่โด่งดังขึ้นมาเพราะว่าในร้าน 'ไม่มีกระจก' ตัดกันสดๆ ชิลชิล แต่ออกมาหล่อทุกคน ที่สำคัญเจ้าของร้านมีแรงบันดาลใจมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย

น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ... ทำไมต้องเนเธอร์แลนด์? ทำไมคนชอบร้านนี้กันเยอะ? เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ความลับว่าทำไมลูกค้าถึงติดหนึบเหนียวแน่นขนาดนี้ ตามมาอ่านบทสัมภาษณ์เน้นๆ ลึกๆ กับ เอ ศักดิ์ศิริ จุลกะเศียน เจ้าของร้านซิสเซอร์ฯ และช่างผมวินเทจระดับแนวหน้าของเมืองไทย กันเลยดีกว่า


Q : ก่อนอื่นเลย ทำไมถึงเปิดร้านในคอนเซปต์ที่ว่า ตัดทรงวินเทจแค่ทรงเดียว?

คือเราไม่อยากมั่วแนว ทรงอะไรก็รับหมดแบบนั้นไม่เอา ถ้าคุณอยากตัดทรงอื่นก็มีร้านอื่นที่เขาทำให้ได้ แต่ถ้าทรงวินเทจต้องร้านเรา เพราะถ้าเป็นทรงผมวินเทจเราเหนือกว่า ก็เลยอยากให้ตรงนี้เป็นจุดเด่น เลยไม่ตัดทรงอื่น ตัดแต่วินเทจอย่างเดียว

Q : คนจะมองว่าช่างผมที่นี่ติสต์หรือเปล่า

ใช่ (หัวเราะ) ต้องอยู่ที่อารมณ์ด้วย เห็นทรงอื่นก็ตัดได้หมดนะ เห็นแบบก็รู้แล้ว แต่ทำแล้วมันขัดใจตัวเอง บางทีเราทำออกไปเขาชอบนะ ช่วงแรกๆ ผมก็ทำ หลังๆ เราอึดอัดแต่ลูกค้าดันชอบ แล้วเราไม่อยากทำ เราทำงานเพื่อความสบายใจ เราหนีสิ่งที่ไม่อยากทำมาแล้ว ก็คิดว่าทำไมต้องบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบด้วย ก็เลยไม่เอาเลย ตัดเฉพาะวินเทจนี่แหละ ถ้าอยากได้แบบอื่นก็แนะนำให้เขาไปเข้าร้านแบบซาลอนดีกว่า เพราะที่นี่เป็นบาร์เบอร์

Q : แล้วทำไมถึงต้อง 'วินเทจ' ได้ไอเดียมาจากไหน

เมื่อก่อนผมเป็นไลต์ติ้งดีไซน์ และซาวด์เอ็นจิเนีย แล้วตอนนั้นเป็นคนผมยาว ไว้ผมยาวมา 6 ปี ไม่เคยตัดเลย ผมเห็นทรงผมแบบนี้แล้วชอบ อยากตัด ก็หาแบบทรงผมไปเอง เอาไปให้ที่ร้านดู ตัดในราคา 1,200 บาท แล้วพอมาดู มันไม่ใช่ ผมเลยตัดสินใจไปเรียนตัดผมทรงนี้ซะเลย

บวกกับเคยเห็นร้านตัดผมเมืองนอกที่เขาตัดสไตล์วินเทจแบบนี้ ชื่อร้าน Schorem จากประเทศเนเธอร์แลนด์ คือมันใช่ ก็เลยได้แรงบันดาลใจว่าอยากทำร้าน ตอนนั้นแค่คิดว่า มันต้องมีคนที่ชอบเหมือนเรา ก็ลาออกจากงานเดิมเพื่อมาทำ แล้วช่วงนั้นก็ยังไม่มีร้านตัดผมสไตล์นี้ ก็เลยเปิดร้านของตัวเองขึ้นมา เน้นขายงานวินเทจแท้ๆ ให้ลูกค้า ไม่มีลักไก่ คือเราศึกษามาหมด

Q : เห็นว่าเป็น Street Barber เจ้าแรกๆ ของเมืองไทย แล้วก็ไม่มีกระจกในร้าน?

ใช่ครับ เป็นเจ้าแรกๆ เลย ร้านนี้ (ที่ตลาดรถไฟรัชดา) เปิดมาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ตั้งแต่มกราคม 2558 แต่ก่อนหน้านี้เคยไปเปิดที่หน้าราม กับที่ศรีนครินทร์ ตรงนั้นเปิดมานานร่วม 2 ปี แล้วก็ย้ายมาที่นี่ ตอนนี้มีช่างผม 8 คน ส่วนที่ไม่มีกระจก ก็คือ อยากสร้างความแตกต่าง ปกติร้านตัดผมต้องหันหน้าเข้ากำแพงที่ติดกระจกไว้ให้ส่อง แต่ร้านเรา (โซนตู้คอนเทนเนอร์) ให้หันหน้าออกนอกร้านเลย ชมวิวตลาดชิลๆ บางทีมีคอนเสิร์ตมาเล่น ลูกค้าก็นั่งตัดผมไปด้วย ดูคอนเสิร์ตไปด้วย

Q : คนที่ชื่นชอบวินเทจคงรู้จักทรงผมนี้อยู่แล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่คุ้น ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าทรงวินเทจมันเป็นยังไง

มันมาจากทรงผมผู้ชายสมัยก่อนที่เน้นความเนี้ยบ หวีเรียบแปล้ แต่แบบนั้นมันดูแก่ ดูโบราณไป ก็เอามาประยุกต์ใหม่เป็นวินเทจ คือมันจะเป็นเฟด (fade) ไล่ระดับความสั้นยาวของผม ถ้าเป็นร้านซาลอนจะอันเดอร์คัตไปเลย แต่ร้านเราจะตัดเป็น 3 เฟด คือจะเป็น ขาว เทา ดำ (ขาว ผมสั้นมากจนเห็นหนังศีรษะ, เทา ยาวขึ้นอีกหน่อยเห็นหนังศีรษะบางๆ, ดำ ผมยาวปิดหนังศีรษะ)

ทุกหัวต้องเป็น 3 เฟด ร้านอื่นเขาไม่ทำ หรือถ้าทำมันกินเฟดกันอย่างขาวไปกินเทา ก็แก้ไปทั้งหัว เขาก็เลยทำร่อง เซต ยก ก็วินเทจของเขาแล้ว แต่เรามองออกว่ามันไม่ใช่ อย่างเราจะเสียเวลามากในการเก็บเฟด จะละเอียดและยากกว่า เวลาตัดออกมามันจะเนี้ยบไม่ต้องรอ เป็นอาทิตย์ถึงจะเข้าที่ กว่าจะได้เนี้ยบๆ ออกมาเราจะตัดอยู่ 3 รอบ ถ้าเป็นร้านอื่นก็คือ รอบเดียวจบ บางทีลูกค้าเยอะเขาก็จะไถไปเลย เขาก็บอกว่าของเขาเป็นวินเทจแล้ว แต่จริงๆ มันไม่ใช่ เราเห็นงานเราก็รู้แล้วว่าเป็นงานแหกตา เป็นอันเดอร์คัตธรรมดา

Q : ไปเรียนตัดผมแนวนี้มาจากไหน

เรียนจากศูนย์ฝึกวิชาชีพครับ แล้วก็มาศึกษาเพิ่มเอาว่าเราชอบแบบนี้ ต้องใช้เทคนิคยังไง แล้วก็มีคนแนะนำ มีอาจารย์ รุ่นพี่ ที่เขารู้เรื่องพวกนี้ ก็ถามเขาว่าแบบนี้ต้องตัดยังไง ถูกมั่ง ผิดมั่ง ก็ทดลองด้วยตัวเองมาตลอด แล้วตอนหลังก็มาซื้อพวกแผ่นทรงผมมาดู แล้วก็มาสอนให้เด็กในร้าน จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้ว

Q : ใช้เวลาตัดนานไหม

แล้วแต่เส้นผมของลูกค้า ผมของคนไทยจะยากกว่า ถ้าเป็นผมตรงเฟดมันจะเป็นฟันปลาสูงมาก แต่ถ้าเป็นผมหยักศกก็ง่าย อยู่ที่ประมาณ 30-40 นาทีต่อหัว ช่วงที่ตัดแรกๆ ก็เป็นชั่วโมง (หัวเราะ) อยู่ที่ความชำนาญ ตัดเสร็จแล้วทรงนี้อยู่ได้ประมาณ 1 เดือน ถึงจะมาตัดใหม่ เป็นมาตรฐานแบบนี้ ถ้าให้เทียบกันผมคนเอเชียตัดยาก ผมฝรั่งตัดง่ายกว่า ผมนิ่มเหมือนผมเด็ก

Q : รูปหน้าของทุกคนสามารถตัดทรงนี้ได้เหมือนกันหรือเปล่า

เราต้องใช้เฟดช่วยอย่างที่บอก อย่างคนหน้าอ้วน ต้องเฟดเหลือเทาเยอะ ต้องเฟดเทาเหนือจอน ถ้าเราไถเกรียนขาวหมด หน้าก็จะดูอ้วนเลย ถ้าใครช่วงขมับสั้นเราต้องเปิดผมให้สูงกว่าเดิมเพื่อให้รูปศีรษะดูยาวขึ้น ส่วนคนหน้าเหลี่ยม ต้องเปิดขาวต่ำเหนือหูนิดหน่อยจะออกมาดูดี

Q : มองว่าทำไมทรงผมสไตล์วินเทจถึงมาเป็นที่นิยมในบ้านเราได้

ในความคิดผมนะ ผมว่ามันดูเรียบร้อย ตัดออกมาแล้วดูดี ดูสุภาพ แล้วคนทำงานชอบ อีกอย่างเหมาะกับอากาศบ้านเราด้วย คนไทยก็เลยเริ่มสนใจหันมาตัดทรงนี้กัน จริงๆ มันก็เริ่มบูมมา 2-3 ปีแล้ว ผมเองก็ไปศึกษาทรงผมแนวนี้ตั้งแต่ตอนนั้น

Q : มีหลายร้านที่ตัดแนววินเทจเหมือนกัน แล้วจุดเด่นของร้านเราคืออะไร

อยู่ที่ผลงานที่ดีมีคุณภาพ และบุคลิกของช่าง สไตล์ของช่าง ถ้าลูกค้าเขามั่นใจว่า ช่างดูเท่ ตัดออกมาเท่แน่นอน คือต้องมีสไตล์ให้ลูกค้าเห็นชัดเจน พอร้านตัดผมแนวนี้มันเริ่มเยอะ ลูกค้าก็จะเปรียบเทียบงานต่องาน วัดกันที่ผลงาน สไตล์ช่าง สไตล์ร้าน ร้านสวยเหมือนกัน สไตล์ช่างดีเหมือนกัน ทีนี้อยู่ที่คุณภาพงานแล้วว่าใครจะเนี้ยบกว่ากัน

Q : พูดได้ไหมว่าตัดผมทรงนี้ ร้านเราดีที่สุด

งานของผมละเอียด กว่าจะปล่อยได้แต่ละหัว มันต้องเป็นวินเทจชัดเจน ต้องเนี้ยบ ถึงจะปล่อยออกไปได้ ตัดกันจนหล่อ ไม่หล่อไม่ต้องลุก (หัวเราะ)

Q : การตอบรับจากลูกค้า เป็นอย่างไรบ้าง

ดีครับ ดีมาก ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน ประมาณ 80% เลย ลูกค้าที่มาหาเราบางทีเคยไปตัดร้านอื่นมาก่อน แต่พอมาลองร้านเรา ก็มาร้านเราตลอด เป็นลูกค้าประจำไปเลย ร้านเราเปิดวันอังคารถึงอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ แต่ละวันก็ได้ลูกค้าประมาณ 70 คนนะ ฝั่งนี้ (ร้านที่มีกระจก) ประมาณ 30 คน ฝั่งนั้น (ร้านตู้คอนเทนเนอร์โซนร้านเหล้า) ประมาณ 40 คน ส่วนใหญ่จะเข้ามากันช่วงหัวค่ำ แต่บางทีช่างตัดถึงตี 3 ก็มี

Q : ต้องจองคิวไหม

ใช่ครับ ต้องจอง บางทีจองวันนี้ได้ตัดพรุ่งนี้ก็มี ส่วนมากจะเป็นปลายสัปดาห์ หรือสิ้นเดือนที่ลูกค้าจะเยอะ

Q : มีสอนลูกค้าเซตผมเองด้วย?

ใช่ครับ จะมีวิธีเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสอนเขา อย่างบางทรง หวีจากบนก่อนไม่ได้ ต้องหวีข้างก่อนผมก็จะเซตขึ้นไปเอง ต้องขึ้นอยู่กับรูปศีรษะของแต่ละคน ก็จะบอกเป็นเคสๆ ไป

Q : เจอลูกค้าเรื่องมาก รับมือยังไง

เราต้องบอกเขา แต่ส่วนมากจะไม่ค่อยเรื่องมาก พอตัดออกมาแล้วเขาก็จะลืมทรงที่เขาเอามาให้ดูเลย เราก็จะแนะนำเขาว่าทรงแบบนี้ดีกว่า เส้นผมคุณเป็นแบบนี้นะ รูปศีรษะเป็นแบบนี้นะ หน้าอ้วน หน้ายาว ต้องบอกเขา แนะนำสิ่งดีๆ ให้กับเขา เพราะเรื่องแบบนี้เขาไม่ใช่ช่าง เขาก็จะไม่เคยรู้มาก่อน เราจะแนะนำสิ่งที่เหมาะกับเขาที่สุด พอตัดออกมาเขาจะดูดีที่สุด

Q : ไม่คิดจะเปิดสอนตัดผมวินเทจจริงจัง?

ไม่ครับ มีแต่สอนฟรี มีพื้นฐานมาเราก็สอนให้ แล้วเขาก็ไปทำต่อของเขาเอง เห็นใจกันมากกว่า ถ้าจะเปิดสอนแบบนั้น ก็เป็นภาระต้องมาจ่ายค่าเรียนอีก เราก็เลยสอนให้เขาฟรี ช่วยๆ กันไป อาชีพเดียวกัน

Q : ภูมิใจกับอาชีพช่างตัดผมวินเทจมากน้อยแค่ไหน

ภูมิใจนะ เพราะเราเริ่มมันจากศูนย์เลย ทำด้วยตัวเอง กับเพื่อนๆ ก็ค่อยๆ ทำมันขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้คนก็รู้จักเรา และอีกประมาณ 3 เดือนก็จะเปิดสาขาใหม่แถวเกษตร-นวมินทร์ด้วย

Q : ฝากถึงช่างตัดผมหน้าใหม่ที่อยากเป็นช่างที่เก่งและมีชื่อเสียง ควรเริ่มยังไง

ต้องหาแนวทางที่ชอบให้ชัดเจน ถ้าเขาชอบซาลอนก็มุ่งไปทางซาลอนเลย อย่าฝืนใจตัวเอง เพราะถ้าฝืนทำออกมาก็ออกมาไม่ดีหรอกครับ ทำสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข ถ้าแค่เห็นว่ากระแสทรงผมนี้กำลังมา มองเห็นเงิน แล้วเข้ามาทำ แต่ตัดออกมางานไม่ดี ก็เท่ากับฆ่าตัวเอง

ตอบคำถามสุดท้ายในตอนจบได้เท่ ดิบ และจริงใจมาก สมกับเป็นช่างผมยอดนิยมของเหล่าสาวกวินเทจจริงๆ


*ล้อมกรอบ*
พิกัดร้าน
ตั้งอยู่ที่ตลาดนัดรถไฟ รัชดา หลังห้างเอสพลานาด สะดวกที่สุดไปโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ออกประตูที่ 3 ร้านเปิดให้บริการ 2 แห่ง จุดแรกอยู่ที่โซนโกดัง เป็นตึกแถวใกล้โซนอาหาร ข้างในร้านมีกระจก มีเก้าอี้ให้นั่งตัด 3 ที่ ส่วนอีกแห่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์มีป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่โซนร้านเหล้า บนชั้นสอง ตรงนี้ตัดชิลชิล บรรยากาศดี ไม่ต้องมีกระจก ใครสนใจสอบถามหรือจองคิวช่าง ติดต่อได้ที่ Facebook : sxissors.barbershop หรือ Instagram : sxissors_barbershop หรือ โทร. 09 4684 8502


ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : sxissors.barbershop

งานวินเทจต้องมา! ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยนี้คนหันมานิยมแฟชั่นย้อนยุคกันมากขึ้น มีการนำไอเท็มยุคอดีตมาประยุกต์ใหม่ แต่งเติม เสริมความโมเดิร์นเข้าไป จนกลายเป็นแฟชั่นสไตล์วินเทจสุดชิคที่โดดเด่นลงตัว ทำให้หนุ่มสาวดูเก๋ เท่ ขึ้นมาทันตา 22 มิ.ย. 2558 17:36 22 มิ.ย. 2558 23:46 ไทยรัฐ