วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ่อนถูกกฎหมาย เงินอบายมุขกู้ชาติ

จุดกระแส...ให้มีการเปิดบ่อนถูกกฎหมายขึ้นมาในประเทศไทยอีกครั้ง ในสังคมยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจ การเมือง สังคมกำลังตกต่ำย่ำแย่ แต่หวังจะหาทางออก...รายได้จากการพนัน

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กทม. สะท้อนว่า อบายมุข...คือปากทางแห่งความเสื่อม ทางแห่งความพินาศ ฉิบหาย สาเหตุที่เมื่อทำไปแล้วเป็นผลให้เกิดความเสื่อมเสีย...ผู้ปฏิบัติตนตามแนวทางนี้ชื่อว่ากำลังหลงทาง กำลังจะเดินทางไปสู่ความเสื่อม ความฉิบหาย

“ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการงาน ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปสนับสนุนก็มีแต่จะนำความหายนะมาให้กับตนเอง...สังคม”

ประการแรก “ดื่มน้ำเมา” คนที่ชอบดื่มสุรา เบียร์ ไวน์ สาโท อุ กระแช่ ยาบ้า สารเสพติด...ย่อมมีผลต่อร่างกายทำให้ผู้เสพได้รับความเสื่อม นับตั้งแต่เป็นต้นเหตุให้เสียทรัพย์เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินซื้อหามา แม้บางโอกาสจะมีคนเลี้ยงอยู่บ้าง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เสพแล้วมีโอกาสติด เมื่อติดก็จะเลิกยาก

เมื่อดื่ม เสพเข้าไปแล้วเกิดการกระทบกระทั่งกันแม้แต่เรื่องเล็กๆ

น้อยๆก็ขาดสติที่จะยับยั้งชั่งใจถึงผลร้ายที่จะตามมา เกิดการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันหนักถึงขั้นเข่นฆ่ากันก็มี...เป็นต้นเหตุของโรคร้าย บั่นทอนสุขภาพ...เป็นต้นเหตุให้ถูกติฉินนินทา ถูกติเตียน ไม่ว่าจะเป็นตอนเมาหรือตอนที่อยากเมา

...เป็นต้นเหตุให้ไม่รู้จักอาย ถ้าเสพถึงขีดสูงสุดก็จะขาดความละอาย กลายเป็นคนหน้าด้านในเวลาเมา...เป็นต้นเหตุให้เกิดการบั่นทอนสติปัญญา คนที่ไม่เมาย่อมมีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี

ประการที่สอง “เที่ยวกลางคืน” ตามปกติคนทั่วไปเวลากลางวันเป็นช่วงของการทำหน้าที่การงานต่างๆ...เรียนหนังสือ ทำมาหาเลี้ยงชีวิต พอถึงเวลากลางคืนก็เป็นช่วงนอนหลับพักผ่อน แต่คนที่ชอบเที่ยวกลางคืนแล้วกลับเอาเวลาที่พักผ่อนไปเป็นเวลาเที่ยวเตร็ดเตร่ สรวลเสเฮฮาตามสถานที่ต่างๆ แม้ว่าจะเป็นการคลายเครียดวิธีหนึ่ง แต่ก็ต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ให้ดึกดื่น...ที่สำคัญต้องไม่บ่อยจนตกเป็นทาส

“เที่ยวกลางคืนมีอันตรายรอบด้าน ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทางดังที่เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ...ไม่อยู่บ้านเป็นการเปิดโอกาสให้โจรผู้ร้ายบุกเข้ามาในบ้านเรือนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังถือว่าไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกและครอบครัว...ได้ชื่อว่าไม่รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ เพราะใช้จ่ายไม่จำเป็น”

ประการที่สาม “เที่ยวดูการละเล่น” ...โทษของการเที่ยวดูการละเล่นความเพลิดเพลินในสถานที่ต่างๆ ย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนจะไปเลยทีเดียว คนจำพวกนี้มักจะมีนิสัยเจ้าสำอาง ต้องมีการแต่งเนื้อแต่งตัวให้ทันตามสมัยนิยม สิ่งเหล่านี้ต้องเสียเงินเสียทองจับจ่ายซื้อหามาใช้

ถ้ามัวแต่สนุกสนานเพลิดเพลินอยู่กับการละเล่นแล้วก็จะเสียเวลาในการทำหน้าที่ของตนเอง จึงมีโทษเหล่านี้คือมีเต้นรำ...ร้องรำทำเพลง...มีการดีดสีตีเป่าที่ไหนก็ไปที่นั่น จนเกิดการมั่วสุม...เข่นฆ่าทำร้ายร่างกายกันเกิดการเสพสุราของมึนเมา ยาบ้า...สารเสพติด กลายเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆตามมา

ประการที่สี่ “เล่นการพนัน”...การพนันนี้เป็นการแข่งขันกันด้วยทุนทรัพย์ ทั้งที่เป็นเงินทองของมีค่าอื่นๆ คนที่ติดการพนันแล้วยากที่จะตั้งตัวได้เพราะหาเงินมาได้เท่าใดก็หมดไปกับการเล่นการพนันขันต่อชนิดต่างๆ นับตั้งแต่หวย บอล ไพ่ ไฮโล ม้า มวย เป็นต้น

“การพนันมีโทษชนิดทันตาเห็น เมื่อชนะย่อมก่อเวร...ผู้เล่น

การพนันทุกชนิดต่างก็หวังจะเป็นผู้ชนะด้วยกันทั้งนั้น แต่การพนันต้องมีแพ้...มีชนะอยู่คู่กันตลอดไป เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องมีการแก้มือแก้ตัวกันอยู่ร่ำไปไม่รู้จักจบจักสิ้น ผู้ได้อยากจะเลิกแต่ผู้เสียก็ไม่ยอมเพราะจะเอาคืน”

เมื่อแพ้ก็ย่อมเสียดายทรัพย์ของตน เมื่อเล่นการพนันเสียก็ต้องเป็นผู้จ่าย พอจะจ่ายก็ต้องเสียดาย แต่จำเป็นต้องจ่ายไปเพราะเป็นผู้แพ้การพนันเสียแล้ว...เสียทรัพย์ทันตาเห็น

โบราณกล่าวไว้ว่า “โจรปล้นสิบครั้งก็ไม่เท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว ไฟไหม้สิบครั้งก็ไม่วอดวายเท่ากับคนที่ติดการพนัน” ...สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรติดตัวไว้เลย รวมถึงคุณงามความดี

คนที่ติดการพนันไม่มีใครให้ความเชื่อถือในถ้อยคำ เป็นที่หมิ่นประมาทของคนอื่น ขาดความเชื่อถือจากผู้คนในสังคมเพราะมองว่าคนนี้เป็นทาสของการพนันอย่าเข้าไปคบหาสมาคมด้วย รวมถึงไม่มีใครอยากจะเลือกเป็นคู่ครองชีวิต ไม่มีใครอยากจะให้เป็นพ่อหรือเป็นแม่ของตนเอง

...ไม่มีใครอยากจะให้เป็นหัวหน้าหรือเป็นเจ้านายของตนเองเพราะกลัวจะเลี้ยงลูกน้องไปไม่รอด พ่อและแม่ที่ติดการพนันย่อมส่งผลร้ายไปถึงลูกในครอบครัวด้วย ผู้บริหารสังคมและชาติบ้านเมืองคนใดถ้าติดการพนันเสียแล้วก็อย่าหวังเลยว่าสังคมและชาติบ้านเมืองจะปกติสุข

ดังนั้น “การพนัน” ย่อมไม่ให้เกิดความสุขความเจริญของผู้คนในสังคมและชาติบ้านเมืองอย่างแน่นอนทั้งในระยะสั้น...ระยะยาว ที่หนักที่สุดคือมีผลกระทบต่อศาสนาและองค์กรด้านส่งเสริมคุณงามความดีให้เกิดขึ้นกับลูกหลานในสังคม อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

ประการที่ห้า “คบคนชั่วเป็นมิตร” การคบคนดีก็พลอยจะดีไปด้วย แต่ถ้าคบคนที่ไม่ดีก็พลอยจะเดือดร้อนไปด้วย คนที่คบกันได้นานก็เพราะมีอุปนิสัยคล้ายคลึงกันโดยส่วนมาก คบคนเช่นใดก็ย่อมเป็นเช่นกับคนที่คบหาสมาคมนั้นๆ การคบคนชั่วเป็นมิตรจึงมีโทษ...เดินไปในทางที่ผิด ส่งผลเป็นลูกโซ่

ประการที่หก “เกียจคร้านการงาน” เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต...การงาน ก็เพราะมีความเกียจคร้านเป็นตัวฉุดรั้ง

“กงจักรเป็นดอกบัว” เห็นชั่วเป็นดี เห็นผีเป็นคน แนวความคิดที่จะผุดบ่อนการพนันถูกต้องตามกฎหมายกำลังจะนำเอาความหายนะมาสู่ลูกหลานในสังคมเราในวันข้างหน้า กำลังจะทำลายศีลธรรมอันดีงามของสังคม กำลังจะทำลายวัฒนธรรมของสังคมไทยและกำลังจะทำลายชาติบ้านเมือง

พระมหาสมัย ย้ำว่า ถ้าหากผู้บริหารบ้านเมืองและสังคมจะมีสติปัญญามืดบอด ลุ่มหลงในอบายมุขเช่นนี้ต่อไปเราก็คงต้องทำใจว่าเผ่าพันธุ์ของคนไทยจะต้องด้อยลงไปเรื่อยๆ

สุดท้ายสังคมไทย...ประเทศไทยจะต้องล่มจมเพราะ “อบายมุขครองเมือง”

การพนันเป็นหนึ่งในทางหายนะและความเสื่อม ถ้าเราไม่เชื่อและไม่ปฏิบัติตามแล้วความเลวร้ายจะต้องติดตามมาอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ ในที่สุดชาติไทยจะต้องล่มจมเพราะคนในชาติ “หลงผิด”

บ่อนถูกกฎหมาย...เป็นการนำเอาอบายมุขมาครอบงำคนไทย ลูกหลานไทย สนับสนุนให้อนุชนรุ่นหลังลุ่มหลง ถ้าเกิดขึ้นก็ต้องทำใจว่าบรรพชนได้สร้าง “ตราบาปให้กับลูกหลานของเรา” นั่นเอง

“เราในฐานะเป็นพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์จะไม่ยอมให้ศีลธรรมเสื่อม จะไม่ยอมให้พระพุทธศาสนาเสื่อมจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยไป จะเดินหน้าออกเผยแผ่ธรรมะชี้นำว่าอะไรดีอะไรชั่วตามหลักธรรมคำสอนของพระศาสดาทั้งในวัด...นอกวัด ส่วนผู้ที่กำลังจะหมดอำนาจวาสนา กำลังจะปลดเกษียณ กำลังจะแก่ชราไปก็คงต้องปล่อยให้เขาหลงผิดต่อไป ให้จากโลกนี้ไปตามกาลเวลา...”

“อำนาจนั้นย่อมไม่คงที่ ส่วนความดีเท่านั้นที่คงทน”...สุดท้ายทุกชีวิตล้วนจบลงที่ความตาย จะเหลือไว้เพียงผลงานคือ...“ความดี” หรือ “ความชั่ว” ให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้เท่านั้น.

21 มิ.ย. 2558 09:34 ไทยรัฐ