วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลุ่มเสี่ยง 'เมอร์ส' ปลอดภัย ไม่พบไวรัสตัวร้าย (ชมคลิป)

ทั้งปากนํ้า-ราชบุรี-โคราช 2รมต.ตรวจเข้มสนามบิน แฮ็กเฟซสธ.ไปลิงค์เว็บโป๊

ไทยยังต้องลุ้นช่วงฟักเชื้อเมอร์ส 14 วัน หากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ถือว่าปลอดโรค “รัชตะ” ลุยตรวจมาตรการคุม “เมอร์ส” ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฟุ้งได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก วอนต่างชาติป่วยในไทยอย่าไป รพ.เอง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมประสาน สธ.ช่วยรับส่งต่อ ส่วนอาการผู้ป่วยชาวโอมานดีขึ้น รองปลัด สธ.มั่นใจญาติ 3 รายโอกาสติดเชื้อเป็นศูนย์ ขณะที่ ผอ.รพ.ที่ตกเป็นข่าวพบผู้ป่วยโรคเมอร์สเข้ารักษาตัว ดาหน้าออกมายืนยันไม่มี ผลตรวจทุกรายไร้เชื้อไวรัสร้าย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ด้านอธิบดีกรมควบคุมโรคฉะพวกมือบอนแปะเว็บโป๊ในเฟซบุ๊ก “ไทยสู้เมอร์ส” ที่ทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ประชาชน จ่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ส่วนเกาหลีใต้สถานการณ์ยังแกว่ง พบติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย

ความคืบหน้าการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออก (เมอร์ส) ของไทย ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผอ.สำนักโรคติดต่อ พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 และนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจาก 37 สายการบินที่มาจากประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ก่อนเดินทางไปตรวจจุดบริการแท็กซี่ของสนามบิน ท่ามกลางสื่อมวลชนกว่า 200 ชีวิต ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศรอทำข่าว

ภายหลังการตรวจเยี่ยม นพ.รัชตะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า มาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคเมอร์สของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือว่ามีมาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด คือมีการให้ความรู้กับผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องให้ทราบถึงการปฏิบัติตัวเมื่อมาถึงไทยแล้วมีอาการไข้ รวมถึงติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน หากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่พบการระบาดแล้วมีไข้จะต้องเชิญตัวแยกออกมารับการรักษาและส่งต่อโรงพยาบาล ส่วนในกรณีที่ไม่มีไข้ ตรงด่าน ตม.จะต้องสังเกตอาการและสอบประวัติอย่างเข้มงวด พร้อมขอรายละเอียดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่ชัดเจน เมื่อพ้นจากสนามบินก็ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการติดตามไปถึงโรงแรม ติดตามเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และคนขับแท็กซี่ พร้อมครอบครัวด้วย เพราะถือเป็นผู้มีความเสี่ยง ทั้งนี้ หากผู้เดินทางมีอาการไข้ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อให้ประสานมายัง สธ.จะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลที่โรงแรมและควบคุมการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล โดยขอความร่วมมือผู้ป่วยอย่าเดินทางไปโรงพยาบาลเอง เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อในกรณีที่พบเชื้อ

นพ.รัชตะยังกล่าวถึงอาการของชายชาวโอมานที่ป่วยจากเชื้อไวรัสเมอร์ส ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูรนั้น ขณะนี้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นกว่าเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.เล็กน้อย ไม่มีไข้ รู้สึกตัวดี รับประทานอาหารอ่อนๆได้ และได้รับออกซิเจนในระดับเดิม ส่วนญาติอีก 3 ราย ยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์สารคัดหลั่งจากห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่มีเชื้อทั้ง 3 ราย แต่ยังต้องเก็บเชื้อส่งตรวจเป็นระยะจนกว่าจะครบระยะเวลา 14 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค

ด้าน นพ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคเมอร์สภาพรวมไม่น่าเป็นห่วง จำนวนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายแรกมีทั้งหมด 176 ราย ส่วนใหญ่ตามตัวพบแล้ว และอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ส่วนผู้ที่เดินทางจากตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ แล้วมีอาการมีไข้ ได้มาแสดงตัวเพื่อรับการตรวจหาเชื้อตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย.นี้ มีทั้งสิ้น 46 ราย ในจำนวนนี้กลับจากเกาหลีใต้ 27 ราย จากตะวันออกกลาง 19 ราย ทั้งหมดผลตรวจยืนยันว่าไม่พบเชื้อ ทั้งนี้จากมาตรการในการควบคุมโรคของไทยถือว่าเป็นที่ยอมรับ สามารถจำกัดอยู่แค่ผู้ป่วยเพียงรายเดียวไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม หากภายใน 14 วัน นับจากวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่พบเชื้อครั้งแรก สธ.ก็จะสามารถประกาศได้ว่าไทยไม่มีผู้ป่วยในประเทศ ซึ่งในส่วนของญาติใกล้ชิดนั้นส่วนตัวมองว่าโอกาสติดเชื้อเป็นศูนย์

ขณะที่นางกอบกาญจน์กล่าวว่า แม้จะมีข่าวพบผู้ป่วยโรคเมอร์สคนแรกในไทย แต่กับการท่องเที่ยวนั้นยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะได้ตรวจสอบจากจำนวนการจองตั๋วล่วงหน้า ในระยะ 2-4 เดือนข้างหน้า ยังไม่มีการแจ้งยกเลิกแต่อย่างใด เพราะว่าชาวต่างชาติมั่นใจในกระบวนการป้องกันของไทยจากกรณีของอีโบลา ซึ่งเราจะประชาสัมพันธ์ออกไปว่ามาตรการควบคุมโรคของไทยทำกันเป็นระบบ จากความร่วมมือกันหลายหน่วยงาน โดยในปีนี้คาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะมีประมาณ 28.8 ล้านคน มากกว่าปีก่อน

ส่วน พล.ต.ต.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ ผบก.ตม.2 ยืนยันว่าได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเช็กเอกสารที่นักท่องเที่ยวลงข้อมูลต่างๆ ว่าจะต้องเขียนที่พักพิงในประเทศไทยให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามตัว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจาก นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ว่าจากการที่กระทรวงสาธารณสุขจัดทำเฟซบุ๊ก ชื่อ “ไทยสู้เมอร์ส” เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนได้ใช้หาความรู้ รวมถึงแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้เข้าใจถึงสถานการณ์เมอร์ส แต่กลับมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีก๊อบเวดดิ้งหัวชื่อ “ไทยสู้เมอร์ส” ของทางกระทรวงสาธารณสุขไปแปะกับลิ้งค์อื่นๆ โดยเฉพาะเว็บโป๊ ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปแล้วก็จะกลายเป็นเข้าเว็บโป๊แทน สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะเฟซบุ๊กนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้ประชาชน ดังนั้นหากยังพบว่ามีกระบวนการลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก คงต้องแจ้งทางไอซีที และจะดำเนินการตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพราะถือเป็นการสร้างข้อมูลเท็จ และเว็บอนาจารถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว

นพ.โสภณยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้วัดอุณหภูมิกลุ่มนักร้องเกาหลีชื่อดังวง EXO ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มแฟนคลับบางส่วน เนื่องจากมองว่ากลุ่มนักร้องไม่จำเป็นต้องตรวจหาเมอร์ส ว่า จากการตรวจสอบที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่รายงานว่า ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้ใช้เวลานานหรือมีการกักตัวเพื่อตรวจสอบเป็นพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งกระบวนการคัดกรองโรค เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคทำตามขั้นตอนเท่าเทียมกันกับทุกคน หากเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยเป็นหนึ่งในกระบวนการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคและตรวจคัดกรองเบื้องต้น ถือว่ามีความสำคัญ ทั้งนี้ การคัดกรองโรคของเจ้าหน้าที่จะกระทำเหมือนกันทุกคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ไม่มียกเว้น หรือสิทธิพิเศษ เนื่องจากเป็นหลักการที่ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินมาตร การป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบตามปกติ ไม่ได้ใช้เวลามากแต่อย่างใด

จากนั้น ตลอดวันผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลหลายแห่งที่ตกเป็นข่าวในโซเชียลมีเดียว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเมอร์สเข้ารับการรักษาตัว โดย นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ผอ.โรงพยาบาลสมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า รพ.สมุทรปราการรับตัวผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย มีไข้ต้องสงสัยเป็นโรคเมอร์ส ว่าตอนแรกได้รับการประสานจาก รพ. เอกชนแห่งหนึ่งว่าจะขอส่งตัวมาที่ รพ.สมุทรปราการ แต่เนื่องจากผลการตรวจสารคัดหลั่งของผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่พบเชื้อเมอร์ส เป็นเพียงไข้ธรรมดาเท่านั้น จึงไม่ได้ส่งตัวมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ รพ.สมุทรปราการ มีมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อตามเกณฑ์ที่กำหนด มีห้องแยกโรค มีระบบคัดกรอง และคัดแยกผู้ป่วยโรคติดเชื้อออกจากผู้ป่วยปกติอยู่แล้ว ซึ่งดำเนินการกันมาตั้งแต่ช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นต้นมา จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวล

เช่นเดียวกับ นพ.สมอาจ ตั้งเจริญ ผอ.โรง พยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่กล่าวว่า ทางโรง พยาบาลมหาราชฯ รับตัวคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ แล้วมีไข้มารักษาที่ รพ.มหาราชฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงจึงต้องเชิญตัวให้อยู่ในห้องแยกโรค ทำการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในลำคอส่วนลึก และโพรงจมูกไปตรวจหาเชื้อเมอร์ส ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นครราชสีมา ผลออกมาไม่พบเชื้อแต่อย่างใด ล่าสุดผู้ป่วยหายไข้แล้วจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

ขณะที่ นพ.วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยกรณีคนไข้ 3 รายที่ รพ.ปากช่องนานา อ.ปากช่อง ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมีการเฝ้าระวังเข้มข้นว่า เด็กชายอายุ 6 ขวบ ซึ่งเดินทางมากับครอบครัว รวม 3 คน ในเครื่องบินลำเดียวกันกับชายชาวโอมานที่ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ผลการตรวจยืนยันออกมาแล้วว่าเด็กคนดังกล่าวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ขณะที่มารดาและญาติของเด็กชาย ไม่มีอาการป่วยและผลการตรวจไม่พบเชื้อไวรัสเมอร์สแต่อย่างใด

ด้านนายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ. รพ.ราชบุรี ก็ยืนยันที่ รพ.ราชบุรี ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเมอร์ส โดยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้กักโรคกับหญิงสาวรายหนึ่งที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ และมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ จึงคัดแยกไว้ห้องปลอดเชื้อ พร้อมทั้งนำสารคัดหลั่งไปตรวจ ซึ่งผลออกมาแล้วว่าไม่ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส และกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. จึงอยากเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว

ส่วนการดูแลแรงงานไทยในประเทศเกาหลีใต้ ที่ยังมีการระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สนั้น วันเดียวกัน นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในเกาหลีใต้กว่า 23,000 คน ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและงานในธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งได้ให้สำนักบริหารแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศของ กกจ.ร่วมกับสำนักแรงงานในต่างประเทศของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ประสานไปยังฝ่ายแรงงานประจำสถานทูตไทย ณ กรุงโซล ประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานไทยให้ระมัดระวังและไม่เข้าไปในพื้นที่แพร่ระบาด โดยสถานทูตและสำนักงานแรงงานไทยจัดโครงการลงไปเยี่ยมคนไทยพร้อมกับแนะนำการป้องกันโรค และยังไม่พบว่ามีคนไทยติดเชื้อ รวมถึงยังไม่มีการระงับการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในเกาหลีใต้ การเดินทางยังเป็นไปตามปกติ

นายสุเมธกล่าวอีกว่า สำหรับแรงงานที่เข้าไปทำงานถูกกฎหมายมีที่อยู่ที่ทำงานชัดเจนจึงไม่น่าห่วง แต่แรงงานไทยที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายซึ่งมีจำนวนมากถึง 54,000 คน น่าเป็นห่วงกว่า เพราะไม่รู้ตัวบุคคลและสถานที่ทำงาน กกจ.ได้ติดตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และประสานข้อมูลทางสถานทูตไทยอยู่เป็นระยะ แต่หากสถาน– การณ์น่าเป็นห่วงมากขึ้น ก็อาจจะให้ชะลอการจัดส่ง คนออกไปก่อน

ต่อมา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวถึงมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสเมอร์ส ว่าเจ้าหน้าที่ตม.จะคอยให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจคัดกรองป้องกันชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ผ่านทางด่านตรวจต่างๆ ตามสนามบิน สถานีขนส่ง หรือด่านชายแดนทั่วประเทศ โดยจะร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วน ตม.ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังป้องกันไว้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากตรวจพบผู้ติดเชื้อเดินทางเข้ามาก็จะกันตัวออกไปไว้ในส่วนควบคุมเชื้อโรคที่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจัดเตรียมไว้ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป เพียงแต่เฝ้าระวังติดตามข่าวสารและรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทำความเข้าใจกับนานาประเทศตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี ถึงมาตรการของรัฐบาลไทยที่เข้มงวดในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทั้งนี้ เพื่อให้นานาประเทศมีความมั่นใจในการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการ ควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเช่นในอดีตกับโรค ระบาดอื่นๆ โดยรัฐบาลไทยปฏิบัติการอย่างครอบคลุมและครบถ้วนตามมาตรฐานสากลเพื่อป้องกันและ ควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเมอร์สในเกาหลีใต้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มรายใหม่อีก 3 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศจนถึงขณะนี้ 169 คน จากตลอด 24 ชม.ที่ผ่านมาไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตเป็นรายที่ 25 ของประเทศนั้นพบว่าป่วยเป็นโรคหัวใจกับโรคเบาหวานเรื้อรัง ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนของเชื้อไวรัสดังกล่าว ขณะที่สถานการณ์ในไทยที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์มรณะเดียวกันนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มแต่อย่างใด

ไทยยังต้องลุ้นช่วงฟักเชื้อเมอร์ส 14 วัน หากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ถือว่าปลอดโรค “รัชตะ” ลุยตรวจมาตรการคุม “เมอร์ส” ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฟุ้งได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก วอนต่างชาติป่วยในไทยอย่าไป รพ.เอง 22 มิ.ย. 2558 05:52 22 มิ.ย. 2558 11:05 ไทยรัฐ