วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักวิชาการเตือนสื่อ ระวังเสนอข่าวไวรัสเมอร์ส อย่าทำให้ ปชช. ตื่นตระหนก

นักวิชาการนิเทศศาสตร์เตือนสื่อ ให้ระวังการนำเสนอข่าวไวรัสเมอร์ส อย่าทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนก แนะรัฐบาลทำพีอาร์เชิงรุก เน้นข้อมูลให้มาก และรวดเร็วผ่านสื่อใหม่ พร้อมจับมือพันธมิตรบริษัททัวร์ รพ. กระจายข้อมูล...

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ในประเด็นพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส รายแรกในไทยว่า สื่อส่วนใหญ่ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ รวมถึงสื่อออนไลน์ ทำข่าวนี้ได้ค่อนข้างดี มีการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง รวมถึงบอกวิธีการป้องกันโรคอย่างง่ายๆ ในรูปแบบของอินโฟกราฟิก หรืออิมเมอร์ซีฟกราฟิก

“การนำเสนอข่าวโรคร้ายแรงแบบนี้ สื่อมวลชนต้องคิดทบทวนให้รอบคอบก่อน ควรเช็กข่าว เช็กข้อมูลให้ถูกต้อง รอบด้าน ไม่ใช่เน้นแข่งกันนำเสนอด้วยความเร็ว เน้นดราม่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการนำเสนอข่าวระยะต่อไปคือ สื่อบางส่วนจะหันไปเล่นข่าวการตามหาผู้ติดเชื้อ หรือผู้เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเสี่ยงต่อการแพร่ข่าวจนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั่วไป” คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าว

ดร.มานะ กล่าวแนะนำว่า หน่วยงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ควรชี้แจง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสเมอร์สในไทยอย่างรวดเร็ว และตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันข่าวลือแพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์

ด้าน ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า สถานการณ์ไวรัสเมอร์สในไทย แม้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ในเรื่องภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอาจยังไม่ชัดเจน ควรจะมีวิธีการในการรับมือ เพราะไม่รู้ว่าไวรัสนี้จะอยู่ยาวนานแค่ไหน หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ต้องเริ่มมองว่า หากผลกระทบเข้าสู่การท่องเที่ยว ก็ควรปรับแผนรูปแบบกิจกรรมบางประเภท โดยเฉพาะในปีนี้ ที่มีการเน้นการเผยแพร่วิถีชีวิตความเป็นไทยในทุกภูมิภาค ควรมีการทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเมอร์สในเชิงลึก ว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในระยะไหนได้บ้าง

“รัฐบาลควรใช้ช่องทางการกระจายข้อมูลข่าวสารในรูปแบบสื่อใหม่ สื่อสังคมออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทอยู่แล้ว ช่วยในการกระจายข่าวสารให้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ความถี่ในการส่งข้อมูล รัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชน และนักท่องเที่ยวในระยะแรกค่อนข้างจะมาก ต่อเนื่อง รวดเร็ว และเร่งรัด พยายามสร้างแคมเปญใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว และปรับกิจกรรมเสริมต่างๆ ขึ้นมาทันที เพราะไวรัสเมอร์สเป็นเรื่องที่กำลังสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนในส่วนรวม” ดร.โศภชา กล่าว
  
รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวต่อว่า จำนวนของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางเข้ามาในไทยสูงถึง 4.62 ล้านคนจากนักท่องเที่ยวทั้งหมด 24.77 ล้านคน ซึ่งถือว่าสูงสุดอันดับ 1 ในขณะที่ กลุ่มคนยุโรป หรืออเมริกาเอง ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เดินทางเข้ามา และใช้เม็ดเงินในการท่องเที่ยวมากเช่นกัน จึงควรเน้นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มหลักให้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่ทำได้ คือการแสดงความเป็นเจ้าบ้านที่ดี รับผิดชอบต่อสถานการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในขณะนี้ ไม่ให้รู้สึกว่าต้องว่าเผชิญภาวะเสี่ยงต่อโรค

“ถึงแม้ว่า จะมีกิจกรรมทางการท่องเที่ยวหลักอยู่แล้ว แต่เมื่อไวรัสเมอร์สเข้ามา รัฐบาลควรวางกลยุทธ์ในการจับมือ และประสานกับพันธมิตรหรือเครือข่าย ที่การท่องเที่ยวจะสามารถทำได้ เช่น บริษัททัวร์ โรงพยาบาล ฯลฯ โดยอาจสนับสนุนให้โรงพยาบาลตรวจรักษาเบื้องต้น ให้กับผู้ที่คิดว่ามีอาการ หรือภาวะสุ่มเสี่ยงต่อไวรัสเมอร์ส นอกเหนือจากที่สนามบินที่มีการตรวจในขั้นต้นแล้ว ซึ่งพันธมิตร หรือเครือข่ายเหล่านี้จะช่วยเอื้อ และเป็นแรงผลักในการขับเคลื่อนข้อมูลข่าวสารไปพร้อมกับรัฐบาล ให้เห็นถึงกระบวนการในการกระจายข่าวสารที่เข้มแข็งไปยังกลุ่มคนภายนอกให้มากขึ้น” ดร.โศภชา กล่าว

ในมุมมองของภาคเอกชน องค์กรธุรกิจยังไม่ถึงกับต้องปรับตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือปรับเปลี่ยนแพ็กเกจการท่องเที่ยวทั้งหมดที่มีอยู่ เพราะว่า ยังมีวิธีการสื่อสารอีกหลายวิธีกับวิกฤติที่กำลังจะเกิดขึ้น และกลุ่มธุรกิจองค์กรการท่องเที่ยวเหล่านี้ เป็นเหมือนอีกกระบอกเสียงหนึ่งของรัฐบาล ที่จะช่วยในการเผยแพร่ บอกต่อ รัฐบาลจึงสามารถขอความร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้ ให้แทรกรายละเอียดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสเมอร์สในเมืองไทยให้กับลูกค้าของเขา

“ตอนนี้หลายคนอาจจะมองว่า ไวรัสเมอร์สเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยว แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง ยังสามารถมองว่าเป็นโอกาส ให้ยึดเรื่องของสุขภาพเป็นตัวแปรสำคัญในการแก้ไขปัญหา เพราะว่าคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ เช่น ในกรณีแพ็กเกจทัวร์อาจมีการเสริมแพ็กเกจหรือโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรักษาไวรัสเมอร์ส ก็อาจทำให้การท่องเที่ยวมีจุดน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และจะทำให้วิกฤติไวรัสเมอร์ส กลายเป็นผลพวงที่จะสร้างโอกาสเชิงรุกในการท่องเที่ยวก็เป็นได้” ดร.โศภชา กล่าว

นักวิชาการนิเทศศาสตร์เตือนสื่อ ให้ระวังการนำเสนอข่าวไวรัสเมอร์ส อย่าทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนก แนะรัฐบาลทำพีอาร์เชิงรุก เน้นข้อมูลให้มาก และรวดเร็วผ่านสื่อใหม่ พร้อมจับมือพันธมิตรบริษัททัวร์ รพ. กระจายข้อมูล... 22 มิ.ย. 2558 11:47 ไทยรัฐ