วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กก.วินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

กระบวนการทำงานอย่างหนึ่งของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการก็คือดูแลให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างจะแจ้งตรงไปตรงมาเมื่อมีผู้ร้องขอ

แต่ในบางครั้งยังมีข้อขัดแย้งระหว่างส่วนราชการเจ้าของข้อมูลกับผู้ร้องขอที่เห็นไม่ตรงกันว่าสิ่งใดควรเปิดเผยหรือไม่ ก็ต้องให้ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในแต่ละสาขาตัดสินชี้ขาด

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างๆ รวม 5 สาขา มีจํานวน 39 คน แต่งตั้งครั้งก่อนโดยประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556

มาถึงตอนนี้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่างๆ เพิ่มเติม จํานวน 10 คน ประกอบด้วย

1. สาขาการแพทย์และสาธารณสุข 2 คนคือ นายนิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย กับ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ประมวล วีรุตมเสน

2. สาขาต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ 2 คนคือ นายถวิล เปลี่ยนศรี กับ นายรัฐกิจ มานะทัต

3. สาขาเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ 1 คน คือ นายชานน กิตติ์จิรกุล

4. สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย 5 คนคือ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ พลโท สุขสันต์ สิงหเดช นายกิตติ อิทธิวิทย์ นายธนะ ดวงรัตน์ และ นายสุขจิตต์ ประยูรหงษ์

ทั้งหมดนี้เริ่มทำหน้าที่มาตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2558

ในเรื่องของเปิดเผยข่าวสารข้อมูลนั้นมีกรณีตัวอย่างที่ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เผยแพร่ออกมาเป็นระยะซึ่งจะหยิบยกมาให้ดูเป็นตัวอย่างเป็นเรื่องราวของ ผู้ร้องที่ได้ยื่นฟ้องสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภูต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูกรณีถูกลงโทษทางวินัยฐานปลอมลายมือผู้อื่นและขออำนาจศาลเรียกพยานเอกสารจาก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวซึ่งเป็นหนังสือคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นลายมือเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน

แต่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งต่อศาลว่าหนังสือดังกล่าวไม่ได้ลงทะเบียนรับในระบบงานสารบัญจึงไม่ปรากฏต้นฉบับจริง ปรากฏเพียงฉบับถ่ายสำเนาที่อยู่ในความครอบครองของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ผู้ร้องไม่เชื่อคำชี้แจงจึงร้องเรียนต่อ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งมีการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการไปดำเนินการตรวจสอบแล้วเชื่อถือเหตุผลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามากกว่าจึงเสนอให้ยุติเรื่อง

กรณีนี้มีปัญหาอยู่ว่าผู้ร้องจะเรียกหาความเป็นธรรมได้อย่างไรอีก หรือต้องจำยอมปล่อยให้จบลงเพียงนี้.

“ซี.12”

21 มิ.ย. 2558 11:47 ไทยรัฐ