วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เฒ่าโอมาน’ ดีขึ้น โบกมือ! หายใจ-กินเองได้

ทักทายกับนพ.รัชตะที่ไปเยี่ยม เจอแล้วสาวบุรีรัมย์กักตัวทันที WHO ชมไทยรับมือเมอร์สเจ๋ง

องค์การอนามัยโลกชื่นชมไทย รับมือผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส-โควี ได้รวดเร็วและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ขณะที่ สธ.เผยอาการชายสูงวัยชาวโอมานดีขึ้น หายใจ-กินอาหารได้เองบ้าง รวมถึงโบกมือทักทาย “นพ.รัชตะ” ที่เข้าเยี่ยมไข้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนญาติมีอาการปกติ เผยพบผู้สัมผัสโรคทั้งสิ้น 175 ราย เตรียมเรียกโรงพยาบาล-คลินิกเอกชน ร่วมวางมาตรการสกัดเมอร์ส วอนอย่าเชื่อข่าวลือในโซเชียล ยืนยันพบตัวชาวบุรีรัมย์-คนขับแท็กซี่แล้วทั้งคู่อาการยังปกติ และนำตัวไปดูอาการ 14 วัน ขณะที่สถานการณ์ในเกาหลีใต้ก็มีแววดีขึ้น หลังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้าการรักษาและเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อไวรัสโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส ที่พบรายแรกในไทยเป็นชายชาวโอมาน วัย 75 ปี ที่เดินทางพร้อมครอบครัวจากประเทศโอมาน มายังไทยและขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร โดยเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคเมอร์ส ว่าอาการของผู้ป่วยขณะนี้ดีขึ้นรับออกซิเจนน้อยลง เพราะหายใจได้เองดีขึ้น ผลการเอกซเรย์ปอดดีขึ้น และขณะนี้รับประทานอาหารอ่อนๆได้แล้ว ส่วนญาติอีก 3 รายไม่มีอาการไข้ หรือไอแล้ว โดย 2 รายมีการตรวจผลยืนยันว่าไม่พบเชื้อ ส่วนอีก 1 รายที่ไม่สามารถยืนยันผลได้นั้น ขณะนี้ไม่มีอาการไข้แล้ว ดังนั้นตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) จะไม่มีการตรวจเชื้อแล้วในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ แต่จะพิจารณาอีกครั้งใน 1-2 วัน ว่าจะต้องตรวจเชื้อซ้ำหรือไม่ แต่ประชาชนไม่ต้องกังวลเพราะทั้งหมดต้องอยู่ในห้องแยกโรค จนครบ 14 วัน

ส่วนผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยรายดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 175 รายนั้น นพ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า บางส่วนได้เชิญตัวมาอยู่ที่สถานพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ ขณะที่บางส่วนให้กักตัวเองอยู่กับบ้านภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และจะกักตัวจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรคคือ 14 วัน ทั้งนี้ ในจำนวนดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หรือเสี่ยงน้อยจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากมีการปรับลด ปรับเพิ่มระหว่างวันได้ตลอด ส่วนกรณีของชาวบุรีรัมย์ที่เดินทางมาจากสายการบินเดียวกับผู้ป่วยและนั่งใกล้กับผู้ป่วยนั้นสามารถติดตามตัวได้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องสงสัยก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะนี้อาการเป็นปกติ และอยู่ในการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่นเดียวกับคนขับแท็กซี่ที่สามารถติดตามจนครบทั้ง 2 รายแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลเอกชนทุกรายมีอาการปกติ

นพ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้เชิญโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่ง ที่ชาวตะวันออกกลางนิยมมาใช้บริการ มาร่วมหารือเกี่ยวกับระบบการเฝ้าระวังและคัดกรองโรค ซึ่งทุก รพ.มีระบบคัดกรองคนไข้ก่อนเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทย โดยมีบริษัทเอเจนซี่ในตะวันออกกลางประสานข้อมูลจากแพทย์ในประเทศนั้นๆ ก่อนส่งตัวมาไทยอยู่แล้ว และหากพบว่าผู้โดยสารมีอาการไข้สูง ตามกฎของสายการบินทั่วโลก จะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน ส่วนผู้ที่เดินทางเข้ามาเองมักจะมีสุขภาพดี ถ้ามาเจ็บป่วยที่ไทยทางโรงพยาบาลเอกชนก็มีการเตรียมความพร้อมในการคัดกรองและแยกผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ป่วยทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ สธ.จะเชิญโรงพยาบาลเอกชน และคลินิกเอกชน ประมาณ 100 แห่ง เข้ามาหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังควบคุมโรค และขณะนี้สายการบินจากประเทศตะวันออกกลาง และประเทศเกาหลีใต้ที่จะเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ นั้น ทางท่าอากาศยานต่างๆ เปิดช่องทางพิเศษสำหรับผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคให้เข้าสู่ระบบคัดกรองก่อนผ่าน ตม.เข้ามาในไทย ทั้งนี้ กรณีที่มีข่าวลือในช่องทางต่างๆ ว่าพบผู้ป่วยเมอร์ส ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศนั้น ขอยืนยันว่าขณะนี้ไทยพบผู้ป่วยเพียงรายเดียวคือชายชาวโอมานเท่านั้น และขอให้ประชาชนอย่าเชื่อข่าวลือจากโซเชียลมีเดีย อยากให้รับฟังข้อมูลจาก สธ.โดยตรง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงปัจจุบัน สธ.มีระบบการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้และตะวันออก กลาง โดยคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้และส่งเชื้อตรวจจำนวน 38 ราย เป็นคนที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ 23 ราย และตะวันออกกลาง 15 ราย ผลการตรวจทุกรายเป็นลบ คือไม่ติดเชื้อเมอร์ส

ด้าน พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น อยู่ในห้องแยกโรค รับปริมาณออกซิเจนน้อยจาก 5 ลิตร เหลือ 2 ลิตร และรับประทานอาหารได้เอง ส่วนบุตรชายและน้องชาย อาการไข้ ไอ ลดลง ภาวะความเครียดหรือวิตกกังวลก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากมีล่ามจากโอมานช่วยเรื่องการสื่อสาร นับเป็นสัญญาณที่ดี

จากนั้นเวลา 14.00 น. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางไปที่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยชาวโอมาน โดยเมื่อมาถึงที่สถาบันฯ รมว.สาธารณสุข ได้ทักทายบุคลากรและสอบถามถึงมาตรการการทำงานของทางสถาบันฯ หลังจากนั้นเดินทางไปยังอาคาร 3 ชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องแยกโรคที่ใช้กักตัวผู้ป่วย โดยใช้ลิฟต์พิเศษ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทั้งนี้ นพ.รัชตะกล่าวภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยว่า ขณะนี้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และจากการที่ตนมองผู้ป่วยผ่านทางช่องหน้าต่าง ซึ่งผู้ป่วยเมื่อรู้ว่าตนมาเยี่ยมก็ยกมือทั้ง 2 ข้างขึ้น เพื่อโบกมือทักทายตน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าผู้สัมผัสทั้ง 175 รายนั้นมีโอกาสติดโรคจากผู้ป่วยรายดังกล่าวได้ค่อนข้างน้อย แต่ สธ.ก็ต้องทำตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มข้นเพื่อความไม่ประมาท

ขณะที่วันเดียวกัน นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่าพบผู้ป่วยต้องสงสัยป่วยเมอร์ส ที่ รพ.ศิริราช ว่าขอยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรคเมอร์ส ที่ รพ.ศิริราช แต่อย่างใด ส่วนภาพบุคลากรของ รพ.ศิริราช สวมชุดป้องกันโรคนั้นเป็นเพียงภาพเก่าที่มีการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ทั้งนี้ มาตรการควบคุมป้องกันการระบาดของเมอร์สยังอยู่ในระดับ 1 คืออยู่ในความดูแลของ สธ. หาก สธ.รับไม่ไหวถึงจะยกมาตรการป้องกันเป็นระดับ 2 คือให้ รพ.ในโรงเรียนแพทย์ร่วมรับสถานการณ์

ส่วนกรณีการตามหาผู้โดยสารคนไทยที่นั่งติดกับผู้ป่วยชาวโอมานในเที่ยวบินเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเป็นชาวบุรีรัมย์ และถือว่าเป็นผู้อยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวังติดเชื้อเมอร์สนั้น มีรายงานข่าวว่า สธ.เจอตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว โดยต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 120 หมู่ 3 บ้านโคกหัวเสือ ต.ยายแย้ม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านนายม้วน อำมาตย์เสนา อายุ 72 ปี และนางนวล อำมาตย์เสนา อายุ 70 ปี บิดาและมารดา น.ส.ฉลวย เจริญศิริ อายุ 40 ปี ผู้เข้าข่ายต้องสงสัยติดไวรัสเมอร์ส เปิดเผยว่า ลูกสาวไปทำงานนวดแผนไทยที่ประเทศโอมาน ตั้งแต่ปี 2553 และได้เดินทางกลับมาทุกปี หลังทราบว่านั่งเครื่องบินแถวเดียวกับผู้ป่วยโรคเมอร์ส สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ รับตัวไปกักเพื่อคอยสังเกตและเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยลูกสาวเดินทางกลับมาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่พบอาการไอ หรือจาม ตนมั่นใจว่าไม่ติดเชื้ออย่างแน่นอน

ด้าน นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้นำตัวหญิงต้องสงสัยไปกักบริเวณ เฝ้าดูอาการ 14 วัน หากไม่พบสิ่งผิดปกติสามารถกลับบ้านได้ ขณะเดียวกัน นายทวี ไขว้พันธุ์ ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสมพร สุระโคร ผู้ใหญ่บ้านโคกหัวเสือ ต.ยายแย้ม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบและทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อป้องกันความตื่นตระหนก

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายแพทย์วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงคนไข้ 3 รายที่เฝ้าระวังเข้มข้นตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขหลังจากที่ได้ร่วมเดินทางกับรายที่ป่วยบนเครื่องบินลำเดียวกันว่า ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสเมอร์สเข้ารักษาที่โรงพยาบาลปากช่องนานา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 1 ราย เป็นเด็กชายอายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่วมโดยสารมาพร้อมกับครอบครัว รวมจำนวน 3 คน ในเครื่องบินลำเดียวกันกับชายชาวโอมานวัย 75 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส และเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เด็กชายคนดังกล่าวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ขณะที่มารดาและญาติของเด็กชายที่ร่วมเดินทางมากับเครื่องบินลำเดียวกันไม่พบว่ามีอาการป่วย และผลการตรวจไม่พบเชื้อไวรัสเมอร์ส อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงกักตัวบุคคลทั้ง 3 รายไว้รอดูอาการ และได้ส่งตัวอย่างเลือดของบุคคลทั้ง 3 รายไปตรวจที่กรุงเทพฯ เพื่อยืนยันผลที่แน่ชัดต่อไป

ขณะเดียวกัน ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สในพื้นที่ภาคใต้ นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากร รวมถึงวางแผนงานการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเมอร์ส เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วงประชาชนที่จะต้องเดินทางไปแสวงบุญ หรือไปประกอบพิธีฮัจญ์ รวมไปถึงกลุ่มที่ไปอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย หรือตะวันออกกลาง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคเมอร์สกลับมา

เช่นเดียวกับที่ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ นพ.พนัส โสภณพงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ทางจังหวัดมีการเฝ้าติดตามนักท่องเที่ยว 6 ราย ที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้แม้จะไม่มีอาการไข้ และเดินทางไปมาเลเซียแล้ว 4 ราย คงเหลืออยู่ 2 ราย ที่พักอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดหากเป็นไข้ขึ้นมาต้องถูกกักตัว ขณะนี้เพียงแต่เฝ้าระวังเท่านั้น

ส่วนที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ คอยเฝ้าระวังตลอดเวลา หากพบนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 36.5 องศา จะเรียกมาตรวจด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิอีกครั้งพร้อมกับสอบสวนโรคเบื้องต้นว่าจะเข้าข่ายเป็นผู้ติดเชื้อหรือไม่ และเพื่อให้การคัดกรองผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแต่ละวันจะมีเที่ยวบินจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้เข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ 32 เที่ยวบินต่อวัน จึงจัดให้เที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 ประเทศ ได้แก่ ประเทศโอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน จอร์แดน และเกาหลีใต้ มาจอดที่หลุมจอด ซึ่งติดกับอาคาร E และ F ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่คัดกรองผู้ต้องสงสัยได้ง่ายขึ้น และไม่ปะปนกับนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศอื่น
ขณะที่วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างถ้อยแถลงของนางคริสเตียน ลินด์แมร์ โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) จากสำนักงานในนครเจนิวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยตอบสนองอย่างรวดเร็วและดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หลังพบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในประเทศ โดยได้ดำเนินการแยกผู้ป่วยและแยกเฝ้าระวังญาติผู้ป่วยป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัส

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สในเกาหลีใต้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ระบุทางการเกาหลีใต้แถลงปรับเพิ่มผู้เสียชีวิตจากไวรัสเมอร์สอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 25 ราย หลังผู้ป่วยชายวัย 63 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่เมืองเจือนจู ทางภาคใต้ โดยผู้เสียชีวิตติดเชื้อไวรัสเมอร์สตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.ในระหว่างเดินทางไปเยี่ยมภริยา ซึ่งป่วยมะเร็งพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลซัมซุง เมดิคัล เซ็นเตอร์ในกรุงโซล ส่วนผู้ป่วยจากไวรัสเมอร์สในเกาหลีใต้ ยังอยู่ที่ 166 ราย ไม่มีรายงานพบผู้ป่วยรายใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี หลังจากมีผู้เผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า มีผู้ป่วยต้องสงสัยว่าติดเชื้อเมอร์สมาทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ– ประสงค์อุบลราชธานี ทำให้ผู้ป่วยและญาติที่เข้ารับการรักษาตัว และประชาชนทั่วไปพากันตื่นตระหนก กันไปทั่ว โดยนายแพทย์ สสจ.อุบลราชธานีกล่าวยอมรับว่า มีผู้ต้องสงสัยมาทำการรักษาตัวจริง ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นพนักงานต้อนรับคนไทย ที่ทำงานอยู่สายการบินโอมานได้กลับมาที่บ้าน จ.อุบลราชธานี แล้วมีอาการไข้ขึ้นสูง ซึ่งพนักงานต้อนรับดังกล่าว ได้แจ้งรายละเอียดว่า เข้าใจว่าตนเองติดไข้มาจากเพื่อนพนักงานสายการบินเดียวกันขณะเดินทางกลับจากโอมาน จนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ จึงเดินทางกลับบ้านและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เบื้องต้นแพทย์ได้ตรวจหาเชื้อเมอร์สและไข้หวัดใหญ่ ผลออกมาเป็นเนกาทีฟ (ลบ) แต่ทางแพทย์ยังคงต้องกักตัวไว้ในพื้นที่ปิดภายในโรงพยาบาลก่อน เนื่องจากเชื้อดังกล่าวจะฟักเชื้อและแสดงอาการให้เห็นภายใน 14 วัน

องค์การอนามัยโลกชื่นชมไทย รับมือผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส-โควี ได้รวดเร็วและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ขณะที่ สธ.เผยอาการชายสูงวัยชาวโอมานดีขึ้น หายใจ-กินอาหารได้เองบ้าง รวมถึงโบกมือทักทาย “นพ.รัชตะ” ที่เข้าเยี่ยมไข้... 21 มิ.ย. 2558 04:23 21 มิ.ย. 2558 09:48 ไทยรัฐ