วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ตั้งรหัสผ่านแบบ "อิโมจิ"

ในยุคสังคมดิจิตอลในสมัยนี้ การสื่อสารผ่านเครื่องมือสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย หลากอารมณ์ในการสื่อถึงกัน ซึ่ง “Emoji : อิโมจิ” ได้มีการใช้กันแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องพิมพ์ข้อความการสื่อถึงอารมณ์หรือการโต้ตอบในช่วงนั้นๆ

แน่นอนว่าต้นกำเนิดของ “อิโมจิ” มาจากญี่ปุ่นแปลว่าอักษรภาพ เกิดจากคำผสมระหว่างรูปภาพและตัวอักษรที่ชาวญี่ปุ่นนำมาใช้สื่อสารออนไลน์กัน ซึ่งเรื่องของน่ารักๆ ต้องยกให้คนชนชาตินี้ ดังจะเห็นจากแอพพลิเคชั่น “Line” ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จนั้นก็คือการส่งสติกเกอร์ซึ่งก็เป็นหนึ่งในอิโมจิ สื่อสารกันนั่นเอง

จนกลายมาเป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่สำคัญของบริษัทองค์กรเอกชนทั้งหลาย จนผู้ให้บริการพัฒนาสติกเกอร์ให้มีความหลากหลาย รวมไปถึงผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียยอดนิยมทั้งหลายที่พัฒนาอิโมจิมารองรับความต้องการเพิ่มสีสันอรรถรสการสื่อสารเต็มอิ่มไปอีกระดับ

ขณะเดียวกันมีบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับความปลอดภัยจากประเทศอังกฤษ “อินทิลิเจนท์ เอนไวรอนเมนทส์” ก็ได้พัฒนาเอาอิโมจิ มาตั้งเป็นรหัสผ่าน (Pin) แทนตัวเลขที่นิยมใช้ตั้งกันจำนวน 4 หลักในปัจจุบัน

ด้วยเหตุผลว่ามีความปลอดภัยกว่าและสามารถจดจำได้ง่ายกว่าการตั้งแบบตัวเลข ทั้งนี้การตั้งรหัสผ่านด้วยการตั้งค่าเลข 4 หลักจะสามารถตั้งได้เพียง 7,290 แบบที่ไม่ซ้ำกัน แต่หากเป็นการนำเอาอิโมจิ จำนวน 44 รูปที่ไม่ซ้ำกันจะสามารถตั้งได้เกือบ 3.5 ล้านแบบ นั่นหมายความว่า ความปลอดภัยมากกว่าถึง 480 เท่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านความทรงจำระบุว่า ระบบนี้จะทำงานได้ดี เพราะสมองของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำงานกับความทรงจำของภาพมากกว่าตัวเลขหรือคำพูด และผู้เชี่ยวชาญอีกรายกล่าวว่า รหัสผ่านแบบอิโมจินี้จะทำให้แฮกเกอร์ต้องใช้ตัวเลขจำนวนมากเพื่อแตกรหัสออกมา

บริษัทดังกล่าวกล่าวว่า ซอฟต์แวร์นี้ได้พัฒนาเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานแล้ว แม้ว่ายังไม่มีพันธมิตรทางธุรกิจรายใดตัดสินใจใช้ก็ตาม แต่ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจจะเห็นเทคโนโลยีเปิดตัวให้ผู้บริโภคทดลองได้ใช้งานในอีก 12 เดือนข้างหน้า

เป็นอีกก้าวหนึ่งของเทคโนโลยีการเข้ารหัสผ่านที่น่าสนใจ อีกไม่นานเราอาจจะใช้รูปอิโมจิกดแทนตัวเลขสำหรับการกดตู้เอทีเอ็มหรือใช้อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง

ดูเข้าท่าไปอีกแบบ!!

หนุ่มดิจิตอล
Cybernet@thairath.co.th 

20 มิ.ย. 2558 14:43 20 มิ.ย. 2558 14:44 ไทยรัฐ