วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาม ปัดท้องก่อนแต่ง ไม่ลังเลเซย์เยสทันทีหลัง เจมส์ ทำเซอร์ไพรส์ (ชมคลิป)

ชาม ไอยวริญท์ ควงแฟนหนุ่มตาน้ำข้าว เจมส์ โธมัส ประกาศข่าวดี หลังฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงาน แจงที่สื่อเคยลงข่าวไปว่า ขอคิดดูก่อน นั้นหมายถึงขอคิดก่อนว่าจะจัดงานเมื่อไหร่ ที่ไหนดี ไม่ได้ปฏิเสธฝ่ายชายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เผยรู้จักกันมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว และตกลงเป็นแฟนกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คาดอาจจะจัดงานแต่งช่วงปลายปี ปัดท้องก่อนแต่ง ส่วนฝ่ายชายหลังแต่งงาน ก็พร้อมซัพพอร์ตให้ชามทำงานในวงการ ทำในสิ่งที่รักเหมือนเดิม...

นับเป็นข่าวดีของวงการบันเทิงอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อสาว ชาม ไอยวริญท์ โอสถานนท์ ถูกแฟนหนุ่มชาวออสเตรเลีย เจมส์ โธมัส ทำเซอรไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานเมื่อวันเกิดที่ผ่านมา ท่ามกลางเพื่อนสนิทที่วางแผนกันมาเป็นอย่างดี งานนี้มีหรือที่ฝ่ายหญิงจะปฏิเสธ แต่หลังจากนั้นก็มีข่าวเขียนแบบคลุมเครือออกมาว่า สาวชามเธอยังไม่เซย์เยสฝ่ายชาย แต่ขอคิดดูก่อน งานนี้เลยทำให้หลายคนเข้าใจผิดกันยกใหญ่ สาวชามจึงขอชี้แจงให้ทราบว่าความจริงเป็นยังไง โดยเจ้าตัวได้นัดสื่อมารวมตัวกันที่ ห้องแพลตตินั่ม บลูโอ ริธึม & โบว์ เอสพลานาด รัชดา ชั้น 4 เพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดให้เข้าใจตรงกัน

"เหตุผลที่ต้องจัดแถลงข่าวในวันนี้ เพราะมันมีมาหลายกระแสออกมาค่ะ เลยอยากจะชี้แจงให้ได้ทราบว่าความจริงเป็นยังไง" จะมีข่าวดีแล้ว? "ใช่ค่ะ ก็เมื่อวันเกิดชามที่ผ่านมาค่ะ ปกติแล้วชามเป็นคนที่ไม่จัดงานวันเกิดนะคะ แล้วเจมส์เค้าก็เลยคุยกับพี่ผู้จัดการของชามแล้วก็นัดเซอร์ไพรส์ แล้วบอกชามว่าเป็นงานกินเลี้ยงกันขำๆ ระหว่างกลุ่มเพื่อนค่ะ ชามก็ไปโดยที่ไม่นึกว่าเป็นวันเกิด แล้วเจมส์เค้าก็เดินถือเค้กเข้ามา ก็เซอร์ไพรส์แล้วช็อตแรก สักพักก็ไม่เล่นโบว์ลิ่งกัน มีการเตี๊ยมนัดแนะ ทำบล็อกกิ้งกันมาอย่างดิบดี ชามก็ไม่รู้เรื่องเลย เค้าก็คุกเข่าขอแต่งงาน ชามก็ดีใจ ก็เลยตอบตกลงไปแล้วตามที่ชามลงเฟซบุ๊กแล้วก็อินสตาแกรมของชามน่ะค่ะ (ยิ้ม)" เห็นว่าเราไปดูฤกษ์แต่งงานมาแล้ว? "อ๋อ ยังไม่ได้ดูฤกษ์เลยค่ะ เพราะว่าเค้าเพิ่งคุกเข่าขอเมื่อวันพุธที่ผ่านมาค่ะ วันนี้ก็วันอาทิตย์ เลยยังไม่แน่ใจตรงนั้นค่ะ ก็คืออาจจะมีการเข้าใจผิดกันนิดนึง ที่ข่าวหลุดออกไปว่าชามยังไม่ตัดสินใจ หรือขอเวลาคิดดูก่อนใช่มั้ยคะว่าจะแต่งกับเจมส์รึเปล่า แต่ว่าจริงๆ แล้วที่ชามบอกว่าขอคิดดูก่อนเนี่ย ชามคิดว่าจะแต่งที่ไหน จัดที่ไหน โรงแรมไหน ธีมอะไร หรือว่าวันที่เท่าไร อันนี้ยังไม่ได้คิด แต่ว่าที่แต่งงานกับเค้าเนี่ย เค้าขอปุ๊บชามก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน เพราะชามรู้อยู่แล้วว่ายังไงชามก็โอเคค่ะ"

หลายคนจะมองว่าเป็นการแต่งงานที่เกิดขึ้นเร็วพอสมควรเลย จริงๆ คู่เราคบหากันมานานแค่ไหนแล้ว? "เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วนะ สำหรับชามก็รู้สึกว่าเร็ว แต่ว่าชามรู้จักกับเจมส์ตั้งแต่อายุ 11 ขวบแล้วค่ะ คือเรียนมาที่โรงเรียนเดียวกันคือ โรงเรียนนานาชาติค่ะ คือคุณพ่อของเจมส์เค้าเป็นวิศวกรเลยต้องย้ายมาทำงานที่ประเทศไทย เจมส์ก็เลยตามคุณพ่อมาด้วย แล้วเค้าก็เรียนมาตั้งแต่เกรด 6 จนถึงเกรด 12 ตั้งแต่อายุ 11-18 น่ะค่ะ ก็ ป.6 ยัน ม.6 ถ้าเทียบของไทยค่ะ" แล้วเราคบกันในฐานะแฟนเมื่อไหร่? "ก็เพิ่งปีนี้เองน่ะค่ะ แต่ว่าด้วยความที่ชามเองก็เชื่อใจได้ เพราะว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เรียนด้วยกันมาตลอด แล้วก็คุยกันมาเรื่อยๆ น่ะค่ะ บางครั้งชามคิดว่าการที่เราจะมีสัมพันธ์กับใครสักคนนึง หรือว่าจะอยู่ด้วยกันได้ตลอดไปรึเปล่าเนี่ย บางครั้งมันต้องถูกคน ถูกที่แล้วก็ถูกเวลา ที่ผ่านมาเราเจอกัน มันก็ถูกคน ถูกที่แต่ผิดเวลา เพราะว่ามันเจอกันตั้งแต่เด็กอาจจะทุกอย่างไม่ได้ลงตัว แต่พอตอนนี้เนี่ยทั้งสองคนก็รู้สึกแล้วว่ามันถูกที่ถูกเวลาค่ะ ก็คือโชคดีตรงนั้นไป แล้วก็สำหรับเราทั้งสองเองก็มั่นใจว่า ถึงมันเร็วก็ไม่มีอุปสรรคค่ะ"

คบหากันมากี่เดือนแล้ว? "ชามไม่อยากตอบเลยว่ากี่เดือน ชามอยากบอกรู้จักมาตั้งแต่ 11 ขวบได้มั้ย (ยิ้ม)" ประทับใจกันตรงไหน?​ "อันนี้ชามก็เคยบอกเค้าเองนะคะว่า แต่ก่อนชามเคยพูดกับพี่ๆ ไว้แล้วว่า ชามเป็นคนที่เรื่องมาก แล้วก็จะมีลิสต์ยาวมากเลยว่าคนที่จะคบเนี่ย หรือคนที่จะตกลงแต่งงานด้วยจะเป็นยังไง แล้วต้องสูงกว่าชาม ต้องเป็นแนวฝรั่ง ต้องเป็นนักกีฬา ต้องรักหมา แล้วต้องเข้ากับครอบครัวเราได้ ต้องเข้าใจวัฒนธรรมประเทศไทยอย่างดี ต้องมาอยู่ที่ประเทศไทย คือจริงๆแล้วชามว่าเจมส์เป็นคนที่ได้มากกว่าที่ชามเคยคาดฝันไว้น่ะค่ะ เพราะฉะนั้นมันเลยไม่ต้องตัดสินใจยาวนานในการที่จะตอบตกลง" ส่วนตัวเราพร้อมสำหรับการแต่งงานจริงๆ แล้วรึเปล่า? "ตอนนี้ชามรู้สึกว่าชามพร้อมแล้ว เพราะชาม 28 แล้วค่ะ ก็โอเคแล้วนะ (ยิ้ม)"

"ทางด้านเจมส์เค้าก็บอกว่า เค้าอยากมีพิธีแบบไทยด้วย คือขอมาเองเลย ชามก็โอเคอยู่แล้วค่ะ เราเป็นคนไทยก็ต้องมีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ แล้วทีนี้ก็เคยคิดกันว่าจะจัดที่ไหนดี คือชามกับเจมส์จะเป็นคนที่เรื่องจิตใจมาก่อน ความสุขมาก่อนทุกอย่าง แล้วสิ่งที่ทำให้เราสองคนมีความสุขมากๆ ก็คือการที่ได้มีโอกาสอยู่โรงเรียนนานาชาติด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่เราสองคนมีความสุขมากๆ ในชีวิต ได้เติบโตมาด้วยกัน และเป็นที่ที่เราสองคนได้เจอกัน เรียนคลาสเดียวกันก็คือ คลาสแดนซ์ด้วยกัน ก็เคยเต้นบนเวที แล้วก็แสดงละครเวทีบนเวทีแห่งนั้น ก็เลยตัดสินใจว่าอยากที่จะแต่งงานบนนั้นเลย แล้วโรงเรียนก็อนุญาตแล้ว อันนี้คือความคิดของเจมส์ค่ะ เจมส์ก็ได้ไปคุยกับอาจารย์ คณบดี ที่โรงเรียนคุยกันหมดแล้ว แล้วทุกคนก็ดีใจ ตื่นเต้นกันมากเลย จริงๆ แล้วโรงเรียนอาจจะไม่เปิดในเรื่องแบบนี้ แต่ว่าชามก็ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนส่วนหนึ่ง และเจมส์เองก็เป็นกัปตันทีมฟุตบอลมา ทำให้ทีมคว้าเแชมป์เป็นครั้งแรกได้ตั้งแต่ที่ตั้งกิจกรรมนี้มาค่ะ แล้วคือชนะในระดับเอเชียมา แล้วก็เล่นกีฬาทุกอย่างของโรงเรียนค่ะ เค้าก็เลยอนุญาตให้เราจัดที่นั่น"

ในเรื่องของวัน เราจะได้ทราบเมื่อไหร่? "เรื่องของวันนี้คือรอดูฤกษ์อยู่น่ะค่ะ ยังไม่แน่ใจค่ะว่าจะจัดวันไหน นี้แหละค่ะที่ชามบอกว่ายังคิดอยู่และยังไม่มีคำตอบให้ค่ะ แต่คำตอบที่ว่าชามจะแต่งงานกับเจมส์มั้ย อันนี้ตอบทันทีค่ะว่าแต่งแน่" ปีนี้หรือว่าปีหน้า?​ "อยากจะให้เป็นปีนี้ค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันใช่แล้ว ก็ปุ๊บปั๊บเลย ไม่รู้ว่าจะรออะไร เรื่องที่เค้าจะบินไปออสเตรเลียวันนี้ เพราะว่าเค้ามีธุรกิจอยู่ที่นั่นค่ะ เค้าก็ต้องรีบกลับไปดูงาน ไปคุมงานเอง วันนี้เป็นวันที่เค้าจะบิน เลยต้องจัดแถลงข่าวชี้แจงวันนี้ค่ะ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ถามว่าคุยกับพ่อแม่ เจมส์มีการได้คุยกับทั้งแม่และพ่อของชามแล้วค่ะ ก่อนที่เค้าจะคุกเข่าขอแต่งงาน มันเป็นเรื่องที่เค้าทำของเค้าเอง โดยที่ชามเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อน เจมส์เค้าอยู่เมืองไทยมาตั้งแต่ปี 41 ก็นานมากแล้ว เค้าก็เลยทราบในขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยว่าการที่เค้าจะขอใครแต่งงาน ก็จะต้องไปขอทางผู้ใหญ่ก่อน เค้าคุยกับทางพ่อทางแม่ชามแล้วเรียบร้อย ก็เลยมาขอค่ะ"

ด้วยระยะเวลาที่มันเร็ว คนเลยมองว่าเราท้องรึเปล่า? "ค่ะชามก็เข้าใจว่าคนอาจจะคิดอย่างนั้น ด้วยความที่มันเร็วมาก แต่ชามรับประกันได้เลยว่า ชามไม่มีน้องแน่นอนค่ะ" จะมีเลยไหม?​ "ชามขอแต่งงานก่อนค่ะ จริงๆ ชามกะไว้ประมาณธันวาค่ะ ถ้าตอนนั้นมีน้องคงกำลังเต็มที่พอดีอ่ะพี่ ไม่มีแน่ๆ ค่ะ" พอมีกระแสออกมาเราซีเรียสไหม? "ชามก็บอกเจมส์แล้วว่าอยู่วงการบันเทิงมันก็จะมีอะไรแบบนี้ เค้าก็ที่จะเริ่มเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ค่ะ" เราชินกับกระแสข่าวนี้ยัง? "ยังไม่ชินหรอกค่ะ เพราะเริ่มที่จะมีข่าวค่ะ ซึ่งเจมส์ก็บอกว่าเค้าไม่ค่อยแน่ใจว่าเค้าจะต้องมาเจอกับอะไร แต่เค้าไม่ทราบว่าสื่อไทยเป็นยังไง ในหัวเค้ามีแค่สื่อฮอลลีวูด หรือสื่อออสเตรเลียเป็นยังไง แต่พอเค้าได้มาเจอกับสื่อไทยแล้วเค้ารู้สึกว่า คนไทยน่ารัก และก็ให้เกียรติกับนักแสดง และก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เค้าก็เลยรู้สึกว่าดีใจ เพราะว่าชามได้มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ทำให้ชามต้องมานั่งเครียด เพราะพี่ๆ ก็เข้าใจกันดี ทุกคนก็เป็นมิตรกัน อยู่ในวงการเดียวกันน่ะค่ะ แล้วเค้าก็บอกว่าในที่สุดแล้ว ก็อยากให้ชามมีความสุขแค่นั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเค้า และถ้าการที่ชามได้ทำงานในวงการบันเทิงไทยโดยที่ไม่ต้องมานั่งเครียดกับสื่อที่เค้าวาดภาพไว้ว่าประเทศอื่นๆ อาจไม่น่ารักเหมือนเรา แค่นี้เค้าก็ดีใจแล้วค่ะ"

เจมส์ก็ยังให้ชามทำงานในวงการต่อไป ถ้าแต่งงานแล้ว? "ด้วยความที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับชามก็คือเห็นชามเป็นคนที่มีความฝัน ฝันอยากเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มีโอกาสได้เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีมิสยูนิเวิร์สมาตั้งแต่ 6 ขวบแล้ว ก็เลยเห็นชามสามารถทำตามความฝันของเค้าได้ แล้วก็มีโอกาสได้ทำต่อเนื่องไป ได้มีโอกาสทำงานในวงการบันเทิง ก็อยากจะให้ชามคิดตรงนั้นไว้ ถ้าทำอะไรที่มีความสุขก็อยากจะซัพพอร์ตตรงนั้นไปเรื่อยๆ ครับ" เจมส์มีธุรกิจอยู่ที่ออสเตรเลีย ต้องบินไปมาบ่อยไหม? "ตั้งแต่ที่จบจากโรงเรียนนานาชาติไปตอนปี 2005 ต้องย้ายกลับไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ผมรู้สึกว่าประเทศไทยคือบ้านของผมมาตลอด และผมทำงานทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะให้ตัวเองย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยให้ได้ ตอนนี้พอจะแต่งงานแล้วก็มีงานอยู่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งต้องเก็บไว้อยู่ แต่ก็มีหุ้นส่วนอยู่ที่นั่น เป็นธุรกิจของผมเอง ตอนนี้ก็เริ่มที่จะมีประชุมในเมืองไทยด้วย เพื่อที่จะขยายงานมาทำต่อที่ประเทศไทยด้วย"  

แหวนที่ชามใส่ขนาดเท่าไร? "ตัวชามเองนะ ก็ไม่กล้าถามเค้าเหมือนกัน เพราะเวลาใครให้ของอะไรมา ชามก็ไม่กล้าถามเค้าว่าอะไรเท่าไร (ยิ้ม) แต่ถ้าอยากทราบ ถามเค้าเองได้มั้ย ชามก็อยากรู้เหมือนกัน (ยิ้ม) เค้าบอกว่าอาจจะไม่ได้เพชรเม็ดเป้งมาก แต่ว่าเป็นน้ำดีที่สุดที่จะหาได้ เพราะอันนั้นเป็นวัฒนธรรมของเค้าค่ะ" เจมส์ "3 กะรัตครับ".

ชาม ไอยวริญท์ ควงแฟนหนุ่มตาน้ำข้าว เจมส์ โธมัส ประกาศข่าวดี หลังฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงาน แจงที่สื่อเคยลงข่าวไปว่า ขอคิดดูก่อน นั้นหมายถึงขอคิดก่อนว่าจะจัดงานเมื่อไหร่ ที่ไหนดี ไม่ได้ปฏิเสธฝ่ายชายอย่างที่หลายคนเข้าใจ 21 มิ.ย. 2558 15:05 ไทยรัฐ