วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝ่าด่านสปช.-ประชามติ

วินวินทุกฝ่ายรื้อใหญ่ร่างรัฐธรรมนูญ

ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ทำหน้าที่เชื่อมประสานการทำงานให้สอดคล้องกัน

บนกระแสธารรับหรือคว่ำร่างรัฐธรรมนูญดังหึ่ม ไม่รู้ผลสุดท้ายจะออกหน้าไหน นายไพโรจน์ พรหมสาส์น สปช.และประธานคณะกรรมาธิการติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง เพื่อแกะรอยเส้นทางของร่างรัฐธรรมนูญนับต่อจากนี้ไปจะลงเอยอย่างไร

โดยเริ่มออกตัวขอพูดในภาพรวม ให้สมกับการทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้การยกร่างรธน. แต่ไม่ขอแตะตัวบุคคลและลงลึกรายละเอียด

รูปแบบการเชื่อมมีหลากหลาย ครั้งล่าสุดได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรอง รวบรวม สังเคราะห์ความเห็นและข้อเสนอแนะการยกร่าง รธน. ได้จัดทำตามรูปแบบที่ สปช.ทั้ง 8 กลุ่มเสนอมา

ทำเป็นเอกสาร 2 เล่มหนาเตอะรวมเกือบ 800 หน้า เพื่อรายงานให้ สปช.ทราบและนำไปใช้ประโยชน์สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษา เปรียบเสมือนเป็นคู่มือติดตามการแก้ไขร่าง รธน.ฉบับปฏิรูปของ กมธ.ยกร่าง รธน.

ขณะนี้ กมธ.ยกร่าง รธน.กำลังพิจารณาประเด็นการแก้ไขจากที่หลายฝ่ายเสนอเข้ามา อาทิ สปช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.)

ซึ่งจะต้องไปดูว่าความคิดเห็นส่วนใหญ่ในแต่ละประเด็นเป็นอย่างไร และมีหลักยึดในการปรับแก้ไขร่าง รธน.ให้มีความเหมาะสม

ระหว่างทางที่ กมธ.ยกร่าง รธน.พิจารณา สปช.จะต้องติดตามตลอดจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ที่ร่าง รธน.เสร็จแล้วจะส่งกลับมาให้ สปช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่

ในช่วง ก่อนลงมติ กมธ.ติดตามและให้ข้อเสนอแนะฯจะรีบทำสรุปอีกครั้งว่า กมธ.ยกร่าง รธน.ปรับแก้อย่างไร และใครเสนอให้ปรับแก้อะไรไปบ้าง

แต่อาจจะไม่ทันสถานการณ์ เพราะตามกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ผ่าน สนช. เมื่อมีผลบังคับใช้จะทำให้ปฏิทินการยกร่าง รธน.ต้องขยับตามไปด้วย เดิม กมธ.ยกร่าง รธน.พิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติม 60 วัน นับแต่วันที่ครบยื่นคำขอคือวันที่ 23 ก.ค.58

แต่เมื่อ กมธ.ยกร่าง รธน.มีมติขยายเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดพิจารณาคำขอ ก็จะเริ่มจากวันที่ 24 ก.ค.-22 ส.ค.58 และต้องแจ้ง สปช.ด้วย

พลันเมื่อ กมธ.ยกร่าง รธน.เสนอร่าง รธน.ต่อ สปช. แล้วต้องรอ 15 วัน นับแต่วันที่ได้ รับร่าง รธน. ซึ่งครบในวันที่ 5 ก.ย.58

สปช.จะลงมติเห็นชอบร่าง รธน.ทั้งฉบับหรือไม่ ใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดพ้น 15 วัน คือวันที่ 5-7 ก.ย.58 ไม่ว่า สปช.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง รธน. ทั้งฉบับหรือไม่เห็นชอบ สปช.ย่อมสิ้นสุดลง

หากร่าง รธน.ผ่าน สปช.จะไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ ปัญหาที่ตามมา คือ เมื่อสปช.สิ้นสุดลงย่อมจะเข้าไปมีบทบาทช่วยกันรณรงค์ทำประชามติได้ไม่เต็มที่ ไม่เหมือนรัฐธรรมนูญปี 50 ที่สามารถช่วยประชาสัมพันธ์ได้เต็มที่ จนผ่านการทำประชามติ

จุดนี้ขอเสนอให้ กมธ.ยกร่าง รธน.ควรทำการประชาสัมพันธ์เน้นหนักให้ความรู้ความเข้าใจ ไปพร้อมกับการพิจารณาแก้ไขร่าง รธน. เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อ สปช. และสังคมจะมีส่วนสำคัญยิ่งทำให้ร่าง รธน.ผ่าน สปช.และประชามติ

มี สปช.เสียขวัญแค่ไหนเมื่อถูกกำหนดให้ สปช.ยุติทันที ไม่ว่าจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง รธน. นายไพโรจน์ บอกว่า อาจมีความรู้สึกบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่คงไม่ยึดมั่นถือมั่นอยากทำหน้าที่ตรงนี้นานๆ ถึงขนาดที่เรียกว่าให้ยาวที่สุด

จะอยู่เป็น สปช. หรือเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่กำลังจะตั้งขึ้นมาตามร่างแก้ไขรธน.ฉบับปัจจุบัน มันไม่ใช่

เพราะสมาชิกแต่ละท่านมีที่มาที่ไป มีความพร้อมที่จะช่วยให้ประเทศชาติดีขึ้น แม้เป็นประชาชน อย่าไปคาดหวังเฉพาะแม่น้ำ 5 สายเท่านั้นที่จะปฏิรูปประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน

ขณะที่เมื่อ สปช.อายุสั้นลง เราจำเป็นจะต้องปรับกระบวนการทัพการทำงานเสียใหม่ เพื่อเร่งรัดวาระปฏิรูปด้านต่างๆให้เสร็จทัน เวลา และพิจารณาอย่างถ่องแท้ว่าควรจะโหวตลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง รธน.

มาถึงวันนี้วาระการปฏิรูปด้านต่างๆ ส่วนใหญ่เสร็จเรียบ ร้อยเกือบหมดแล้ว อาทิ ด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน

ด้านการตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ ด้านโครงสร้างอำนาจส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ด้านระบบและโครงสร้างภาษี ด้านงบประมาณ

กว่าจะได้การปฏิรูปแต่ละด้าน สปช.ทำงานกันหนักมาก เพื่อต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปออกไปพร้อมกับให้มีการปฏิรูปยกเครื่องประเทศ ไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินต่อไปไม่ได้

ขั้นตอนต่อไปที่เราต้องเร่ง คือ การเสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิรูปด้านนั้นๆให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ถ้า สปช.ทำไม่ทันก็เป็นหน้าที่ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอาจจะต้องเข้ามาสานต่อ หรือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ควรสานต่อ ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามา ให้เป็นหลักประกันว่าเข้ามาจะต้องปฏิรูปประเทศเท่านั้น

ทีมการเมือง ถามว่า ขณะนี้มี สปช.บางส่วนเคลื่อนไหวคว่ำร่าง รธน. ถึงขั้นแบ่งกลุ่ม สปช.ออกเป็น กลุ่มเก็บอาการรอดูร่าง รธน. ที่แก้ไขก่อน กลุ่มเริ่มออกอาการที่รู้ว่าข้อเสนอของตัวเองไม่ได้รับการตอบรับ กลุ่มที่ไม่รับแน่ กลุ่มเพิ่งออกอาการหลังแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ยุบ สปช.ทันทีหลังร่าง รธน.จะผ่านหรือไม่ผ่าน

กลุ่มมองสถานการณ์การเมือง ที่เห็นว่าบ้านเมืองยังไม่สงบแม้ร่าง รธน.ผ่าน สปช. ในฐานะที่สัมผัส สปช.มากกว่า กมธ.ยกร่าง รธน. ประเด็นไหนที่จะเป็นจุดให้ร่าง รธน.ผ่านไม่ผ่าน นายไพโรจน์ บอกว่า ยังมีเวลาอีกกว่า 2 เดือน

ขณะนี้ยังไม่รู้ เพราะตอนนี้ทั้ง 2 แนวคิดว่า 1.โหวตผ่านแล้วจะนำไปสู่การเลือกตั้งเลยหรือไม่ จากนั้นจะทำอย่างไรต่อ 2.โหวตคว่ำถ้าไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ ทั้ง 2 แนวคิดยังบอกไม่ได้ว่าอะไรที่จะเหมาะสมหรือดีกว่ากัน

ฟันธงลงไปเลยได้หรือไม่ว่าประเด็นไหนที่ห่วง

เป็นพิเศษ หาก กมธ.ยกร่าง รธน.ไม่แก้ไข สปช.จะคว่ำร่าง รธน.ได้ นายไพโรจน์ บอกว่า ในฐานะเป็น ประธาน กมธ.ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะฯ ไม่อยากจะฟันธงลงไป

ยอมรับว่ามีหลายประเด็นที่เป็นห่วง ไม่ใช่เฉพาะประเด็นที่เรามองเห็นเท่านั้น แต่หัวใจคือ กมธ.ยกร่าง รธน.จะทำอย่างไรให้ร่าง รธน.ออกมามีรูปแบบ ที่เหมาะสมกับประเทศ ไทย เชื่อว่าเขามีข้อมูลประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว ที่จะไม่ทำให้การ เมืองไม่กลับไปสู่สภาพแบบเดิมๆอีกต่อไป

ฉะนั้นถ้าถามว่าปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้ขาดว่าร่าง รธน.จะผ่านหรือไม่ อยู่ที่การปรับปรุงแก้ไขว่า ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ขอแก้ไขหรือไม่ บางเรื่องขอแก้ไข แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็มี ขอให้มองเชิงโครงสร้างใหญ่ เพราะจะเกี่ยวโยงกันไปหมด

อีกส่วนอยู่ที่ประชาชนและฝ่ายการเมือง อย่าลืมว่านักการเมืองมีมวลชนอยู่ในมือ ฉะนั้นต้องออกแบบระบบการเมืองให้เหมาะกับสังคมไทย จะได้ไม่มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญกันบ่อยๆ

ฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้เล่นก็อยากได้กติกาที่เล่นสะดวกสบาย แต่ในแง่ของประเทศจะปล่อยไปอย่างนั้นก็ไม่ได้ ทางออกที่ดีจะต้องออกแบบร่างรัฐธรรมนูญให้อำนาจสมดุลกัน โดยยึดประเทศเป็นหลัก

และในช่วงเวลาที่เหลือสื่อมวลชนและประชาชนควรช่วยเสนอประเด็นแก้ไขร่าง รธน.ให้เต็มที่ เชื่อว่า กมธ.ยกร่าง รธน. จะเงี่ยหูฟังนำไปพิจารณาแก้ไขก่อนส่งร่างให้ สปช.แน่นอน

แสดงว่าฉากสุดท้ายร่าง รธน.จะผ่าน สปช.และประชามติหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ กมธ.ยกร่าง รธน.ฟังเสียงของประชาชน และออกแบบร่าง รธน. ให้มีโครงสร้างอำนาจถ่วงดุลกันและกัน นายไพโรจน์ บอกว่า ถูกต้อง

โดยยึดประเทศเป็นตัวตั้ง.

ทีมการเมือง

21 มิ.ย. 2558 10:14 ไทยรัฐ