วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เขย่าจุดแข็ง” ลดความเชื่อมั่น

โดย สายล่อฟ้า

ภาวะนี้ต้องเรียกว่า “ศุกร์เข้าเสาร์แทรก” ที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลเป็นระลอก เป็นแรงกดดันที่เกิดจากภายในและภายนอก แต่ละเรื่องล้วนแต่หนักหนาสากรรจ์หากไม่ตั้งสติแก้ไขอย่างจริงจังตรงจุดตรงประเด็น

เป็นอาการที่น่าห่วงไม่น้อย เพราะทุกอย่างล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ปัญหาหนึ่งจะโยงไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง

ยังไม่นับถึงข่าวลือว่าจะมีการ “ปฏิวัติซ้อน” แม้โดยข้อเท็จจริงโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้

แต่มันก็จะซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก

โดยศักยภาพแล้วอย่างกรณีปัญหาการบินที่ไอซีเอโอชี้ว่าไม่มีมาตรฐานเพียงพอในด้านความปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลไทยก็พยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าจะล่าช้าไม่ทันกาลจนมีการประกาศ “ติดธงแดง” เพื่อให้ประเทศต่างๆได้รับรู้

นั่นย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศ

หนำซ้ำการให้คอมเมนต์ในเรื่องนี้ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกับรัฐมนตรีช่วยก็มองต่างกัน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าอยู่ในฐานะลำบากแต่อีกคนบอกว่ายังไม่มีอะไรเพียงแต่เป็นมาตรการที่ให้ไทยเร่งแก้ไขเท่านั้น

แบบนี้ไม่ว่าคนไทยด้วยกันเองก็ไม่เข้าใจแล้วต่างประเทศจะเข้าใจอย่างไร เท่ากับว่าแม้แต่ผู้รับผิดชอบยังเข้าใจไม่ตรงกันเลย

นับประสาอะไรล่ะครับ...

อย่างไรก็ตาม กรณีไวรัส “เมอร์ส” ที่ติดต่อมาจากชาวต่างประเทศซึ่งเข้ามารักษาตัวในประเทศไทย แม้เบื้องต้นจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นและความหวาดหวั่นที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของประเทศ

กรณีอื่นๆ ทั้งเรื่องค้ามนุษย์ เทียร์ 3 การประมง ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไข ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นก็ตาม

แต่ถ้าจุดหนึ่งจุดใดเกิดความผิดพลาดมันก็จะส่งผลไปสู่ปัญหาอื่นๆโดยปริยาย ไม่ต่างกับโดมิโนอันจะส่งผลต่อภาพรวมของประเทศได้

แม้แต่ปัญหาภายในที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติโดยเฉพาะ “ภัยแล้ง” เนื่องจากฝนตกน้อยและไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์กันนั้นทำท่าจะบานปลาย เพราะเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้านที่มองปัญหาต่างกัน

ภาครัฐเองเห็นว่าเมื่อน้ำน้อยเขื่อนไร้น้ำซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของประเทศ นั่นคืออาจจะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ได้ จึงขอร้องให้ชาวนางดปลูกข้าวไม่ว่าจะเป็นนาปรังหรือนาปีเพื่อจะเก็บน้ำเอาไว้ใช้อย่างทั่วถึง

แต่ชาวนาหากไม่ปลูกข้าวก็ไม่มีอะไรจะกินเพราะเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูชีวิตและครอบครัวของพวกเขา

หากฝ่าฝืนไม่ฟังคำสั่งของรัฐจึงมีการปลูกข้าวและพยายามหาน้ำมาใช้ ด้วยการไปสูบน้ำจากคูคลองต่างๆ จนเกิดความขัดแย้งขึ้นมา

ถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ดีจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านรัฐแน่

จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ หากมีการจุดพลุปลุกระดมให้ชาวนาลุกฮือขึ้นมาคงดูไม่จืดและลามไปสู่ปัญหาการเมืองขึ้นมาได้

อีกทั้งในส่วนของการเมืองว่าด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เกิดความขัดแย้งที่รอวันระเบิดขึ้นมาในอีกไม่นาน หรือแม้แต่ปัญหาใหม่ที่คนของรัฐก่อขึ้นมาอีก เช่น “กาสิโน” ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะไม่ได้แยกแยะว่าอะไรควรอะไรไม่ควรในสถานการณ์อย่างนี้

เหล่านี้ล้วนกำลัง “เขย่าจุดแข็ง” ของ คสช. มากเข้าไปทุกที.

“สายล่อฟ้า”

22 มิ.ย. 2558 10:02 22 มิ.ย. 2558 10:02 ไทยรัฐ