วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คน 53% ชี้ เปิดกาสิโน ไม่ได้ทำให้ความนิยม คสช. เพิ่มขึ้น

คน 53% ชี้ เปิดกาสิโน ไม่ได้ทำให้ความนิยม คสช. เพิ่มขึ้น

  • Share:

โพล ระบุ คนกว่า 53% ชี้ เปิดกาสิโน ไม่ได้ทำให้ความนิยม คสช. เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กว่า 62% บอกรับไม่ได้หากจะมีการเปิดบ่อนถูกกฎหมายขึ้นใน จังหวัดตัวเอง  

วันที่ 22 มิ.ย.2558 รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผย ผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง เจาะมุมมองแกนนำชุมชนต่อบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย : กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,077 ตัวอย่าง โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็นทางสถิติจากบัญชีรายชื่อ ฐานข้อมูลแกนนำชุมชน ทั่วประเทศ รวบรวมโดย ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน ดำเนินโครงการในวันที่ 19-21 มิถุนายน 2558 ผลสำรวจการติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในช่วง 30 วัน ที่ผ่านมา พบว่า แกนนำชุมชน ร้อยละ 56.9 ระบุ ติดตามทุกวัน/เกือบทุกวัน ในขณะที่ร้อยละ 29.2 ระบุ ติดตาม 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 7.5 ระบุติดตาม 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 5.5 ระบุ น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง และร้อยละ 0.9 ระบุ ไม่ได้ติดตามเลย คณะผู้วิจัยได้สอบถามความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อการพนันในสังคมไทย ผลการสำรวจ พบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 69.0 ระบุคิดว่าเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย ในขณะที่ร้อยละ 31.0 ระบุไม่ใช่

ทั้งนี้ ร้อยละ 19.6 ระบุเคยเล่นการพนันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 80.4 ระบุไม่เคยเล่น หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้สอบถามความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อประเด็นที่มีการนำเสนอในสังคมว่าเป็นข้อดีของการเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทยโดยเริ่มต้นคำถามจาก “การเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มมากขึ้น”

ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 54.2 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 45.8 ระบุไม่เห็นด้วย สำหรับประเด็น “การเปิดบ่อนกาสิโนจะทำให้ประชาชนมีงานทำมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น” นั้นพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 69.5 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 30.5 ระบุไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงข้อดีที่ว่า “การเปิดบ่อนกาสิโนจะช่วยป้องกันเงินรั่วไหลออกนอกประเทศ” พบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 66.6 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 33.4 ระบุไม่เห็นด้วย และเมื่อสอบถามว่า “การเปิดบ่อนกาสิโนจะช่วยลดจำนวนบ่อนเถื่อน/การพนันที่ผิดกฎหมาย” ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 66.0 ระบุ เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 34.0 ระบุ ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม แกนนำชุมชนที่ถูกศึกษายังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีของการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยระบุว่า การเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายมีข้อดี คือ จะสามารถควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น ลดการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ มีเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น พื้นที่ที่มีบ่อนกาสิโนจะได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญมากยิ่งขึ้น

หลังจากนี้ คณะผู้วิจัยได้สอบถามความคิดเห็นของแกนนำชุมชนถึงประเด็นที่มีการระบุ ว่า เป็นข้อเสียของการเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากประเด็นที่ว่า “บ่อนกาสิโนถูกกฎหมายจะทำให้ประชาชนหันมาเล่นการพนันมากขึ้น” ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 51.8 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 48.2 ระบุ ไม่เห็นด้วย สำหรับประเด็น “บ่อนกาสิโนจะกลายเป็นแหล่งฟอกเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย” นั้น ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 54.2 ระบุ เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 45.8 ระบุ ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ แกนนำชุมชนร้อยละ 56.5 ระบุเห็นด้วยว่า “การเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายจะทำให้ปัญหาสังคม อาชญากรรม และยาเสพติดเพิ่มสูงขั้น” ในขณะที่ร้อยละ 43.5 ระบุไม่เห็นด้วยว่าจะเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงประเด็น “เป็นการมอมเมาเยาวชน” นั้น ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 52.5 ระบุ เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 47.5 ระบุ ไม่เห็นด้วย ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แกนนำชุมชนที่ถูกศึกษาได้ระบุความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสียของการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยระบุว่า การเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายมีข้อเสีย คือ เหมือนเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเล่นการพนัน เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาผู้มีอิทธิพล ทำลายภาพลักษณ์อันดีของประเทศ ถ้าควบคุมไม่ได้จะทำให้เกิดผลกระทบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาหนี้สิน รวมถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอีกด้วย ประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง คือ คณะผู้วิจัยได้ให้แกนนำชุมชนเปรียบเทียบถึง ข้อดี-ข้อเสีย ของการเปิดบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศไทย ว่า มีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 28.1 ระบุคิดว่า มีข้อดีมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 60.9 ระบุคิดว่ามีข้อเสียมากกว่า ทั้งนี้ แกนนำชุมชนร้อยละ 11.0 ระบุไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะผู้วิจัยได้สอบถามต่อไป ถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายนั้น ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 33.3 คิดว่า พร้อมแล้ว ในขณะที่ร้อยละ 59.9 ระบุคิดว่ายังไม่พร้อม ทั้งนี้ ร้อยละ 6.8 ไม่ระบุ ความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวนี้

และเมื่อคณะผู้วิจัยได้สอบถามต่อไปว่า “ยอมรับได้หรือไม่” หากจะมีการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในพื้นที่จังหวัดของตนเอง” ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 37.6 ระบุ ยอมรับได้ โดยให้เหตุผลว่าถ้ามีหลักการและระเบียบที่ดีก็ยอมรับได้ /มีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่สร้างรายได้ในจังหวัด /เอาภาษีมาปรับปรุงในท้องที่/เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ในขณะที่ร้อยละ 62.4 ระบุ ยอมรับไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน/คิดว่า ประชาชนยังไม่พร้อม/ประชาชนในพื้นที่ยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียด/ทำลายประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่น/เกรงว่าประชาชนจะลุ่มหลงแต่การพนัน

ประเด็นสำคัญสุดท้าย คือ เมื่อคณะผู้วิจัยได้สอบถามแกนนำชุมชนว่า “หากมีการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายขึ้นจริงในประเทศไทย จะทำให้ความนิยมที่มีต่อรัฐบาลและ คสช.เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง” ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนร้อยละ 9.4 ระบุ จะทำให้มีความนิยมเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.3 ระบุ นิยมเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม แกนนำชุมชนร้อยละ 8.1 ระบุ ไม่นิยมเหมือนเดิม และร้อยละ 27.2 ระบุ จะลดความนิยมลง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้