วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวลานี้คุณต้องรู้! 'โรคเมอร์ส' มหันตภัยร้าย คร่าชีวิตบริสุทธิ์นับร้อย!

จากกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์สในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และประเทศเกาหลีใต้ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้พบผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายชาวตะวันออกกลาง วัย 70 ปี และได้ส่งตัวไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร โดยผู้ป่วยมีอาการทรงตัวนั้น

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอต่อสายตรงไปยัง นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในเรื่องโรคเมอร์ส ไวรัสที่โด่งดังที่สุด ณ เวลานี้ ...

ทำความรู้จัก ‘โรคเมอร์ส’ คือ ?
โรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome : MERS) หรือ โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่งในกลุ่มไวรัสโคโรนา (MERS Corona Virus : MERS CoV) ซึ่งไวรัสโคโรนาอยู่ในตระกูลเดียวกับเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ซาร์ส เป็นต้น โรคเมอร์ส ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2555 ในประเทศแถบตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ โรคเมอร์ส จะมีระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ 2-14 วัน โดยปกติทั่วไปประมาณ 5-7 วัน หากผู้ที่เดินทางไปในประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างเช่น ประเทศในตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ และกลับเข้ามาในประเทศไทย เมื่อสังเกตอาการของตัวเอง ภายใน 14 วัน อยู่ดีๆ ก็มีไข้ขึ้น มีอาการเหมือนเป็นทางเดินหายใจอักเสบ หรือไข้หวัด ไปจนถึงเป็นปอดบวมก็มีความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคนี้ได้

ต้นกำเนิดโรคเมอร์สจาก...อูฐ !?
ส่วนใหญ่โรคอุบัติใหม่ในระยะหลังๆ แหล่งรังโรค (Reservior : ที่อยู่เพื่อเจริญเติบโตของเชื้อโรค) จะอยู่ในสัตว์ป่า ค้างคาว ลิง เนื่องจากคนเข้าไปสัมผัสกับสัตว์ป่ามากขึ้น ส่วนโรคเมอร์ส จากการศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมในคนและอูฐ ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อไวรัสเมอร์สในอูฐและคน จึงเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่มาจากอูฐและคนที่ใกล้ชิดกับอูฐได้ติดเชื้อไวรัสนี้มา

สัมผัส ไอ จาม เหตุแห่งการติดเชื้อ !
ประวัติของผู้ติดเชื้อบางรายมีประวัติการสัมผัสสัตว์ ดื่มน้ำนมดิบจากสัตว์ โดยเฉพาะอูฐ จึงอาจเป็นแหล่งรังโรคที่อาจนำเชื้อมาสู่คน ขณะที่ การติดเชื้อจากคนสู่คน สามารถแพร่จากเสมหะของผู้ป่วยจากการไอหรือจาม และการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเมอร์ส

“เกิดจากการไอ จาม พวกนี้เรียกว่าเป็น droplet transmission เวลาไอหรือจาม บางคนก็เอามือปิดปากปิดจมูก แล้วมือนั้นก็เอาไปจับลูกบิดประตู จับราวบันได คนปกติเองไปจับก็เหมือนกับเชื้อติดมาที่มือ และก็ชอบเอามือมาขยี้ตา แคะขี้มูก หรือหยิบอาหารใส่ปาก ทำให้ได้รับเชื้อโรคเข้าไปด้วย”

ไข้หวัด ท้องร่วง ปอดบวม เดินทางในพื้นที่เสี่ยง ระวังอาจจะเป็นเมอร์ส !?
ส่วนใหญ่อาการของผู้ป่วยโรคเมอร์ส จะเหมือนกับการป่วยระบบทางเดินหายใจอย่าง ไข้หวัด มีไข้ ไอ จาม นอกจากนี้ บางรายอาจเกิดในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง หรืออาการรุนแรงที่ทำให้ปอดบวม ซึ่งสิ่งสำคัญคือประวัติการเดินทางว่าเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดหรือประวัติการไปสัมผัสสัตว์ป่าดังกล่าวหรือไม่

โรคประจำตัว มีอายุมาก เสี่ยงกว่า !
จากการศึกษาพบว่า คนทุกกลุ่มอายุสามารถติดเชื้อไวรัสเมอร์สได้ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นคนที่มีอายุมาก แต่กลุ่มเสี่ยงที่จะต้องระวังมากที่สุด คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคปอดอักเสบเรื้อรัง หอบหืด ไตวายเรื้อรัง หรือโรคที่ภูมิต้านทานไม่ดีอย่างโรคมะเร็ง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากเดินทางเข้าไปในประเทศที่มีการระบาด เนื่องจากคนกลุ่มนี้หากได้รับเชื้อไวรัสเมอร์สเข้าไปในร่างกายอาจมีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนวัยหนุ่มสาว เพราะร่างกายของคนกลุ่มนี้ไม่แข็งแรง ภูมิต้านทานไม่ดีเท่าคนปกติ

ทั้งนี้ คนที่ติดเชื้อและเสียชีวิต พบว่า เป็นคนที่มีอายุมากที่มีอาการขั้นรุนแรง ทำให้ระบบหายใจล้มเหลว บางรายมีอาการปอดบวมและรักษาไม่ได้ปอดก็เสียไป หรืออวัยวะอื่นๆ ล้มเหลว ไตวาย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เสียชีวิตจะเป็นที่ปอด

ข่าวร้าย...เมอร์สยังไม่มีวัคซีนรักษา ทำได้เพียงประคองอาการ !
แพทย์จะทำการรักษาแบบประคองอาการ โดยให้น้ำเกลือหรือออกซิเจนช่วย หากมีแบคทีเรียซ้ำเติม แพทย์ก็จะให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียรักษาไปตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น เนื่องจากโรคเมอร์สนั้น ยังไม่มีวัคซีน และยาฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ การรักษาในปัจจุบันจึงเป็นการรักษาแบบประคับประคองอาการ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ซึ่งสำหรับผู้ที่ติดเชื้อก็มีโอกาสที่จะหาย แต่จะใช้ระยะเวลารักษานาน อาจจะ 2-3 สัปดาห์ หรือบางรายมีอาการหนักก็รักษากันเป็นเดือน

รู้วิธีป้องกันตัวเองก่อนจะดีที่สุด !?
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ หรือผู้มีอาการไอ จาม
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการป่วย อาจจะสวมหน้ากากป้องกันโรค และหมั่นเปลี่ยนหน้ากาก ถ้ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับคนอื่น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และควรใช้กระดาษชําระปิดปาก-จมูกทุกครั้ง ก่อนทิ้งกระดาษชําระที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่ปิดมิดชิด พร้อมล้างมือให้สะอาด กรณีที่ไม่มีกระดาษชำระควรไอหรือจามลงบนเสื้อผ้าบริเวณต้นแขน ไม่ควรจามรดมือ และรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษา

อย่างไรก็ตาม นพ.โสภณ เผยว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของโรคเมอร์สนั้น มีผู้ป่วย 1,307 ราย เสียชีวิต 500 ราย ซึ่งอัตราการเสียชีวิตประมาณ 40% โดยพบรายงานผู้ป่วยทั้งหมด จาก 25 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน เลบานอน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ตูนิเซีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และจีน

หากประชาชนท่านใดมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอต่อสายตรงไปยัง นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในเรื่องโรคเมอร์ส ไวรัสที่โด่งดังที่สุด ณ เวลานี้ ... 20 มิ.ย. 2558 18:25 ไทยรัฐ