วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2โพลไม่เอากาสิโน

‘สมยศ’ ผบ.ตร. ยังคงเดินหน้า! ผลักดัน-เต็มที่ จับบ่อนกรุงอีก

ผบ.ตร.ยังเดินหน้าแนวคิดเปิดบ่อนถูกกฎหมาย ยันพูดออกจากความรู้สึกที่เห็นคนไทยขนเงินออกไปเล่นพนันนอกประเทศ ด้านเอ็นจีโอจวก “บิ๊กอู๋-บิ๊กอ๊อด” สวนทางค่านิยม 12 ประการ ตอกอีก สนับสนุนให้เปิดบ่อนการพนันแบบนี้ สมควรแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจ ขณะที่ “สาธิต” เตือนได้ไม่คุ้มเสีย ติงกลุ่มรักชาติทำเกินหน้าที่ ขณะที่โพลดังเมืองไทยทั้งดุสิตและนิด้าเปิดผลสำรวจความคิดประชาชนมีทั้งด้านเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ล่าสุด ตร.เปิดชาร์ตข้อมูลบ่อนรอบประเทศไทยมีทั้งหมด 42 แห่ง ไม่นับมาเก๊า มีถึง 33 แห่ง

ยังคงถกเถียงกันไม่จบ เกี่ยวกับแนวคิดของสปช.กลุ่มรักชาติ 12 คน เสนอเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศ ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ออกมาขานรับแนวคิดนี้อย่างสุดลิ่ม อ้างเสียดายเงินคนไทยที่ขนออกไปเล่นการพนันต่างประเทศด้วยการเปิดเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นนั้น โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งว่า ปัจจุบันมีบ่อนการพนันทั่วไปหมด ถึงแม้ คสช.เอาจริงก็ยังมีอีกเยอะแยะ ตำรวจจับได้ก็หาว่ามีบ่อน และเจ้าหน้าที่มีส่วนได้เสีย และรับสินบน จับไม่ได้ก็หาว่าปล่อยปละละเลย ถ้ามีสิ่งนี้เกิดขึ้น เชื่อว่าจะทำให้ภาระหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องทุ่มเทไปกับเรื่องการพนัน เอาเวลาไปทำหน้าที่อย่างอื่นจะดีกว่า ตนเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา มีปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเพื่อแก้ปัญหาอย่างครบวงจร ตัดเรื่องสินบนออกไป วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมาด่าตำรวจอีกว่ามีส่วย สินบน และรายได้กับบ่อนที่ผิดกฎหมาย การที่ตนเสนอแนวความคิดนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับที่เป็น ผบ.ตร. เป็นการแสดงความเห็นฐานะคนไทยคนหนึ่งว่าคิดยังไงกับเรื่องเหล่านี้ มีความอึดอัดที่มีการจับกุมบ่อนหรือมีการเสนอข่าวเรื่องบ่อน ตำรวจจะเป็นหน่วยแรกที่ต้องดำเนินการ รวมทั้งข้อมูลตัวเลขคนไทยที่นำเงินจำนวนมากไปเล่นพนันในต่างประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านเลยพูดให้ฟังถึงความรู้สึกเพราะอะไรถึงสนับสนุนตรงนี้ ส่วนคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่จะปล่อยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนเถื่อนผิดกฎหมาย จะเปิดไม่ได้ เป็นหน้าที่ตำรวจจับกุม เป็นนโยบายรัฐบาล และ ตร.

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องเหตุผลที่อยากให้มีการแสดงความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ฟังคนความคิดคนใดคนหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าสิ่งที่ผมกำลังสนับสนุน เอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์กาสิโน รัฐบาลต้องชัดเจนว่าเงินที่ได้เอาไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ชาวนา เกษตรกร หรือคนยากจน เป็นค่ารักษาพยาบาลและรักษาฟรี ช่วยเหลือการศึกษา เป็นทุนเรียนดีแต่ยากจน และเงินส่วนที่เหลือเอาไปพัฒนาประเทศ เป็นเงื่อนไขที่ผู้ประมูลได้ต้องจ่ายให้รัฐบาลนำมาใช้พัฒนาประเทศ เพราะประเทศที่เจริญ และเศรษฐกิจดีกว่าประเทศไทย ยังมีบ่อนกาสิโนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเทศรอบบ้านเราได้เงินคนไทยไปพัฒนาประเทศเขา เพราะฉะนั้นลองศึกษาดู ไม่จำเป็นต้องเชื่อตน เนื่องจากเป็นความเห็นส่วนตัว ตนได้คิดไตร่ตรอง และเชื่อว่าที่พูดสิ่งนี้ออกไปจะต้องมีกระบวนการมีกลุ่มคนที่ออกมาต่อต้าน ก็เข้าใจและคาดคะเนไว้แล้วว่า คนที่มาต่อต้านคงไม่ได้มาต่อต้านด้วยจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์หรือไม่มีเบื้องหลังทุกคน แต่บางคนอาจต่อต้านหรือคิดต่างเพราะมีความคิดแบบนั้น ก็ไม่ว่าแต่อย่าทะเลาะกัน ที่ตนเสนอแนวความคิด ได้บอกถึงเหตุผลที่เสียดายเงินคนไทยที่ไหลออกนอกประเทศ และจะปลดพันธนาการเพื่อนตำรวจที่ว่ามีส่วยมีสินบนในบ่อนการพนัน เพราะคนไทยชอบเล่นพนันขันต่อ และเมืองไทยมีจุดแข็งครบ 4 อย่าง ในขณะที่ประเทศอื่นเขาไม่มีตรงนี้ แต่เราขาดอยู่อย่างเดียวคือกาสิโน นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อาหาร แหล่งช็อปปิ้ง มีหมด ที่อื่นเขามีในสิ่งที่เราไม่มี แต่เรากลับไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ

วันเดียวกัน นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อดีต ผบ.ตร. สนับสนุนแนวคิดเปิดบ่อนกาสิโนที่ประเทศไทย โดยการสร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์แบบครบวงจรว่า ปัญหาสังคมและการใช้ความรุนแรงในครอบครัวจำนวนไม่น้อยมีสาเหตุมาจากการพนัน รู้สึกผิดหวังและนึกไม่ถึงว่าระดับ รมว.พม.จะมีมุมมอง และจุดยืนเช่นนี้ ไม่สมควร แทนที่จะตั้งใจแก้ปัญหาครอบครัว ปัญหาเด็กเยาวชน ปัญหาที่มากระทบกับความมั่นคงของมนุษย์ให้เป็นรูปธรรม กลับมาสนับสนุนสิ่งที่ตรงกันข้าม การที่ รมว.พม.แสดงท่าทีสนับสนุนบ่อนกาสิโนที่เป็นการพนัน เป็นอบายมุขเป็นหัวหน้าของความเสื่อมตามหลักพุทธศาสนา คนไทย 90% เป็นพุทธศาสนิกชน และทุกศาสนาก็ไม่สนับสนุน รวมทั้งยังสวนทางกับค่านิยม 12 ประการของรัฐบาล อีกทั้งกรุงเทพโพล มีผลสำรวจครบ 1 ปี คสช.พบว่า งานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีความเชื่อมั่นน้อยที่สุดเพียง 5.30 คะแนน

นายจะเด็จกล่าวต่อว่า ในส่วนบทบาท ผบ.ตร. เป็นเรื่องผิดที่ผิดทาง เพราะตำแหน่งนี้เป็นผู้นำสูงสุดในการบังคับใช้กฎหมาย และการพนันคือสิ่งที่ผิดกฎหมาย หากหัวขบวนมีจุดยืนสนับสนุนให้มีบ่อนกาสิโน เท่ากับส่งสัญญาณที่ผิด แต่ถ้าหากต้องการเสนอเรื่องนี้จริง ไม่ควรทำในฐานะ ผบ.ตร.ควรให้เกษียณ-อายุราชการไปก่อนแล้วเสนอให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน มิใช่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายทำในสิ่งไม่เหมาะสมเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม อยากให้บรรดาผู้ที่เสนอเรื่องนี้ไปเยี่ยมครอบครัวที่ต้องล้มละลาย สูญเสีย สิ้นเนื้อประดาตัวจากการพนันว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไร ดังนั้น ควรเอาเวลาไปวางแผนบังคับใช้กฎหมาย หรือทำในสิ่งที่ควรทำจะดีกว่าทำเรื่อง เลอะเทอะอย่างกาสิโน สิ่งที่อดีต ผบ.ตร. และ ผบ.ตร.ปัจจุบันแสดงออกมาครั้งนี้ ตอกย้ำยัดเจนว่าการปฏิรูปตำรวจเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ คสช. และ สปช.ควร ปฏิรูปก่อนเรื่องอื่นใดจริงๆ

ขณะเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,363 คน เรื่องประชาชนคิดอย่างไร กรณีเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในไทย พบว่า ผลสรุปโดยภาพรวม ร้อยละ 45.19 ไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดบ่อนกาสิโน ขณะที่ ร้อยละ 38.66 เห็นด้วย และร้อยละ 16.15 ไม่แน่ใจ ทั้งนี้ ร้อยละ 86.79 เห็นว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ร้อยละ 82.76 มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างเปิดกว้าง ร้อยละ 71.46 มีทั้งผลดี-ผลเสีย ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและระบบการจัดการที่ชัดเจน ร้อยละ 69.48 การพนันไม่เคยทำให้ใครร่ำรวยหรือสุขสบายอย่างแท้จริง และร้อยละ 67.50 เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกจุดกระแสขึ้นมาอีกครั้งและสังคมต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

เมื่อถามถึงผลดีของการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ร้อยละ 76.60 เห็นว่า ทำให้รัฐมีรายได้ มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก เงินเข้าประเทศ ไม่รั่วไหล ร้อยละ 73.07 กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ร้อยละ 71.31 เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น ร้อยละ 63.83 สามารถควบคุมดูแลได้ง่าย ช่วยลดปัญหาเรื่องการรีดไถ เก็บส่วย มาเฟีย และร้อยละ 58.69 ไม่ต้องแอบเล่นหลบๆซ่อนๆ บ่อนผิดกฎหมายลดลง ขณะที่ผลเสียของการเปิดกาสิโน ร้อยละ 79.75 เป็นการมอมเมาประชาชน เยาวชนเห็นแบบอย่างที่ไม่ดี ร้อยละ 74.32 ก่อให้ เกิดหนี้สิน ไม่ทำงาน สร้างปัญหาให้กับครอบครัว ร้อยละ 70.43 กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่ดีงาม ร้อยละ 68.67 เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่โปร่งใส ฟอกเงิน และร้อยละ 64.56 เกิดปัญหาสังคมและอาชญากรรม ปล้น จี้ ทวงหนี้ อุ้มฆ่า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนร้อยละ 77.62 ฝาก บอกรัฐบาล หากเปิดบ่อนได้ ควรควบคุมดูแลเวลาเปิด-ปิด การกำหนดอายุของผู้เล่น จำกัดวงเงิน ร้อยละ 76.16 มีกฎหมาย บทลงโทษที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 75.50 การสร้างความเข้าใจที่ดีกับประชาชนในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับกาสิโน ร้อยละ 62.66 จัดโซนนิ่ง สถานที่ตั้งกาสิโนจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 54.81 การบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้

ด้าน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน-บริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 1,501 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “ข้อเสนอตั้งบ่อนกาสิโนเพื่อดึงเงินเข้ารัฐ” โดยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.96 ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ เพราะการพนันเป็นอบายมุขที่ผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม เป็นการมอมเมาให้คนติดการพนัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน อีกทั้งหวั่นเกรงในเรื่องของผลกระทบที่จะตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย ขณะที่ร้อยละ 37.04 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะทุกวันนี้ในประเทศไทยมีบ่อนที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ก็ควรทำให้ถูกกฎหมาย คนไทยจะได้ไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ออกไปเล่นในต่างประเทศ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ และเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดเก็บภาษีและในแถบเพื่อนบ้านของไทยมีกาสิโนกันหมดแล้ว แม้ในบางประเทศที่เคร่งครัดทางศาสนาก็ยังมีบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมาย และร้อยละ 8.00 ไม่ระบุ ไม่แน่ใจ

เมื่อถามประชาชนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอ เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อรูปแบบการตั้งบ่อนกาสิโน พบว่า ร้อยละ 36.51 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เปิดบ่อนเสรี โดยรัฐเก็บค่าสัมปทานและภาษี รองลงมา ร้อยละ 32.01 ระบุว่า ควรสร้างเป็นบ่อนกาสิโนระบบปิดที่เก็บค่าเข้าในอัตราที่สูงและตั้งอยู่ในศูนย์ประชุมนานาชาติ แหล่งท่องเที่ยวครบวงจร ร้อยละ 27.16 ระบุว่า ควรให้รัฐเป็นเจ้าของบ่อนกาสิโนเองทั้งหมด ร้อยละ 1.44 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ควรสร้างเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ กัมพูชา ลาว เป็นต้น แต่หากเป็นระบบปิดไม่ควรเก็บค่าเข้าและสร้างแบบใดก็ได้ และร้อยละ 2.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ขณะที่เมื่อถามผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอตั้งบ่อนกาสิโน เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาคนไทยไปเล่นการพนันในบ่อนประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดน พบว่า ร้อยละ 37.94 ระบุว่า ควร เก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศในอัตราสูง รองลงมา ร้อยละ 27.88 ควรออกกฎหมายควบคุมนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้เข้าบ่อนกาสิโนไม่ว่าที่ไหนในโลก ร้อยละ 20.48 ควรควบคุมการนำเงินเข้า/ออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด ร้อยละ 18.67 ควรตั้งด่านตรวจค้นตามแนวชายแดนเพื่อป้องปราม ร้อยละ 8.97 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ร้อยละ 6.55 ควรปิดชายแดนในช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ร้อยละ 3.27 แก้ไขได้ยาก เพราะเป็นสิทธิและความชอบส่วนบุคคล อยู่ที่ตัวบุคคล ร้อยละ 1.33 แสดงความเห็นอื่นๆ ได้แก่ ควรออกกฎหมายและบทลงโทษที่เข้มงวด ไม่ให้ประชาชนเข้าไปเล่นบ่อนการพนัน ควรส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง ชี้ให้เห็นถึงข้อเสียและโทษของการเล่นการพนัน เป็นต้น

อีกด้านหนึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 12 คน ในนามกลุ่ม สปช.รักชาติ เสนอเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศว่า ปัญหาคือคนไทยยังขาดวินัย การเปิดช่องทางให้เล่นพนันได้อย่างเปิดเผย จะเกิดผลกระทบวงกว้าง ทั้งปัญหาอาชญากรรม ปัญหาเยาวชน สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ออกมาระบุการเปิดกาสิโน จะช่วยนำรายได้เข้ารัฐอย่างมหาศาลนั้นตนไม่เถียง แต่คนที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ตร. มีหน้าที่รักษากฎหมาย ควรปราบปรามการพนันให้ลดลงหรือหมดไปจะดีกว่า ส่วนที่ว่าจะสามารถกำจัดวงจรบ่อนวิ่ง กำจัดปัญหาส่วยได้ ไม่น่าจริง แต่ปัญหากลับจะยิ่งเพิ่มขึ้น ความจริงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ เป็น ผบ.ตร.ที่มีผลงานน่าชื่นชมหลายเรื่อง แต่ห่วงว่าพอท่านมาทำเรื่องนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย

ส่วนนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม สปช.รักชาติ เสนอเปิดกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศว่า เกรงถูกมองว่าเรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ จนโดนมองแง่ร้าย เพราะข้อเสนอเปิดบ่อนเสรีไม่น่าจะออกมาจาก สปช.มันมีแต่เสีย ไม่ใช่หน้าที่ ไปทำกันทำไม แต่ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะเสนอ ไม่มีใครห้ามได้ กระแสคัดค้านจากสังคมจะเป็นตัวกดดันไปเองว่าไม่ควรเดินหน้าต่อ ส่วนกรณีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า สมาชิกกลุ่ม สปช.รักชาติ บางคนเป็นอดีตคนในระบอบทักษิณนั้น เท่าที่ดูหรือพูดคุย สปช.กลุ่มดังกล่าว ไม่น่าจะเกี่ยวกับระบอบทักษิณทั้งสิ้น แต่โดยส่วนตัวแต่ละคนไม่รู้ว่ามีความเกี่ยวโยงหรือไม่

เย็นวันเดียวกัน มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปสถานะบ่อนการพนันรอบประเทศไทยและพื้นที่ใกล้เคียง มีทั้งสิ้น 42 แห่ง ประกอบด้วย เมียนมา 14 แห่ง สปป.ลาว 4 แห่ง กัมพูชา 21 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง สิงคโปร์ 2 แห่ง (เป็นบ่อนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดประเทศไทย 40 แห่ง) ส่วนมาเก๊า มีกาสิโนเปิดมากถึง 33 แห่ง

ขณะเดียวกัน มีการทลายบ่อนพนันไฮโซสุขุมวิท 24 เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ฝ่ายสืบสวนและสายตรวจ สน.ทองหล่อ นำโดย พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก. พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. ร.ต.อ.ปิยะเดช แก้วแฝก รอง สว.สส. และ ร.ต.ท.ชาคริต บุญเพิ่ม รอง สว.สส. ร่วมกันเข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 52/14 (8A) ชั้นที่ 8 ของอาคารเลอ รัฟฟิเน่ สุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย หลังรับแจ้งจากประชาชนมีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน อาคารดังกล่าวเป็นคอนโดมิเนียมหรูสูง 29 ชั้น เจ้าหน้าที่ประสานฝ่ายนิติบุคคลของอาคาร ทราบว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ ประเภทเพนต์เฮาส์ 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง และห้องโถงรับแขก นอกจากนี้ มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่ด้านนอก มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าได้ มูลค่าราคาซื้อขายประมาณ 45 ล้านบาท เจ้าหน้าที่นำกำลังขึ้นไปสังเกตการณ์บริเวณหน้าห้อง เมื่อพบนักพนันเปิดประตูเดินออกมา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ในห้องโถงชั้นแรก ที่มีการทำห้องไว้แลกชิปสำหรับเล่นพนันอยู่กลางห้อง พบนักพนันกลุ่มหนึ่งนั่งเล่นไพ่โป๊กเกอร์อยู่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมนักพนันทั้งหมดไว้

เมื่อขึ้นไปตรวจสอบชั้นที่สอง พบนักพนันอีกกลุ่มกำลังนั่งเล่นไพ่โป๊กเกอร์อยู่ในห้องนอนที่ดัดแปลงเป็นห้องเล่นการพนัน เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมไว้ได้ทั้งหมดเช่นกัน สรุปนักพนันที่ถูกจับกุม มีทั้งหมด 26 ราย เป็นชาย 22 คน หญิง 4 คน มีชาวต่างชาติ 8 คน เป็นหญิง 3 คน ชาย 5 คน ทั้งชาวปากีสถาน มาเลเซีย และกัมพูชา ของกลางโต๊ะสำหรับเล่นพนันไพ่ขนาดใหญ่ 2 ตัว ไพ่ 25 สำรับ ชิปแลกเงินกว่า 5,500 ชิ้น (คิดเป็นเงินมูลค่า 12 ล้านบาท) เงินสด 23,000 บาท สมุดจดบัญชีรายรับรายจ่าย และสมุดบัญชีสมาชิกมีวงเงินนับล้านบาท 3 เล่ม ทั้งนี้ มีนายจตุพล วิสุทธิแสง อายุ 36 ปี รับเป็นผู้ดูแลสถานที่ และ น.ส.ปรียนันท์ ประเสริฐสม อายุ 30 ปี พนักงานควบคุมบัญชี และทำหน้าที่แลกชิป ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปที่ สน.ทองหล่อ

จากการสอบสวนนายจตุพลรับสารภาพมีหน้าที่รับดูแลสถานที่ โดยลักลอบเปิดบ่อนการพนันชนิดไพ่โป๊กเกอร์ 2 วง มาได้เกือบ 1 เดือน เสียค่าเช่าห้องเดือนละ 100,000 บาท มีเงินหมุนเวียนวันละ 600,000-1,000,000 บาท ได้ส่วนแบ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในแต่ละเดือน และเรียกเก็บค่าต๋งอีกวันละ 30,000 บาท นอกจากนี้ ข้อมูลการสืบสวนทราบว่านักพนันส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ พ่อค้า และลูกหลานแวดวงไฮโซที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวง จะเข้ามาเล่นกันในบ่อนแห่งนี้ โดยชักชวนกันปากต่อปาก แต่ต้องเข้าระบบสมัครสมาชิกเท่านั้นถึงจะเข้ามาเล่นพนันในสถานที่แห่งนี้ซึ่งเปิดตลอด 24 ชม. และมีการย้ายสถานที่ไปตลอดไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ยากต่อการจับกุม

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายจตุพล “เป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันและร่วมกันกับพวกลักลอบเล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย” ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือแจ้งข้อหา “ร่วมกันกับพวกลักลอบเล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลหาตัวเจ้าของบ่อนพนันที่แท้จริงอีกครั้ง