วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งโอเพนลิสต์ รอก่อน10ปี ตอนนี้ไม่มีเครื่อง

ตอนนี้-ไม่มีเครื่อง! ยิ่งลักษณ์ปล่อยนก เอาเคล็ดครบ4รอบ

กมธ.ยกร่างฯจัดคิว 24 มิ.ย. ลุยรื้อ รธน.รายมาตรา “เลิศรัตน์” เชื่อรื้อปมร้อนซื้อใจพรรคการเมือง “คำนูณ” แจงไม่ตัดทิ้งโอเพนลิสต์ อ้างประชาชนเห็นด้วยกำหนดเองได้ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โยกไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล รอใช้ พร้อมลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ “สมชัย” ระบุต้องรออย่างน้อย 10 ปีถึงได้ใช้ แถมต้องทุ่ม 5 พันล้าน เปลี่ยนเครื่องกาบัตรใหม่ “วันชัย” เขย่าร่าง รธน.ส่อร่วง ปูด สปช.จ่อผนึกกำลังพรรคการเมืองต้านนายกฯคนนอก “สมบัติ” ซัดถอยหลังสุดกู่ย้อนยุค รธน.ปี 2511 “เทียนฉาย” กุมหัว สปช.ออฟไซด์ วิปฯเตือนให้ยับยั้งชั่งใจ “ยิ่งลักษณ์” ควงลูก-สามีเข้าวัดแสนสุข ทำบุญเบิร์ธเดย์ 48 ปี ขอพรคืนรอยยิ้มคนไทยและให้อภัยกัน “สมชาย” นำทีมอดีต ส.ส.แห่ให้กำลังใจไม่ทอดทิ้ง

จากกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญวางแนวทางปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น แต่จะยังไม่ตัดทิ้งระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ ล่าสุดได้เตรียมจะนำไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้นำมาใช้เมื่อมีการเลือกตั้งแบบลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

กมธ.ยกร่างฯลุยรื้อ รธน.รายมาตรา

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า การทำงานของ กมธ.ยกร่างฯต่อ จากนี้ในวันที่ 24 มิ.ย. จะเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา จะเริ่มตั้งแต่มาตราที่ 1 ไล่เรียงไปทีละมาตรา โดยนำคำขอแก้ไขจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณา ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯจะพยายามเร่งการยกร่างฯให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. เพื่อให้มีเวลาเหลือในการทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และถูกต้องมากที่สุด เพราะนี่คือช่วงสุดท้ายแล้ว จะผิดพลาดไม่ได้ นอกจากนี้ จะเชิญผู้ขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 9 กลุ่มมาชี้แจงเหตุผลด้วยว่าเหตุใดถึงแก้หรือไม่แก้ไขตามคำขอที่ส่งมาให้ กมธ.ยกร่างฯ

ซุกโอเพนลิสต์ไว้ในบทเฉพาะกาล

นายคำนูณกล่าวอีกว่า ขณะนี้เรื่องระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ กมธ.ยกร่างฯมีแนวความคิดที่จะไม่ตัดทิ้ง แต่จะนำไปบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแบบลงคะแนนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะนำระบบการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์มาใช้ ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเดิมโดยให้ผู้มีสิทธิ์เลือกพรรคที่ชอบแต่ไม่มีการเลือกคน สาเหตุที่ กมธ.ยกร่างฯยังไม่ตัดระบบโอเพนลิสต์ทิ้งเพราะเราเห็นว่าเป็นระบบที่ดี ประชาชนสามารถกำหนดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อเองได้ แตกต่างจากแบบเก่าที่พรรคการเมืองเป็นผู้กำหนด รวมทั้งประชาชนจำนวนมากก็ให้การสนับสนุนและเห็นด้วยกับระบบนี้

แก้ระบบเลือกตั้งโอ๋พรรคการเมือง

ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงสาเหตุการปรับสัดส่วนบัญชีรายชื่อเหลือ 150 คน และให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งว่า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอขอแก้ไขจากทุกฝ่าย อีกทั้งยังไม่กระทบกับหลักการเดิม ที่จะใช้วิธีนับคะแนนแบบสัดส่วนผสม ขณะที่การเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ก็จะยังไม่นำมาใช้ ตลอดจนมีการตัดทิ้งในส่วนของกลุ่มการเมืองด้วย เชื่อว่าการปรับแก้นี้จะทำให้พรรคการเมืองสบายใจมากขึ้น เพราะ จำนวน ส.ส.เขต 300 คน ไม่ต่างไปจากเดิมที่ให้มี 375 คน มากนัก ทั้งหมดนี้คือการตกลงร่วมกันเบื้องต้นของ กมธ.ยกร่างฯ ที่จะนำไปใช้เป็นหลักพิจารณาปรับแก้ไขเป็นรายมาตราตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ต่อไป

ป้อง “บวรศักดิ์” เจตนาบริสุทธิ์

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. เรียกร้องให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ออกมาขอโทษ หลังระบุว่ามวลชน นปช.รับเงินมาชุมนุม ว่า คงตอบแทนไม่ได้ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้น ข้อความอย่างสั้นที่ปรากฏออกมาอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะส่วนตัวเท่าที่ได้ฟังคลิปเสียงขนาดยาว ก็เข้าใจว่า นายบวรศักดิ์มีเจตนาบริสุทธิ์ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่มาก พร้อมทั้งยกตัวอย่างม็อบที่ออกมาชุมนุม เพื่อจะทำให้เห็นภาพว่าความเหลื่อมล้ำนี้คือ หลักการสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะต้องมีบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วย

“วันชัย” เขย่าไม่เลิก รธน.ส่อสาหัส

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงการปรับแก้รัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า เท่าที่ฟังขณะนี้สมาชิก สปช.เริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละประเด็นแล้ว เช่น ประเด็นที่มาของนายกฯ ที่จะคงไว้ตามเดิมคือ นายกฯอาจจะมาจากคนนอกก็ได้ มี สปช.บางกลุ่มเริ่มประกาศชูธงว่าอย่างไรก็ไม่เอาด้วย เพราะเป็นการเปิดช่อง เตรียมการให้คนนอกมาเป็นนายกฯ อาจเริ่มกรุ่นๆ จะชักชวนทั้งคนใน สปช.และนอกสปช. เช่น พรรคการเมืองออกมาคัดค้านประเด็นนี้ด้วยท่าทีแข็งขัน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่กลับไปใช้แบบเก่าของปี 50 ก็มี สปช.คัดค้าน เพราะการจัดลำดับรายชื่อ ส.ส.ยังอยู่ในมือหัวหน้าพรรค ประชาชนไม่ได้จัดลำดับเอง ที่มา ส.ว.ที่ กมธ.ยกร่างฯ จะให้มาจากการสรรหาอย่างเดียว พวกต่างจังหวัดที่ต้องการเลือกตั้งก็ไม่พอใจ มีการประชุมปรึกษาหารือวางแผนจะคัดค้านไม่เอาด้วย

ขู่ชุดยกร่างเตรียมรับกระสุนตก

“สถานการณ์วันนี้ยิ่งใกล้วันโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากเท่าไหร่ ยิ่งมีคนคัดค้านมากขึ้น พุ่งเป้าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีรอยตำหนิแม้แต่เรื่องเดียวมาตราเดียวก็จะไม่ยอมให้ผ่านไป เมื่อเวลางวดเข้ามาทุกที เชื่อว่าประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญแต่ละมาตราจะมีคนชูข้อเสีย จุดอ่อนเพิ่มเรื่อยๆ จนกลบสิ่งดีๆไปหมดด้วยรอยตำหนิ อนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงอาการสาหัสเป็นแน่ และเมื่อนั้น กมธ.ยกร่างฯ จะเป็นยิ่งกว่าตำบลกระสุนตก เมื่อเอาการแก้รัฐธรรมนูญไม่ถูกทางมาบวกกับสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว สองอย่างนี้จะเป็นปัจจัยให้รัฐธรรมนูญถูกคว่ำ” นายวันชัยกล่าว

ซัดคงนายกฯ คนนอกถอยหลังลงคลอง

ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมืองของ สปช.กล่าวถึงการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ว่า ความจริงไม่อยากวิจารณ์ ต้องรอให้เห็นภาพรวมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยเสียก่อนจะบอกว่ารับได้หรือไม่ได้ แต่ล่าสุดที่ กมธ.ยกร่างฯ ให้แขวนประเด็นระบบเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ไว้ โดยยังไม่ตัดออกไป แสดงว่า กมธ.ยกร่างฯ ยังมีแนวคิดอยากให้มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไร้อำนาจมาบริหารประเทศ ถ้ายังคงไว้แบบนี้ จะไม่ช่วยการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในอนาคต การแก้ปัญหาให้ประชาชนเป็นไปได้ยาก ส่วนประเด็นที่มานายกฯ ที่ยังคงเดิม ให้คนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น จะกลายเป็นการย้อนถอยหลังกลับไปยังรัฐธรรมนูญปี 2511 ที่ไม่ยึดหลักประชาธิปไตย มีที่มาผู้นำฝ่ายบริหารที่ไม่ยึดโยงประชาชนอย่างแท้จริง เกิดปัญหาความไม่สมบูรณ์ขึ้นระหว่างสามเสาหลักประชาธิปไตย สำหรับกระแสข่าวที่สมาชิก สปช.จะโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญ ก็เป็นความเห็นส่วนบุคคล ไม่ขอก้าวล่วง ต้องรอให้รัฐธรรมนูญแก้เรียบร้อยก่อน

รอดูร่างสมบูรณ์ก่อนรับหรือคว่ำ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ต้องรอดูว่า กมธ.ยกร่างฯ จะปรับแก้อะไรบ้าง โครงสร้างในรัฐธรรมนูญจะต้องมีเนื้อหาที่กระชับและครอบคลุม ขณะนี้ทางกลุ่มจะขอรอดูจนกว่าการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจชัดเจนว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่เรื่องการเมืองเรื่องเดียว ยังมีเรื่องอื่นๆที่ต้องมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้ กลุ่มเราไม่ได้คาดหวังให้ กมธ.ยกร่างฯ ปรับแก้ตามข้อเสนอของเราทั้งหมด ที่ได้เสนอไปก็เป็นแนวทางเลือกหนึ่งเท่านั้น หาก กมธ.ยกร่างฯจะแก้หรือไม่แก้ประเด็นใด ก็ต้องมีเหตุผลอธิบายให้ชัดเจน ถ้ามีเหตุผลที่ฟังแล้วยอมรับได้เราก็ไม่ติดใจ แต่หากอธิบายไม่ดี ไม่มีเหตุผลเราคงยอมไม่ได้

วิป สปช.เตือนสมาชิกยับยั้งชั่งใจ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงกรณี สปช.บางส่วนออกมาระบุจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังเร็วไปที่จะบอกว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ การออกมาให้ข่าวผ่านสื่อจะทำให้สังคมสับสน สร้างความกดดันให้ กมธ.ยกร่างฯ การเคลื่อนไหวใดๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่ง สปช.ไม่ใช่สภาการเมือง แต่เป็นสภาวิชาการที่ทำงานโปร่งใส ขอร้องให้บรรดาสมาชิกยับยั้งชั่งใจ คำนึงถึงความรับผิดชอบ ต้องให้โอกาส กมธ.ยกร่างฯ ทำงานจนถึงวันส่งร่างสุดท้าย 22 ส.ค. เวลานี้ขอความร่วมมือให้สมาชิก สปช.โฟกัสไปที่แผนแม่บทการปฏิรูปให้เสร็จตามโรดแม็ปก่อน

“เทียนฉาย” กังวลบางคนชอบออฟไซด์

“เท่าที่พูดคุยกับบรรดาสมาชิก สปช.ในประเด็นนี้ มีความกังวล เท่าที่ได้พูดคุยกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.เอง กังวลต่อการเคลื่อนไหวของสมาชิก สปช.บางท่านที่ออกจะออฟไซด์ สปช.มีหลักการทำงานชัดเจน คือตามโรดแม็ป ไม่ว่าเรื่องใดๆ สปช.จะให้อิสระแต่ละคน ไม่มีการกำหนดแนวทางให้ทำตามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนจะมีการพูดคุยหารือนอกรอบหรือไม่นั้นไม่ทราบ เป็นสิทธิแต่ละคน” นายอลงกรณ์ กล่าว

กกต.ระบุรอ 10 ปีโอเพนลิสต์ถึงใช้ได้

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่จะเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์กับการลงคะแนนเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า อย่างน้อยคงต้องใช้เวลาอีก 10 ปี ข้างหน้า เนื่องจากเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ กกต.มีอยู่ขณะนี้ไม่สอดรับกับการเลือกตั้งแบบโอเพนลิสต์ มีเพียงการให้เลือกตั้งแบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อปกติ ยังไม่มีการเชื่อมโยงว่าหากเลือกพรรคการเมืองแล้วจะเลือกตัวบุคคลในบัญชีรายชื่อได้อย่างไร คงต้องใช้เวลาพอสมควร อีกทั้งต้องใช้งบประมาณถึง 4,000-5,000 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการลงคะแนนแบบโอเพนลิสต์ คำนวณจากหน่วยเลือกตั้งในประเทศที่มีประมาณ 100,000 หน่วย แต่ละหน่วยต้องใช้ 4 เครื่อง ราคาเครื่องละประมาณ 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม อีก 10 ปีข้างหน้าก็ไม่แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างฯอยู่นี้จะปรับแก้อะไรหรือไม่ ส่วนกรณีที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ระบุว่าอาจต้องมีการประชามติในเดือน ก.พ.นั้น กกต.ยังยืนยันว่าสามารถจัดการลงประชามติได้ภายในวันที่ 10 ม.ค.59 เช่นเดิม เพราะได้เตรียมการสำรวจโรงพิมพ์ต่างๆไว้หมดแล้ว

ห่วงถามเยอะงบฯประชามติบาน

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีการตั้งคำถามประชามติว่า ที่มีการเสนอว่าควรมีเพียงคำถามเดียวคือรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น กกต.ไม่มีความเห็น ขึ้นอยู่กับ สปช.และ สนช.จะมีมติตั้งคำถามหรือไม่ ในเชิงเทคนิคไม่ว่าจะมีกี่คำถาม กกต.จัดการได้ เพียงแต่ถ้ามีคำถามเพิ่มขึ้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมา เช่น 1 คำถาม อาจเสียค่าพิมพ์บัตร 50 ล้านบาท 2 คำถาม ก็ 100 ล้านบาท หาก 3 คำถามจะใช้เงิน 150 ล้านบาท เป็นต้น ยังไม่รวมค่าหีบบัตร และค่าอื่นๆ ที่จะขึ้นตามมาด้วย

ด้านนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า รูปแบบการทำประชามติมีทั้งคำถามเดียวและหลายคำถาม แต่ไม่ว่าจะมีกี่คำถาม ประเด็นต้องชัดเจน และประชาชนต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่จะต้องนำมาตอบ เช่น การทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็มีการสรุปสาระสำคัญให้เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ นอกเหนือจากการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแจก เป็นต้น อย่างไรก็ตามคำถามที่จะเพิ่มมานอกเหนือจากการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ก็ยังไม่ชัดว่าจะมีหรือไม่มี

ปชป.ขวางชงถามเอื้อคนเฉพาะกลุ่ม

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคำถาม 1 คำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ของ สปช.และ สนช.ว่า ถ้าจะตั้งคำถาม ผู้ตั้งควรคำนึงถึงความเหมาะสม แม้กฎหมายจะไม่กำหนดกรอบชัดเจน แต่กรณีการจะถาม เช่น จะถามให้อยู่ต่ออีก 2 ปี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ใช่คำถามของกลไกประชาธิปไตย แม้วันนี้จะอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติก็ตาม ต้องถามสิ่งที่มีผลผูกพันประเทศ เป็นประโยชน์ประเทศ ไม่ใช่ถามเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

บี้ “พรเพชร” ปลด 2 สนช.พ้น กมธ.งบฯ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ออกมาปกป้องนายชาญวิทย์ วสยางกูร อดีตผู้ว่าฯ มุกดาหารและนายพรศักดิ์ เจียรนัย อดีตผู้ว่าฯ ชัยภูมิ ที่ถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตยาปราบศัตรูพืช ทั้ง 2 คนยังไม่เคยถูกสอบ ไม่น่าเชื่อว่ารองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติน้ำเน่า รีบออกมาปกป้อง สนช.พวกเดียวกัน ขอเรียกร้องให้ 2 สนช.ที่มีประวัติด่างพร้อยลาออกจาก กมธ.งบประมาณ ตนไม่ไว้วางใจให้บุคคลทั้งสองทำหน้าที่พิจารณางบประมาณแผ่นดินของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่รัฐสภา เพื่อให้พิจารณาเรื่องสำคัญนี้

พท.ฉุนปลุกรากหญ้าสู้ถูกหยาม

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เปรียบเทียบการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.กับ นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการเปรียบเทียบทำให้ความแตกแยกเพิ่มขึ้น ยิ่งนายบวรศักดิ์อยู่ในฐานะประธาน กมธ.ยกร่างฯ ซึ่งต้องสร้างกติกาให้ทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม เป็นประชาธิปไตย แต่ยังมะงุมมะงาหราอยู่เลย อย่าวิจารณ์ยกย่องอีกฝ่ายแล้วเหยียบย่ำอีกฝ่าย มีแต่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ วันนี้คนรากหญ้า เกษตรกรทั้งหลายทุกข์ยากจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำทุกตัวแถมเจอกับธรรมชาติที่ไม่เป็นใจอีก ลำบากมากพอแล้ว หรือจะให้เขาลุกขึ้นสู้กับนายบวรศักดิ์อีก ขอเตือนสติระดับด็อกเตอร์อย่าเหิมเกริม การพูดจาหัดถนอมน้ำใจคนอื่น ไม่อยากให้บรรยากาศที่หลายฝ่ายพูดในแนวสันติ ปรองดองมีปัญหา คนระดับนายบวรศักดิ์รู้เรื่องประชาธิปไตยดี แต่เขียนรัฐธรรมนูญหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ปราชญ์เขาไม่ทำกัน

“ยะใส” สะกิด กมธ.อย่าถอยจนเสียของ

นายสุริยะใส กตะศิลา ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ กมธ.ยกร่างฯ อาจถูกบีบให้ถอยหรือตัดประเด็นหลายประเด็นทิ้ง เพราะเริ่มมีการปล่อยกระแสคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจาก สปช.หลายส่วน กมธ.ยกร่างฯ อยากเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ผ่าน เพื่อจะได้ไม่ถูกครหาจากประชาชนว่าเสียของ จึงจำเป็นที่ กมธ.ยกร่างฯ จะต้องรักษาและยึดมั่นหลักการสำคัญหรือหัวใจของการปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญไว้ให้มากที่สุด แม้ในที่สุดจะถูกคว่ำโดย สปช.จะไม่มีใครตำหนิได้ เพราะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว

แต่ถ้า กมธ.ยกร่างฯ ยอมถอยหรือยอมตัดประเด็นสำคัญทิ้ง เพียงเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะเกิดความเสียหายตามมา หากกระบวนการปฏิรูปกลายเป็นเกมการเมืองหรือถูกจับเป็นตัวประกันแบบนี้ อาจส่งผลให้การปฏิรูปเป็นแค่เกมซื้อเวลาของกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม หรือใช้เป็นเพียงเครื่องมือบริหารอำนาจ อาจทำให้ประชาชนไม่พอใจถึงตอนนั้นอาจสายเกินจะแก้ตัว

“ยิ่งลักษณ์” ควงลูก–สามีทำบุญ 48 ปี

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อุโบสถวัดแสนสุข เขตมีนบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย รวมทั้งอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส. อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม นายนิวัติธำรงค์ บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. ได้ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป และถวายสังฆทานเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 4 รอบ อายุ 48 ปี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีพระครูโกศลวิมลกิจ เจ้าคณะเขตมีนบุรี เจ้าอาวาสวัดแสนสุข เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ยันต่อหน้าพระไม่หนีไปไหนแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างสนทนาพระครูโกศลวิมลกิจ ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมเฉลิมฉลองที่วัดได้รับความเห็นชอบเป็นวัดอารามหลวงด้วย โดยกระเซ้าว่าอย่าหนีไปไหนก่อนเสียล่ะ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่หนีไปไหนแน่นอน และพร้อมจะมาร่วมเฉลิมฉลองด้วย

เจ้าอาวาสให้พรพ้นจากทุกข์

จากนั้นพระครูโกศลวิมลกิจพร้อมพระสงฆ์ ได้ร่วมกันสวดพระปริยัติและให้พร พร้อมประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และครอบครัว พร้อมมอบพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อแสนสุข ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว ให้เพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมอวยพรให้อายุยืนยาว มีความสุขตลอดชีวิต ปราศจากโรคภัยและอุปสรรคต่างๆ และขอให้ความทุกข์ทั้งมวลไหลลงสู่คลองแสนแสบและไม่ไหลย้อนกลับมา และขอให้ได้กลับมาเพื่อพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไปด้วย โดยช่วงหนึ่งพระครูโกศลวิมลกิจกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ยังระลึกถึง พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ ก่อนที่ยังไม่เข้ามาชาวบ้านต้องปีนกำแพงเอายามาให้พระ แต่พอ พ.ต.ท.ทักษิณมาชาวบ้านก็ไม่ต้องปีนกำแพงแล้ว ชาวบ้านเองก็มีช่องทางในการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง

ปล่อยนก 3 พันตัวเอาเคล็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศงานวันเกิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นไปอย่างคึกคัก โดยทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมครอบครัวเดินทางมาถึงวัดแสนสุข ด้วยรถตู้โฟล์คสีเทา ทะเบียน ฮพ 3621 กรุงเทพมหานคร บรรดาสมาชิกพรรค และประชาชนละแวกใกล้เคียงที่ทราบข่าวได้มาต้อนรับและส่งเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อย่างกึกก้อง พร้อมมอบดอกไม้และให้กำลังตลอดทาง โดยก่อนเดินทางกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ปล่อยนก 3,000 ตัว เพื่อเป็นสิริมงคล โดยชาวบ้านได้พร้อมใจกันตะโกนว่าขอให้มีอิสรภาพเหมือนนกที่ถูกปล่อยในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าบริเวณหน้าโบสถ์ มีการตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมอวยพรวันเกิด และมีการ จัดโครงการ Yingluck for Ever ให้ประชาชนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้ ได้นำไปปลูกที่บ้านพร้อมติดรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ และถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กยิ่งลักษณ์ ให้ได้ยอดกดไลค์ที่ 5 ล้าน ซึ่งปัจจุบันมียอดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน โดยจะมีการสุ่มรายชื่อผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรม แจกของที่ระลึก อาทิ หนังสือคิดอย่าง ยิ่งลักษณ์ ส่วนคอหวยก็ยังให้ความสนใจจดและถ่ายเลขทะเบียนรถโฟล์คของอดีตนายกรัฐมนตรีเพื่อนำไปเสี่ยงโชคเช่นเคย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณสถานที่จัดงานไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร เข้ามาตรึงกำลังหรือควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ประสานขออนุญาต คสช.แล้ว จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ในชุดนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย มาเฝ้าสังเกตการณ์ ถ่ายรูปในงานบ้างประปราย

ขอพรคืนรอยยิ้ม­–ให้อภัยกัน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังทำบุญเสร็จสิ้นว่า พรวันเกิดปีนี้อยากได้รอยยิ้ม ความอบอุ่นและความรักจากทุกคน อยากเห็นบรรยากาศนี้ในประเทศไทย ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นเมืองที่มีความรักความอบอุ่นให้อภัยซึ่งกันและกัน ถ้าเราได้บรรยากาศนี้คงทำให้คนไทยทุกคนมีความสุข ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยมีความสุขด้วยเช่นกัน เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชาย ได้ อวยพรอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า มีโทร.มาวานนี้ แต่เดี๋ยววันนี้คงโทร.มาอีก อวยพรวันคล้ายวันเกิด ทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานการเมืองกลับมาใช้ชีวิตปกติ ก็ถือว่าดี ช่วงดำรงตำแหน่งมีภาระที่ต้องดูแลประชาชนมากมาย ก็รู้สึกสมองตื่นตลอดเวลา แต่วันนี้ถือโอกาสให้เวลากับตัวเองและครอบครัว พักผ่อน ได้เจอเพื่อนฝูงเก่าๆและออกกำลังกายบ้าง ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องติดตามข่าวสาร ก็ได้ติดตามข่าวสารทุกประเภทอยู่แล้ว ส่วนบทบาทด้านสังคมคงยัง ตอนนี้ให้เวลาครอบครัว มีเวลาก็ทำบุญพบปะเพื่อนฝูง กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้น ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติก็มีความสุขดี

“สมชาย” ร่ายทวงความยุติธรรม

ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกต ประตูน้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันกับครอบครัว อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยก่อนเริ่มงาน มีการเปิดคลิปวีดิโอประกอบเพลง “เพลงของเธอ” ประมวลภาพในตำแหน่งนายกฯของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลอ จากนั้นนายสมชาย ผู้เป็นพี่เขย ได้เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า วันนี้เป็นวันดีเราจะพูดแต่สิ่งที่ดีและสวยงาม แม้วันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เราจะไม่ทอดทิ้งท่าน แต่ต้องถามท่านว่าจะทอดทิ้งเราหรือไม่ ยังมีพี่น้องทั่วประเทศอีกหลายท่านที่ไม่ได้มาที่นี่ แต่มีความปรารถนาดีต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขอให้ช่วยนำเจตนารมณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะ ทำให้บ้านเมืองนี้เดินไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองไปด้วย ไม่ว่าผู้ใดจะเข้ามาบริหารก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีความสุขมากถ้าเห็นประชาชนมีความสุข ส่วนใครที่ไม่รักไม่ชอบเราก็ไม่ว่า เพียงแต่เราต้องการความถูกต้องและยุติธรรม เพื่อให้บ้านเมืองสวยงามน่าอยู่กว่านี้ เพราะตอนนี้บ้านเมืองไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไหร่

อดีต ส.ส.หญิงมอบเพลงเธอผู้ไม่แพ้

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวความในใจว่า ตอนแรกคิดเพียงว่าจะจัดเลี้ยงทำบุญแบบเรียบง่าย อย่างน้อยวันหนึ่งในปีหนึ่งแม้อายุเราจะมากขึ้น แต่ความรู้สึกรักและผูกพันกับทุกคนยังมีเหมือนเดิม โดยถือวันนี้เป็นวันแห่งความอบอุ่นที่ได้มาเจอกัน ประทับใจและซึ้งใจเป็นอย่างมาก ทุกคนทำให้วันเกิดปีนี้มีความหมายเป็นกำลังใจทำให้ตนมีความสุขมาก และหากถามว่าอยากได้อะไรในวันเกิด ตนอยากได้เพียงรอยยิ้ม ความอบอุ่นที่มีให้กันตลอดไป และขอให้ประชาชนคนไทยมีแต่ความสุข พบแต่สิ่งที่ดีๆ มีความรัก ความเมตตา และให้อภัยกัน ซึ่งถือความสุขอย่างยั่งยืน จากนั้นบรรดาผู้ร่วมงานได้มอบของขวัญแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่อดีต ส.ส.หญิงจะร่วมกันร้องเพลงเธอผู้ไม่แพ้ เพลงสุขขีวันเกิด และเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะเดียวกัน ยังมีการอู้คำเมืองอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นภาษาเหนือ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้แหล่อวยพรวันเกิดให้ด้วย

“จตุพร” เชียร์ลั่นไม่มีทางติดคุก

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า เชื่อว่าระยะเวลาอันใกล้นี้เราจะมีความสุข เชื่อว่าอดีตนายกฯที่มีอายุ 48 ปีในวันนี้จะมีอนาคตที่ยาวไกล เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่มีทางติดคุก เพราะไม่เคยคิดหนี ทั้งๆที่เขาคิดว่าจะหนี แต่เมื่อไม่หนี ก็ไม่มีอะไรมาทำร้ายท่านได้ และไม่มีคุกใดที่จะรับคนชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่แข็งแรงพอ คุกจะแตกอย่างแน่นอน ประชาชนจะไม่มีทางยอม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนมาจากการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้น ประชาชนจะเป็นผู้ทำให้ท่านรอดพ้น เชื่อว่าอีกไม่กี่วันจะสว่างไสว และกลับมายิ่งใหญ่เช่นเดิม นายกฯยิ่งลักษณ์เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่จะเล็กกว่าเมื่อได้เป็นนายกฯครั้งต่อไป เพราะประชาชนทุกคนจะยืนหยัดอยู่เคียงข้าง วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย นปช. หรือประชาชน เราจะเป็นคนที่มีหัวใจเดียวกัน และอยู่เคียงข้างกันตลอดไป

“สุวพันธุ์” ปราม นศ.ต้องอยู่ในกรอบ

วันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 83 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยว่า คงจะมีกลุ่มเห็นต่างบางกลุ่มทำกิจกรรม และแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เป็นโอกาสที่เราจะได้มุมมอง ของเขา และต้องทำความเข้าใจกัน ส่วนนักศึกษาเป็นพลังกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตย ที่ยึดมั่นประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ตอนนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษ ดังนั้นเชื่อว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและเอาพลังมาใช้ในทางที่ถูกต้อง

ฉะแก๊งปั่นข่าว ปว.เสี้ยม คสช.–รัฐบาล

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนกรณีการปล่อยข่าวปฏิวัติซ้อน คิดว่ามีขบวนการพยายามสร้างความหวาดระแวง ความแตกแยกขึ้นในรัฐบาลและ คสช. มีตั้งแต่คนคิดและปล่อยข่าว ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ลงมาเรื่อยๆ ทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งรัฐบาลรู้หมด เขาใช้นามแฝง ข่าวลือพวกนี้บางอันรู้ว่ามาจากไหน บางอันยังพิสูจน์ทราบตัวตนไม่ได้ บางอันมันก็โชว์ว่ามาจากต่างประเทศ มีไม่มาก แต่กระจายออกไป วัตถุประสงค์ของเขาคือ ต้องการให้มวลชนของเขาเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง และต้องการให้อีกกลุ่มหนึ่งตั้งคำถามว่า จะปฏิวัติซ้อนจริงหรือ อยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ซึ่งเป็นข้อความและเรื่องราวที่บิดเบือน ไม่ใช่ความจริง ดังนั้นต้องป้องกันทำความเข้าใจกับสังคม บังคับใช้กฎหมาย ทำหลายมิติด้วยกัน ขณะนี้การเมืองเข้มข้นมากขึ้น ต่อสู้กันทางความคิด สู้กันในเรื่องประเด็นการเมือง เหมือนกับพรรคฝ่ายค้านกับพรรคฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องสู้กันแบบแฟร์เพลย์ เราต้องยืนอยู่บนความจริง และเอาความจริงเข้าสู้ หากความจริงต้องแพ้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจ และช่วยกันทำอนาคตบ้านเมืองให้ดี

กมธ.ยกร่างฯจัดคิว 24 มิ.ย. ลุยรื้อ รธน.รายมาตรา “เลิศรัตน์” เชื่อรื้อปมร้อนซื้อใจพรรคการเมือง “คำนูณ” แจงไม่ตัดทิ้งโอเพนลิสต์ อ้างประชาชนเห็นด้วยกำหนดเองได้ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 มิ.ย. 2558 05:57