วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 เดือนแกะรอย 'ยูฟัน' สำนวนหนา 3 แสนหน้า จับ-อายัดทรัพย์-สูญ 300 ล.

สำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ ยูฟัน ที่มีความหนาเกือบ 3 แสนหน้า คือสำนวน ที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ใช้เวลานานเกือบ 3 เดือน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานแวดล้อม แกะรอยหาตัวผู้กระทำความผิด

โดยคาดว่าสำนวนทั้งหมดจะถูกรวบรวมส่งอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องในวันอังคารนี้!!!

"ยูฟัน" เป็นคดีที่เข้าข่าย "อาชญากรทางเศรษฐกิจ" ที่ใช้เงินเป็นตัวล่อเหยื่อที่อยากรวยจากการลงทุน และหาสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรม เข้าข่ายธุรกิจ "แชร์ลูกโซ่" อย่างชัดเจน เพราะเข้าข่ายวิธีโกงใน 3 รูปแบบ คือ

1. ไม่จ่ายผลตอบแทนตามแผนที่ระบุไว้ 2. มีการชักชวนให้สมาชิกเข้ามาร่วมเครือข่ายโดยได้รับผลตอบแทนจากการชวนบุคคลอื่นเข้าร่วม และ 3. กู้ยืมเงินเพื่อฉ้อโกงประชาชน โดยมีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ สูญเงินจำนวนมาก

ปฐมบทของคดีมหากาพย์แชร์ลูกโซ่คดีนี้ เริ่มจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม และศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคง ว่าถูก ยูฟัน สโตร์ หลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ไม่ได้เงินปันผลมาตั้งแต่ปี 2557 หลังได้รับเบาะแส ตำรวจภายใต้การนำของ พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงตั้งชุดทำงานขึ้นมาคลี่คลายคดี

ตามแนวทางสืบสวนพบว่า บริษัท ยูฟัน เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่จริง จึงได้มีการขยายผลอายัดทรัพย์ และออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายคน ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีทั้งที่จับได้ และที่ยังหลบหนี

โดยในส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ กำลังมีการทยอยส่งฟ้องศาล ควบคู่ไปกับการเรียกพยานแวดล้อมเข้าให้ปากคำ เพื่อมัดคนที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ตำรวจ ปคบ. ได้มีการส่งชุดสืบสวน 9 ชุด ลงพื้นที่ติดตามจับกุมและอายัดทรัพย์ ขณะที่ผู้ต้องหาที่หลบหนีออกนอกประเทศ ก็ได้มีการประสานไปยังต่างประเทศ อย่างเช่น มาเลเซีย เพื่อติดตามจับกุมในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

โดยล่าสุดพนักงานสอบสวนคดี ยูฟัน เตรียมบินลัดฟ้า ไปประเทศมาเลเซีย เพื่อประชุมหารือกับตำรวจมาเลเซีย ในการติดตามผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งตำรวจไทยจะรวบรวมเอกสารข้อมูลทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้งหมด ไปมอบให้กับทางการมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ส่งให้กับทางการไทย ตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน และคืนให้กับผู้เสียหาย รวมทั้งติดตามผู้ที่หลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซีย ดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน

กล่าวถึง คดี "ยูฟัน" มีการสรุปสำนวน แยกเป็นแฟ้มรวมเกือบ 600 แฟ้ม หนาแฟ้มละ 500 หน้า รวมแล้วเกือบ 3 แสนหน้า ซึ่งมีความสมบูรณ์แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดเจนแล้ว จากจำนวนสำนวนกว่า 3 แสนหน้านี้ หากนำใส่กระบะ เพื่อนำไปส่งให้พนักงานอัยการ พิจารณาสั่งฟ้องต่อศาล ก็จะต้องใช้รถกระบะถึง 2 คัน ในการบรรทุกสำนวนคดี

ซึ่งที่มาของสำนวนเกือบ 3 แสนหน้านี้ พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำเรื่องเสนอต่อ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขออนุมัติมีคำสั่งให้แต่ละสถานีตำรวจ ส่งพนักงานสอบสวนเป็นการเฉพาะกิจ เข้ามาช่วยเร่งสรุปสำนวน ทำงานทุกวันแบบไม่มีวันหยุด จนสำเร็จลุล่วง

โดยสั่งการให้ระดมพนักงานสอบสวน จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 จำนวนหลายร้อยนาย สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ ในการสอบปากคำผู้ต้องหา พยาน รวมถึงการทำบันทึกการยึดทรัพย์ต่างๆ ซึ่งคดีนี้มียอดมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 338 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ได้เงินคืนมาแล้ว 20,939,204 บาท มียอดคืนผู้เสียหาย 317,392,684 บาท มีผู้เสียหายทั้งหมดทั้งสิ้น 2,432 คน

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐ ว่า คดีนี้ตำรวจมีความมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ ว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาทุกรายได้แน่นอน ดังนั้น สำนวนคดี ยูฟัน ที่กำลังจะผ่านมือพนักงานสอบสวน ไปถึงพนักงานอัยการ ก่อนจะมีความเห็นพิจารณาสั่งฟ้องไปถึงชั้นศาล ท้ายสุดของเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น

กระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสิน

กรณีของแชร์ลูกโซ่ ยูฟัน นับเป็นอุทาหรณ์เตือนสติประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่คิดอยากรวยด้วยวิธีง่ายๆ ไปกับการลงทุน แต่สุดท้ายต้องมาถูกหลอกด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงที่แยบยล

บางทีการอยากรวยทางลัด ก็ทำให้หมดตัวทางลัดได้เช่นกัน!?!

ทีมข่าวไทยรัฐรายงาน