วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บินกระจายตั๋วขายดี อีก 20 ปี สายการบินทั่วโลกต้องการเครื่องบินใหม่ 32,600 ลำ

นับตั้งแต่เที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวบินแรกของโลกได้ถูกปฏิบัติการขึ้นในปี 2457 จนถึงในปัจจุบัน ซึ่งมีการปฏิบัติการบินจำนวน 32 ล้านเที่ยวต่อปี อุตสาหกรรมการบินได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเรา ด้วยจำนวนผู้โดยสารทางอากาศจำนวน 3 พันล้านคนและสินค้าน้ำหนัก 50 ล้านตัน ที่ถูกทำการขนส่งทางเครื่องบินทุกปี จึงมีการประเมินว่าอุตสาหกรรมการบินได้มีส่วนในการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลกเป็นมูลค่า 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี


ในอีก 20 ปีข้างหน้า (ปี 2558-2577) ตามการคาดการณ์ตลาดโลก (Global Market Forecast) ของแอร์บัส การจราจรของผู้โดยสารทั่วโลกจะเติบโตขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 4.6 ต่อปี ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการเครื่องบินใหม่จำนวน 32,600 ลำ โดยเป็นเครื่องบินมีจำนวนที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่ง (ประกอบด้วยเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารจำนวน 31,800 ลำ และเครื่องบินบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่า 10 ตันจำนวน 800 ลำ) ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2577 ฝูงเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารและเครื่องบินบรรทุกสินค้าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว จากในปัจจุบันจำนวน 19,000 ลำ เป็น 38,500 ลำ โดยเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารและเครื่องบินบรรทุกสินค้าราว 13,100 ลำจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินประเภทที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น


เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งโดยรวมแล้วมีค่าเท่ากับคนจำนวน 6 พันล้านคน คือสาเหตุแห่งการขับเคลื่อนการเติบโตของการจราจรทั่วโลกอย่างแท้จริง โดยจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 ต่อปี เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจที่มีการพัฒนามากกว่า เช่น ระบบเศรษฐกิจในยุโรปตะวันตกหรืออเมริกาเหนือ ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่า โดยรวมแล้ว จะมีอัตราการเติบโตร้อยละ 3.8 นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่ยังมีค่าเท่ากับอัตราการบริโภคส่วนตัวทั่วโลกร้อยละ 31 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43 ในปี 2577 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา จะมีอัตราสูงกว่าอัตราค่าเฉลี่ยโลก ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเกือบ 5 พันล้านคน

แนวโน้มในการเดินทางทางอากาศกำลังเพิ่มขึ้น โดยในเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน ประชากรจำนวนร้อยละ 25 จะเดินทางท่องเที่ยวปีละ 1 ครั้ง และจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นร้อยละ 74 ในปี 2577 ส่วนเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า เช่น อเมริกาเหนือ ประชากรมีแนวโน้มที่จะเดินทางมากกว่า 2 ครั้งต่อปี

“เอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นผู้นำด้านการจราจรของโลกในปี 2577 และประเทศจีนจะกลายเป็นตลาดการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกภายในเวลา 10 ปี และจะเห็นได้ชัดว่าภูมิภาคเอเชียและตลาดที่เกิดขึ้นใหม่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการเติบโตของการจราจรทางอากาศที่แข็งแกร่ง” มร.จอห์น ลีฮีห์ ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทแอร์บัส กล่าว “ในปัจจุบัน เรากำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับการผลิตเครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี และเรากำลังทำการศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการผลิตเพิ่มเติมที่มากกว่า 50 ลำ ของเครื่องบินทางเดินเดี่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นที่มีต่อการเดินทางทางอากาศ”

การจราจรแบบพิสัยไกลจะเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจราจรไปสู่เมืองขนาดใหญ่ด้านการบิน หรือการจราจรระหว่างเมืองขนาดใหญ่ด้านการบินด้วยกันเอง โดยจะเพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 90 (ผู้โดยสารจำนวน 9 แสนคนต่อวัน) ในปัจจุบัน กลายเป็นร้อยละ 95 (ผู้โดยสารจำนวน 2.3 ล้านคนต่อวัน) ในปี 2577 ทั้งนี้ เมืองขนาดใหญ่ด้านการบินเป็นศูนย์ของชุมชนเมืองและการสร้างความมั่งคั่ง และจะเพิ่มจำนวนจาก 47 เมืองเป็น 91 เมืองในปี 2577 โดยจะมีค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลกจำนวนร้อยละ 35 อยู่ที่เมืองเหล่านี้ เมืองขนาดใหญ่ด้านการบินเหล่านี้มีการให้บริการด้านการเดินทางทางอากาศเป็นอย่างดี และเครือข่ายเส้นทางที่มีอยู่ในปัจจุบันจะมีส่วนในการสร้างการเติบโตของการจราจรคิดเป็นร้อยละ 70 ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี 2577


สำหรับตลาดเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้าง บริษัทแอร์บัสคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มความต้องการต่อเครื่องบินที่มีความสามารถในการจุผู้โดยสารมากขึ้นในเส้นทางพิสัยการบินระยะไกล และมีความหลากหลายของภาคการบินภายในประเทศและระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น ดังนั้น บริษัทแอร์บัสจึงได้คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการต่อเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้างสำหรับผู้โดยสารและเครื่องบินบรรทุกสินค้าเป็นจำนวน 9,600 ลำใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของการส่งมอบเครื่องบินลำใหม่ทั้งหมดและคิดเป็นร้อยละ 55 หากคิดจากมูลค่าของเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทแอร์บัสจะได้รับการสั่งซื้อเครื่องบินและมีส่วนแบ่งตลาดที่กลายเป็นผู้นำของตลาดเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้าง จากการที่เครื่องบินแอร์บัส เอ330 เอ350 และเอ380 ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถครอบคลุมที่สุดและทันสมัยที่ในปัจจุบัน ด้วยที่นั่งผู้โดยสารจำนวนตั้งแต่ 200 ไปจนถึงกว่า 500 ที่นั่ง

ในตลาดเครื่องบินทางเดินเดี่ยว ซึ่งตระกูลเครื่องบินแอร์บัส เอ320 และตระกูลเครื่องบินแอร์บัส เอ320นีโอ รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในฐานะผู้นำตลาดระดับโลก การคาดการณ์ล่าสุดของบริษัทแอร์บัสได้มองเห็นว่าจะมีความต้องการต่อเครื่องบินลำใหม่ราว 23,000 ลำ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นราว 1,000 ลำเมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ครั้งก่อน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของเครื่องบินใหม่ทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 45 เมื่อคิดจากมูลค่าของการส่งมอบเครื่องบินทั้งหมด


การเติบโตทางด้านการจราจรทั่วโลกได้นำไปสู่ขนาดเครื่องบินเฉลี่ยที่ ‘เติบโตยิ่งขึ้น’ ถึงร้อยละ 46 ตั้งแต่ราวปี 2523-2533 จากการที่สายการบินต่างๆ เลือกซื้อเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือเปลี่ยนขนาดของเครื่องบินที่สั่งซื้อไว้แต่ยังไม่ได้รับการส่งมอบให้เป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างเครื่องบินแอร์บัส เอ380 เมื่อรวมกับความสามารถในการจุที่มากขึ้น ช่วยทำให้สายการบินสามารถใช้งานกำหนดเวลาที่สนามบินที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่าและรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้นได้โดยไม่ต้องปฏิบัติการเที่ยวบินเพิ่มเติม ซึ่งได้รับการยืนยันจากสนามบินฮีทโธรว์แห่งกรุงลอนดอน การให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ทำให้เกิดการลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงและเสียงรบกวนเป็นอย่างน้อยร้อยละ 70 ในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา และแนวโน้มเช่นนี้จะดำเนินต่อไปพร้อมกับนวัตกรรมต่างๆ เช่น เครื่องบินแอร์บัส เอ320นีโอ เอ330นีโอ เอ380 และเอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี
รับชมการนำเสนอเกี่ยวกับการคาดการณ์ตลาดโลกได้ที่นี่ www.airbus.com

การคาดการณ์ตลาดโลกของแอร์บัสนำเสนอการวิเคราะห์โดยละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก โดยครอบคลุมปริมาณการจราจรทั้งสำหรับผู้โดยสารและสำหรับบรรทุกสินค้าที่แตกต่างกันกว่า 200 แห่ง รวมถึงวิวัฒนาการของฝูงบินแบบปีต่อปีของผู้ปฏิบัติการเครื่องบินทั่วโลก ผ่านการวิเคราะห์ฝูงบินของสายการบินสำหรับผู้โดยสารราว 800 ราย และผู้ปฏิบัติการเครื่องบินบรรทุกสินค้ากว่า 200 รายในอีก 20 ปีข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ การคาดการณ์นี้จึงครอบคลุมตั้งแต่ความต้องการที่มีต่อเครื่องบินจากตลาดระดับภูมิภาคที่มีจำนวนที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่งไปจนถึงเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน นั่นคือเครื่องบินแอร์บัส เอ380

*เมืองขนาดใหญ่ด้านการบิน: เมืองที่มีผู้โดยสารของเส้นทางการบินพิสัยไกลระหว่างประเทศมากกว่า 10,000 คนต่อวัน

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อีก 20 ปีข้างหน้ามีความต้องการเครื่องบินใหม่จำนวน 32,600 ลำ คิดเป็นมูลค่าราว 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เศรษฐกิจและชุมชนเมืองเร่งการเติบโตของการจราจรทางอากาศ ... 21 มิ.ย. 2558 23:15