วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กาสิโน สวนสนุก จูราสสิค เวิลด์

สุดสัปดาห์ที่ผ่านไป มีข่าวปลุกอารมณ์ระดับชาติ ทำให้คนไทยตั้งแต่ระดับผู้บริหารประเทศ นักการเมือง นักวิชาการ ไปจนถึงประชาชนที่ตอบความคิดเห็นผ่านผลสำรวจตามประเด็นร้อน บางคนก็ได้แสดงวิธีคิด บางคนก็แสดงวิธีเถียง จูราสสิค เวิลด์โดยมีมุมคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งกับประเด็นเปิดบ่อนเสรีถูกกฎหมาย หรือเรียกให้เท่ก็ไม่ต่างจากศูนย์บันเทิงกาสิโน ในขณะที่รถราติดหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ล้วนเต็มไปด้วยพ่อ แม่ หอบลูกจูงหลานไปดูหนังฟอร์มยักษ์สร้างสถิติทำเงินเป็นประวัติการณ์ระดับโลก ซึ่งสร้างจากจินตนาการอย่างลึกซึ้งที่มีชื่อว่า จูราสสิค เวิลด์ เข้ามาฉายทำเงินในเมืองไทย เชื่อหรือไม่ ทั้งหมดนี้มีความเหมือน และความต่างในเศรษฐกิจภาคบริการ กลุ่มท่องเที่ยวและบันเทิง อย่างไม่น่าเชื่อ

ความสนใจแรกอยู่ที่ข่าวเปิดบ่อนเสรีถูกกฎหมาย ฝ่ายที่เสนอก็ชี้ให้เห็นถึงเม็ดเงินทั้งของคนไทยบางกลุ่ม และคนต่างชาติหลายกลุ่มที่ชอบเสี่ยงโชคผนวกดวงกับการพนันขันต่อ ซึ่งต้องออกไปเล่นต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนที่เห็นกันมาอย่างชินตา หรืออีกกลุ่มหนึ่งที่มีศัพยภาพใหญ่โต ต้องบินไปเล่นในศูนย์บันเทิงกาสิโนชื่อดังตามเมืองอื่นๆ ในอาเซียนและเอเชีย นั่นหมายถึงรายได้ที่ควรจะได้จากการเก็บภาษีมากขึ้นหากมีการอนุญาตให้ทำธุรกิจการพนันอย่างเสรีและถูกต้องตามกฎหมาย บ้างก็พูดผ่านไมค์ผู้สื่อข่าวว่าเป็นการหารายได้ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต เพราะทุกวันนี้หารายได้เข้าแผ่นดินสะท้อนผ่านตัวเลขเก็บรายได้ภาษีทุกรูปแบบก็ฝืดเคืองจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นยากเต็มที ส่วนกลุ่มที่ไม่สนองก็ชี้ให้เห็นถึงผลสำรวจตามกระแสร้อน บ้างก็มีการตั้งสารพัดคำถามพร้อมตอบ(ผลเสีย)เองบนโซเชียลมีเดีย นับเป็นเรื่องที่ดี่ที่ทำให้ประชาชนคนไทยทั้งที่เคยรู้ เคยได้ยิน หรือไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยิน กับผลดีผลเสียของการมีศูนย์บันเทิงกาสิโนในไทยจะกระทบชีวิตของคนในแต่ละวัยเป็นอย่างไร? จะแก้สารพัดปัญหาผิดกฎหมายที่ตามจับวันเว้นวันได้มั้ย?

ผลพวงจากเรื่องนี้ ทำให้หลายคนโดยเฉพาะในยุคที่เคยอยู่ในอำนาจบริหารบ้านเมือง (แต่บ้านเมืองช่วงนั้นวุ่นวายเหลือเกิน) เสนอวิธีคิดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยการหารายได้เข้าประเทศเพื่อช่วยแก้เศรษฐกิจ ไม่สร้างผลเสียให้กับสังคมไทย ซึ่งดีกว่าจะยอมให้มีศูนย์บันเทิงกาสิโนเกิดขึ้นในประเทศไทย หนึ่งในแนวคิดคือ ดึงสวนสนุกระดับโลกมาอยู่ในประเทศไทยแทน นั่นคงหมายถึงสวนสนุกดิสนีย์ ที่ทุกวันนี้ก็มีอยู่ที่กรุงโตเกียวในญี่ปุ่น เกาะฮ่องกงของจีน และไม่นานนักจะเปิดให้บริการแห่งใหม่ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ของจีน สวนสนุกดิสนีย์ไม่ตั้งในเมืองไทย หรือถ้าจะหมายถึงสวนสนุกยูนิเวอร์แซล ทุกวันนี้ก็เปิดให้มาหาความสนุกที่ประเทศสิงคโปร์ และอยู่ที่มหานครโอซากาที่ญี่ปุ่น ควาหมายเดียวกัน คือ ไม่มาตั้งในไทย จะมีก็แต่เพียงสวนน้ำอย่าง การ์ตูน เน็ทเวิร์ค ของบริษัท ไทม์ วอร์เนอร์ เครือข่ายธุรกิจสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ วันนี้ก็เปิดให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล่นน้ำพร้อมเครื่องเล่นสวนน้ำที่พัทยามานานกว่า 1 ปีที่ผ่านมา รายนี้เลือกมาไทยด้วยความตั้งใจของตัวเค้าเอง ในขณะที่นักธุรกิจไทยลงทุนตั้งสวนน้ำโดยฝีมือคนไทยเกิดขึ้นแทบทุกภาค แถมยังบริหารจัดการได้เข้าท่าเข้าทางอีกด้วย ทั้งหมดแปลความได้ว่า ถ้าอยากได้สวนสนุกระดับโลกมาไทย ทำไม่ไม่ผลักดันในยุคที่มีอำนาจบริหารบ้านเมือง

การจุดพลุศูนย์บันเทิงกาสิโน (ในไทย) มาถึงสวนสนุกระดับโลก (ในไทย) ล้วนเป็นเศรษฐกิจภาคบริการในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบันเทิง แม้จะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป แต่ที่เห็นได้ชัดในแง่เศรษฐกิจภาคบริการที่ทำเงินมากมายทั่วโลกภายใต้เวลาอันสั้น คือ ภาพยนตร์สร้างจากจินตนาการให้เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตสำหรับมนุษย์ อย่างหนังที่เข้าโรงในขณะนี้ มีชื่อว่า จูราสสิค เวิลด์ นี่คือการชนะความท้าทายในแง่ทำเงินเป็นประวัติการณ์ในครั้งแรกที่ออกฉายระบบปกติทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 16,500 ล้านบาท สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในแง่ทำเงินเป็นประวัติการณ์ในครั้งแรกที่ออกฉายระบบปกติในสหรัฐฯ 208.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6,890 ล้านบาท เอาชนะข้อจำกัดในแง่ทำเงินเป็นประวัติการณ์ในครั้งแรกที่ออกฉายระบบ 3 มิติในทั่วโลก 44.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1,455 ล้านบาท ที่สำคัญ หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า เป็นการตอบโจทย์ในแง่ทำเงินด้วยการสินค้าและบริการภายใต้ยี่ห้อชื่อภาพยนตร์ที่สร้างตั้งแต่ตอนแรกสุด คือ จูราสสิค พาร์ค ในปี 2536 มาถึง เดอะลอสต์ เวิลด์ ในปี 2540 และจูราสสิค เวิลด์ ในปี 2558 นั่นหมายถึง 22 ปีที่สร้างโอกาสทำเงินได้อย่างเป็นประวัติการณ์ อย่างมหาศาล และอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้ มีหลายคนมองว่า สวนสนุก จูราสสิค เวิลด์ อาจจะเป็นจริงสักทีด้วยมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 23,432 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 773,256 ล้านบาท หรือเทียบได้กับ 32% ของปีงบประมาณประเทศไทย

โลกแห่งไดโนเสาร์ กลับสร้างโอกาส(ทางธุรกิจ) สร้างรายได้(ทางเศรษฐกิจ) สร้างตำนาน(ทางการตลาด) ได้อย่างน่าทึ่งกว่าโลกแห่งปัจจุบันที่กำลังถกเถียงประเด็นซ่อนเร้นกันแทบทุกวัน จึงน่าจะพูดได้อย่างชัดเจนว่า นักสร้างโอกาสเท่านั้นที่ทำรายได้ทางธุรกิจ ทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ยอดเยี่ยมกว่านักฉวยโอกาส !

บัญชา ชุมชัยเวทย์

สุดสัปดาห์ที่ผ่านไป มีข่าวปลุกอารมณ์ระดับชาติ ทำให้คนไทยตั้งแต่ระดับผู้บริหารประเทศ นักการเมือง นักวิชาการ ไปจนถึงประชาชนที่ตอบความคิดเห็นผ่านผลสำรวจตามประเด็นร้อน บางคนก็ได้แสดงวิธีคิด บางคนก็แสดงวิธีเถียง ... 22 มิ.ย. 2558 09:11 22 มิ.ย. 2558 15:23 ไทยรัฐ