วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กมธ.ซ่อนปม โอเพ่นลิสต์ ‘ปู’ ทำบุญวันเกิด ‘ดาวดิน’ ท้าให้จับ

กมธ.ยกร่างฯยอมปรับระบบเลือกตั้ง หั่น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เหลือ 150 ที่ ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ยังซ่อนกลไม่ยอมโละทิ้งโมเดลโอเพ่นลิสต์ รอไปใช้กับระบบโหวตอิเล็กทรอนิกส์ “ดิเรก-เสรี” ประสานเสียงขอประชามติคำถามเดียว ห่วงแตกประเด็นทำเสียของ “พีระศักดิ์” ส่งซิกลากยาวโรดแม็ป ให้รัฐบาล “ลุงตู่” ชง พ.ร.บ.งบฯฉบับใหม่ กปปส.ไขลานเร่งปฏิรูป มะกันยาหอมไทยทำสำเร็จต้านก่อการร้าย แต่ยังเป็นแหล่งปลอมเอกสาร-ฟอกเงิน “ปู” วางคิวเดินสายทำบุญวันเกิดครบ 4 รอบกับคนสนิท ตร.กดดันหนัก 9 นศ.หน้าหอศิลป์ไม่มารายงานตัวเจอหมายจับ กลุ่มดาวดินท้าทาย “จับได้แค่กายแต่ใจจับไม่ได้”

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ประกาศว่าถ้ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญได้ตามที่คาดหวังไว้ จะเป็นผู้เขียนเองนั้น

ยกร่างฯ ยอมปรับระบบเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้ถกแถลงประเด็นหลักที่มีผู้แสดงความเห็นจำนวนมากไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ โดยปรับแก้ให้กระชับเหมาะสมและลดกระแสความขัดแย้งลงได้บ้างแล้ว เช่น ระบบการเลือกตั้งที่จะไม่ให้ประชาชนสับสนในวิธีการ ให้เข้าใจระบบได้ง่ายเพื่อป้องกันปัญหาบัตรเสีย โดย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่ปรับจำนวนลงเหลือ 150 คน จากเดิม 200 คน และปรับระบบเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเหมือนแบบเก่า จากเดิมที่เขียนไว้ให้มี 6 ภาค เพื่อป้องกันความสับสน และลดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคเล็กกับพรรคใหญ่


ซ่อนกลไม่ทิ้งโมเดลโอเพ่นลิสต์

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวต่อว่า ส่วนระบบโอเพ่นลิสต์ที่หลายฝ่ายท้วงติงว่าไม่เหมาะสม เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความสับสนและกระบวนการมีความยุ่งยาก ทั้งวิธีการลงคะแนน และวิธีคำนวณคะแนน รวมทั้งงบประมาณและเวลาที่ต้องใช้จำนวนมากนั้น กมธ.ยกร่างฯ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีโดยการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะไม่ใช้ระบบโอเพ่นลิสต์ แต่จะใช้เมื่อเราสามารถใช้วิธีการลงคะแนนเลือกตั้งโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ จึงจะปรับมาใช้ระบบโอเพ่นลิสต์ ทั้งนี้ ภาพรวมการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญยังคงเป็นไปตามเจตนารมณ์หลัก 4 ประการ ที่ กมธ.ยกร่างฯ ยึดมาตั้งแต่แรก พยายามทำให้เข้ากับภาวะของประเทศไทย และรักษาความสมดุลทางการเมืองได้

“ดิเรก” ขอประชามติคำถามเดียว

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช.กล่าวว่า ในส่วนการตั้งคำถามทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรตั้งเพียงคำถามเดียว คือ จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น เหมือนตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 50 จึงจะเรียกว่าเป็นการทำประชามติที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องมีคำถามข้ออื่นจาก สนช.และ สปช. เพราะจะยิ่งทำให้ประชาชนสับสน การมีคำถามประเด็นอื่นมาแทรก ถือว่าผิดหลักการทำประชามติ ยิ่งหากคำถามที่แทรกมามีเนื้อหาไปขัดแย้งกับคำถามประชามติหลัก จะยิ่งสร้างความสับสน เพราะไม่เคยมีประเทศใดที่ทำประชามติโดยการตั้งคำถามหลายข้อ

“เสรี” ห่วงแตกประเด็นทำเสียของ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า คาดว่า สปช.จะนัดหารือเรื่องการตั้งคำถามทำประชามติช่วงปลายเดือน ส.ค. ถึงต้นเดือน ก.ย. หลังจากที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาให้ สปช.พิจารณาก่อนลงมติ แต่ขณะนี้ใครจะเสนอคำถามใดก็ให้เตรียมไว้แล้วค่อยมาคุยกัน ส่วนตัวเห็นว่าคำถามที่ สนช.และ สปช.จะเสนอ ควรเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาของประเทศจริงๆ ต้องระมัดระวังไม่ให้คำถามไปขัดแย้งกับคำถามหลักเรื่องจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คำถามอะไรที่หากถามแล้วสุ่มเสี่ยงจะเกิดความขัดแย้งกับคำถามหลัก ไม่ควรถาม ส่วนคำถามเรื่องการปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้งนั้น เห็นว่าไม่ควรถาม เพราะเท่าที่ดูกรอบเวลาก็จะไปเลือกตั้งช่วงปลายปี 59 อยู่แล้ว ถือว่าช่วงเวลาใกล้เคียงกับการปฏิรูป 2 ปีอยู่แล้ว ถามไปก็เสียของเปล่าๆ

เร่งปิดจ๊อบแผนแม่บทปฏิรูป

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการวิป สปช. กล่าวว่า สปช.จะเร่งพิจารณาแผ่นแม่บทการปฏิรูปทั้ง 18 ด้านของคณะกรรมาธิการ 18 คณะ ซึ่งจะเป็นการพิจารณาแผนแม่บทรอบสุดท้าย ที่ประธานสปช.กำหนดพิจารณาให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. ซึ่งการประชุม สปช. วันที่ 24 มิ.ย.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ จะมีการสัมมนาแลกเปลี่ยนความเห็น สปช. เรื่องแผนแม่บทปฏิรูปทั้ง 18 ด้าน รายงานวิสัยทัศน์ออกแบบประเทศไทย รวมทั้งการสานต่อแนวทางปฏิรูปแต่ละเรื่อง เพื่อให้เห็นการบูรณาการภาพรวมวาระปฏิรูปทั้งหมด ส่วนจะหารือเรื่องการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้บรรจุอยู่ในวาระดังกล่าว แต่สมาชิกสามารถหยิบยกมาพูดคุยได้

“พีระศักดิ์” ส่งซิกลากยาวโรดแม็ป

ที่ศาลากลาง จ.เลย นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำสมาชิกสนช.ลงพื้นที่พบประชาชน ตามโครงการ สนช.พบประชาชน มีนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย ให้การต้อนรับ โดยนายพีระศักดิ์กล่าวระหว่างการประชุมหารือกับส่วนราชการว่า หลัง สนช.ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว คาดว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จประมาณเดือน ส.ค.เพื่อส่งให้ สปช.ลงมติว่า จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในวันที่ 6 ก.ย. จากนั้นจะมีการทำประชามติรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าถ้ามองอย่างโลกสวย เดือน ม.ค.2559 ไม่มีทางทำประชามติได้ เพราะตามขั้นตอนต้องจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญส่งให้ประชาชนราว 24 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร

ให้รัฐบาล “ลุงตู่” ชงงบฯฉบับใหม่

นายพีระศักดิ์กล่าวอีกว่า ยังไม่รู้ว่า สปช.จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ทราบว่าจะมีสำนักพิมพ์ใดกล้าตุนกระดาษไว้ล่วงหน้า ต้องรอหลัง สปช.ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สำนักพิมพ์จึงจะกล้ากว้านซื้อกระดาษมารับพิมพ์ และต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันทำประชามติ คาดว่าเร็วสุดที่จะทำประชามติได้คือประมาณวันที่ 6 ก.พ.2559 จากนั้นประมาณเดือน ต.ค.-ธ.ค.59 จึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ และต้องใช้เวลารอประกาศผลเลือกตั้งอีก 30 วัน เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ไปถึงต้นปี 2560 เพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีถัดไป

“ปนัดดา” ยันไม่ยุบอำนาจท้องถิ่น

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงประธาน สปช. คัดค้านการร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ยกเลิกอำนาจบริหารราชการส่วนภูมิภาค และให้ ผวจ.ทุกจังหวัดมาจากการเลือกตั้งว่า เข้าใจว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านหวั่นวิตก การทำงานส่วนภูมิภาค กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นพนักงานท้องถิ่น ถ้าไปยกเลิกระบบการทำงานก็จะไปเหมือน กทม. พอเกิดปัญหา รมว.มหาดไทยต้องลงไปช่วยแก้ไข อย่างปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ระบบภูมิภาคในปัจจุบันแต่ละจังหวัดช่วยเหลือกัน แชร์ภาษีร่วมกันทั้งประเทศ เพราะแต่ละจังหวัดไม่ได้ร่ำรวยเท่ากัน ถ้าไปยกเลิกจะกลายเป็นตัวใครตัวมัน รวมถึงระบบ ผวจ.ก็ยังควรเป็นระบบเดิม แต่ต้องปรับทัศนคติการทำงานให้เข้ากับท้องถิ่นให้ได้ คานอำนาจกันให้ได้ ไม่ใช่ไปเป็นปี่เป็นขลุ่ยในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

กปปส.ไขลานรัฐบาลเร่งปฏิรูป

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ฝากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) นำเรียนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องเร่งทำการปฏิรูป เพราะมีความพร้อมหลายเรื่อง อาทิ 1.มีข้าราชการทุกกระทรวงอยู่ในมือ 3 ล้านคน ที่รัฐบาลสามารถสั่งการได้ 2.มีงบประมาณกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี 3.มีรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 และกฎหมายทุกฉบับอยู่ในมือ สามารถขับเคลื่อนได้ทันที เมื่อถามว่า ศปป.สั่งห้ามพูดคุยเรื่องการเมืองหรือไม่ นายถาวรตอบว่า ศปป.บอกให้ตนพูดได้ทุกเรื่อง ซึ่งนำเสนอไปทุกเรื่อง ขอให้เร่งดูแลเรื่องปฏิรูปกระบวนการกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน เร่งออกกฎหมายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการทวงคืนผืนป่าตามแนวทางพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

ซัด สปช.ไม่รู้ภารกิจจำเป็นเร่งด่วน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า การรัฐประหารของ คสช.เป้าหมายสูงสุดคือการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง สปช.ที่ คสช.ตั้งขึ้นมาจึงต้องกำหนดให้ชัดว่าเรื่องไหนเร่งด่วน เรื่องเร่งด่วนคือการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปตำรวจ จัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน แต่แปลกใจที่จู่ๆหยิบเรื่องไม่เร่งด่วน คือเสนอเปิดกาสิโนออกมาแถลงให้เสมือนเร่งด่วน ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก สวนทางกับนโยบายของ คสช.เอง กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวต้องมีจิตสำนึก มีข้อแปลกใจเรื่องที่มาของ สปช.กลุ่มนี้ แต่ละคนล้วนเคยเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย บางคนเป็นอดีตคนในระบอบทักษิณ จึงไม่แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปเพื่อจุดประเด็นจงใจสร้างความปั่นป่วนขึ้นมาหรือไม่ คสช.ซึ่งมีอำนาจต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว อย่าปล่อยให้คน 12 คน มาชักใบให้เสียหาย

โพลยังเชื่อมั่นศักยภาพของไทย

ขณะที่กรุงเทพโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความเชื่อมั่นประเทศไทยหลังครบ 1 ปี คสช.” พบว่าจากคะแนนเต็ม 10 ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยเฉลี่ยรวมทุกด้าน 5.43 คะแนน ซึ่งปรับสูงขึ้นกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ได้ 4.87 คะแนน โดยความเชื่อมั่นด้านการเมืองมากที่สุด 5.62 คะแนน รองลงมาคือด้านเศรษฐกิจ 5.37 คะแนน ส่วนความเชื่อมั่นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ถือว่าน้อยที่สุดอยู่ที่ 5.30 คะแนน เมื่อพิจารณาคะแนนความเชื่อมั่นแต่ละตัวชี้วัดทั้งหมด 12 ตัวชี้วัด พบว่าด้านความสามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน/คสช. ได้คะแนนมากที่สุด 6.16 คะแนน ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านฐานะการเงินของประเทศได้คะแนนต่ำที่สุด 4.93 คะแนน ส่วนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่าร้อยละ 51.2 เชื่อว่าจะดีขึ้น มีเพียงร้อยละ 12.5 ที่เชื่อว่าจะแย่ลง

“วัชระ” ยืมดาบ ป.ป.ช.ฟัน “บิ๊กอ๊อด”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระของไทยไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระของไทยมีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่คิดว่าคนอย่างนายโภคินจะกล้าออกมาบิดเบือนกล่าวให้ร้ายกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระไทยได้ถึงเพียงนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่น่าละอาย นอกจากนี้ สัปดาห์หน้าตนจะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีที่ไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่กลับไปสนับสนุนเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

ทวงผลสอบ 2 สนช.เอี่ยวโกง

อีกเรื่อง นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขอทวงถามความคืบหน้าหลังออกมาให้ข้อมูลมี 2 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ขณะนี้ดำรงตำแหน่ง สนช. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืช ในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดเลย ว่าคืบหน้าถึงไหนแล้ว เพราะดูเหมือนจะเป็นการตัดตอน หรือสอบสวนที่ไม่จริงและล่าช้า ที่สุดจะซ้ำรอยกรณีทุจริตไมโครโฟนที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ผลสอบออกมาว่า ไม่มีผู้เกี่ยวข้อง ตนสงสัยว่าในเมื่อนายชาญวิทย์ วสยางกูร สนช. อดีต ผวจ.มุกดาหาร มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว แต่ทำไมสนช.ยังแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 59 และยังให้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชา-สัมพันธ์ เอาคนที่ยังไม่เคลียร์ตัวเองมาทำหน้าที่นี้

จี้ “พรเพชร” ปลดพ้น กมธ.งบฯ 59

นายวิลาศกล่าวต่อว่า เสมือนส่งแมวไปเฝ้าปลาย่างหรือไม่ ที่สำคัญหลังตรวจสอบพบผู้เกี่ยวข้องมากมาย ก็มีการวิ่งเต้นล็อบบี้เสนอจ่ายเงินเพื่อให้ยุติการสอบสวน จึงฝากไปถึง สนช.ทั้ง 2 คน ว่าไม่คิดจะแสดงความรับผิดชอบเลยหรือ และขอเรียกร้องให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ปลด สนช. 2 คนนี้ออกจากการเป็น กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2559 เพราะนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่าคนที่มีหน้าที่หากเกิดข้อสงสัยว่าทุจริต ก็ให้ออกไว้ก่อน การเป็น กมธ.งบประมาณฯที่ต้องพิจารณางบทั้งประเทศ จึงถือว่าไม่เหมาะสม

ผู้ตรวจการฯส่งการบ้านวิธีแก้แล้ง

นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า กำลังรวบรวมข้อเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างบูรณาการและยั่งยืน เพื่อเสนอไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังมีประชาชนร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดินจำนวนมาก ทั้งการขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ที่รัฐบาลต้องจ่ายชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบ การจัดทำรายชื่อผู้ประสบภัยแล้งตกหล่นจนพลาดโอกาสรับความช่วยเหลือ การขอรับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกัน ตลอดจนการบริหารงานของหน่วยงานที่แก้ปัญหาอย่างล่าช้า ไม่โปร่งใส รวมทั้งปัญหาโครงการต่างๆที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง โดยจะรวบรวมข้อมูลเสนอแนะและสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าเสร็จเร็วๆนี้

นายกฯปลื้มเด็กแห่เรียนอาชีวะ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มอบนโยบายพัฒนาคนและพัฒนาแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์และกำหนดแผนให้สอดคล้องกับนโยบาย เพื่อสร้างภาพลักษณ์อาชีวะสร้างชาติ ล่าสุด สอศ.รายงานการเปิดรับสมัครนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ประจำปีการศึกษา 2558 มีผู้สมัครถึง 202,410 คน จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้สมัคร 178,538 คน เพิ่มขึ้นถึง 26.04% เมื่อเทียบกับปี 2557

มะกันยาหอมไทยต้านก่อการร้าย

วันเดียวกัน นางทีน่า เอส. ไคดานาว เอกอัครราชทูตและผู้ประสานงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานเรื่องการก่อการร้ายประจำปี ค.ศ.2014 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. โดยในรายงานระบุว่าไทยมีความสำเร็จในการต่อต้านการก่อการร้าย แม้จะยังเผชิญกับความท้าท้ายในการควบคุมความมั่นคงภายในประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ใดๆว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ของไทยเชื่อมโยงกับกลุ่ม ISIL หรือกลุ่มระหว่างประเทศอื่น ขณะเดียวกัน ไทยยังคงมีปัญหาเป็นแหล่งผลิตเอกสารปลอม เช่น หนังสือเดินทางและสูติบัตร รวมถึงยังเป็นแหล่งฟอกเงินที่สำคัญของภูมิภาค

“ปู” ทำบุญวันเกิดสี่รอบเรียบง่าย

ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะครบรอบวันเกิด 4 รอบ อายุ 48 ปีในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะทำบุญช่วงเช้า และเดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดแสนสุข ถ.สุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี กทม. ก่อนร่วมทานข้าวเที่ยงกับบรรดาเพื่อน นักธุรกิจ รวมทั้งนักการเมืองคนสนิท ที่โรงแรมเซ็นทาราวอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ย่านประตูน้ำ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บรรดาแฟนคลับผู้ที่ชื่นชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่างเข้ามาอวยพรวันเกิดล่วงหน้ากันอย่างคึกคักบนโลกโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการต่อสู้คดีที่กำลังเผชิญอยู่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โพสต์ภาพถ่ายและภาพวาดเหมือน ที่ถ่ายคู่กับ “น้องไปก์” ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ลงบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ระบุว่า “แล้วก็ทำให้ปลื้มใจเมื่อเห็นภาพเหมือนรูปนี้ที่เพื่อนส่งไปรษณีย์จากเชียงใหม่มาให้ ขอบคุณ ปุ๊กกับเบิ้มมากนะจ๊ะ คิดถึงเพื่อนเสมอ”

อดีต ปธน.เกาหลีใต้ร่วมอวยพร

ต่อมาช่วงเย็น น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณท่านลี มยอง บัค อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ส่งดอกไม้มาอวยพรวันเกิดดิฉันล่วงหน้าในวันนี้ ดีใจมากค่ะ ที่ท่านยังใส่ใจและระลึกถึงดิฉัน เชื่อว่าความสัมพันธ์และมิตรภาพอันดีระหว่างคนไทยและเกาหลีใต้ จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไปค่ะ ในโอกาสนี้ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีไปยังประเทศเกาหลีใต้ ให้สามารถแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรค MERS ให้ได้โดยเร็วด้วยค่ะ”

ขณะที่การต่อสู้คดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตกเป็นจำเลย ข้อหาไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวสมัยที่เป็นนายกฯนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อยื่นบัญชีพยาน ในช่วงสิ้นเดือน ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย.

ตร.ขู่ 9 นศ.ไม่มาเจอหมายจับแน่

อีกเรื่อง ตามที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 กับ 9 นักศึกษาและอดีตนักศึกษาที่จัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพ สี่แยกปทุมวัน กทม. แต่ทั้งหมดไม่มาพบตามหมายเรียก ตำรวจจึงเตรียมขออนุมัติออกหมายจับจากศาลทหารพระธรรมนูญ ล่าสุด พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน ให้สัมภาษณ์ว่า จนถึงขณะนี้มีเพียงนายชาติชาย แกดำ อายุ 31 ปี อดีตพิธีกรกลุ่ม คปท.รายเดียว ที่ส่งตัวแทนติดต่อเพื่อขอเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 22 มิ.ย. ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือหากไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 22 มิ.ย. ตำรวจจะส่งคำร้องต่อศาลทหารพระธรรมนูญเพื่อขอออกหมายจับต่อไป

กลุ่มดาวดินท้าทายตำรวจมาจับ

ส่วนนักศึกษากลุ่มดาวดิน 7 คนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งไม่ได้เข้ามารายงานตัวตามหมายเรียกของตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านนาหนองบง หมู่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย หลังทราบว่านักศึกษากลุ่มดาวดินมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งพบว่าทั้ง 7 คนเพิ่งกลับจากช่วยชาวบ้านดำนา ตั้งวงกินข้าวอยู่บนที่พักศาลากลางทุ่งนา โดยทุกคนไม่มีทีท่าวิตกกังวล พูดคุยสนุกสนานเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากการสอบถามนายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ อายุ 22 ปี หนึ่งในกลุ่มดาวดิน กล่าวว่า พวกตนไม่ได้หลบหนีไปไหน มาร่วมกับชาวบ้านทำกิจกรรมต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาเหมืองแร่ พวกตนประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่าอยู่ที่นี่ ถ้าจะมาจับก็ยอมให้จับทันที ไม่ขัดขืน ส่วนจะมีชาวบ้านออกมาต่อต้านหรือไม่นั้นไม่รู้ และบอกไม่ได้

“จับได้แค่กายแต่ใจจับไม่ได้”

ด้านนายศุภชัย ภูครองพลอย อายุ 23 ปีกลุ่มดาวดิน กล่าวว่า ที่เรากล้ายอมรับโทษยอมรับผิด เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องการแสดงออกให้เห็นว่ากฎหมายที่ใช้มาจับพวกตนมันไม่เป็นธรรม กล้าจับก็ให้จับ จับได้แค่กายแต่ใจจับไม่ได้ พวกตนซื่อสัตย์ต่อจิตสำนึกว่ากฎหมายตรงนี้ไม่ใช่กฎหมาย มันไม่เป็นธรรม ออกมาจากคณะอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ยึดโยงอะไรกับประชาชนเลย ตามหลักการเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคล ละเมิดตั้งแต่ฉีกรัฐธรรมนูญผิดตั้งแต่ต้นแล้ว จากนั้นนักศึกษากลุ่มดาวดินทั้ง 7 คน ขอตัวกลับไปร่วมดำนากับชาวบ้าน พร้อมเรียงแถวชูกำปั้นด้วยมือขวายกขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่า “อยู่ที่นี่ไม่ได้หนีไปไหน อยากจับก็ให้มาจับเลย”

มทภ.2 แจง จนท.เน้นพูดคุย

พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดินเป็นกลุ่มเล็กๆพยายามจะเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่น ขัดความสงบ แต่เจ้าหน้าที่พยายามห้ามปราม ทำความเข้าใจตักเตือน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจดี มาตรการในการดำเนินการกับกลุ่มดาวดินต้องทำอย่างละมุนละม่อมให้มากที่สุด เพราะเป็นนักศึกษายังเป็นเด็กอยู่ เราพยายามทำความเข้าใจพูดคุยกับผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองคงหนักใจเพราะไม่สามารถควบคุมลูกได้ ที่บอกว่าทหารไปข่มขู่ผู้ปกครองนั้นคงไม่ใช่ ไปทำความเข้าใจไม่ใช่ไปหาเรื่องผู้ปกครอง ว่าลูกของเขาออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน มันทำไม่ได้ผิดกฎหมาย และทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ออกมาปฏิเสธแล้วว่า นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ใช่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลเท่านั้น ถ้าเคลื่อนไหวอะไรก็ตามที่ขัดกับกฎหมายเราต้องดำเนินการ

กมธ.ยกร่างฯยอมปรับระบบเลือกตั้ง หั่น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เหลือ 150 ที่ ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ยังซ่อนกลไม่ยอมโละทิ้งโมเดลโอเพ่นลิสต์ รอไปใช้กับระบบโหวตอิเล็กทรอนิกส์ “ดิเรก-เสรี” ประสานเสียงขอประชามติคำถามเดียว... 21 มิ.ย. 2558 04:28 ไทยรัฐ