วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัยโจ๋ มทร.ล้านนา กลั่นแนวคิดประดิษฐ์นวัตกรรมสนองชุมชน ราชมงคล "สร้างคน-สร้างชาติ"

โดย นายว้าก

ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาแทบทุกแห่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาและคณาจารย์คิดค้นงานวิจัยใหม่ๆมากขึ้น

แต่น่าเสียดายที่ผลงานวิจัยหลายๆเรื่องถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เสียทั้งเวลาและทุนทรัพย์ ในการศึกษาวิจัยมากมาย แต่กลับถูกเก็บไว้บนหิ้งไม่ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นการลงทุนที่เสียเปล่าไร้ค่า

ด้วยเหตุนี้เอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา จึงเป็นอีกหนึ่งในหลายมหาวิทยาลัยที่พยายามจะปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง คิดค้นนวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ๆที่ตอบสนองความ ต้องการสังคม ชาวบ้านสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

งานนี้ “นายว้าก” จึงไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชมผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆของชาว มทร.ล้านนา พร้อมทั้งเจ๊าะแจ๊ะกับหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ล้านนา เล่าว่า “มทร.ล้านนา เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่คูู่่กับคนภาคเหนือ นอกจากจะประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้กับเยาวชนของชาติแล้ว มหาวิทยาลัยยังต้องส่งเสริมงานบริการวิชาการให้กับชุมชนในทุกๆด้าน ด้วยเหตุนี้นักศึกษาและคณาจารย์จึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ต้องคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัยใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน อาทิ เครื่องคั่นน้ำส้ม เครื่องปอกมะพร้าว การออกแบบบ้านรองรับแผ่นดินไหว สิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับพลังงานทดแทน เป็นต้น ซึ่ง ได้รับการตอบรับจากคนในสังคม ถือได้ว่านอกจากราชมงคลจะช่วยสร้างคนแล้วพวกเรายังได้ช่วยสร้างชาติด้วย”

หันมาฟังเสียงของบรรดาวัยโจ๋เจ้าของสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆ โดนใจ ชาวบ้านกัน บ้าง เริ่มที่ “โน๊ต” พุฒิพงษ์ เบ็ญชา เฟรชชี่หนุ่มหน้าใส คณะวิศวกรรมไฟฟ้า มทร.ล้านนา เชียงราย ตัวแทนนักศึกษาที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ “Free Energy Hot Air” เครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคอยล์ร้อนของแอร์ บอกว่า “ได้รับโจทย์การเรียนวิชาฟิสิกส์จากอาจารย์ จึงได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ประยุกต์นำเอาลมที่เกิดจากคอยล์ร้อนของแอร์ที่เสียทิ้งไปเปล่าๆ ขณะที่เปิดแอร์มาใช้เป็นพลังงานลมพัดใบพัดของตัวกำเนิดพลังงานเมื่อใบพัดหมุนเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่มีการ
เปิดแอร์จะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าวิ่งเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ หรือประมาณ 960 วัตต์ หากนำหลอดไฟขนาด 10 วัตต์มาใช้จะสามารถเปิดไฟฟ้าใช้ได้ 96 หลอดตลอดทั้งคืน ขณะนี้ผมและเพื่อนในทีมเตรียมที่จะต่อยอดผลงานชิ้นนี้ โดยกำลังคิดค้นแผงวงจรที่สามารถดึงไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่นำไปติดไว้ที่คอยล์ร้อนของแอร์พร้อมกันครั้งละหลายๆเครื่องมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งคำนวณดูว่าหากจะนำไฟฟ้า ไปใช้กับเครื่องไฟฟ้าชนิดอื่นๆ จะทำอย่างไรให้เพียงพอกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน หากทำสำเร็จจะช่วยลดการนำเข้าพลังงาน และเป็นพลังงานทางเลือก ช่วยลดค่าไฟฟ้าให้กับ ชาวบ้านโดยที่ไม่ต้องลงทุนสูงๆ”

ขณะที่ “กร” ธนากร ทะลายา ปี 4 สาขาเทคโนโลยีเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา น่าน เปิดปากเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า “หลังจากที่อาจารย์ให้โจทย์เรื่องการทำโครงงานเพื่อ ชุมชน ทางกลุ่มเห็นว่าจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตส้มสีทอง ส่วน หนึ่งจำหน่ายผลสด ส่วนลูกที่มีขนาดเล็กตกเกรดจะมีราคาต่ำจะถูกแปรรูปเป็นน้ำส้มคั้น ดังนั้นจึงคิดประดิษฐ์เครื่องคั้นน้ำส้มอัตโนมัติแบบตั้งโต๊ะ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตส้มสีทองของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มสีทอง เดิมการคั้นน้ำส้มด้วยมือ 1 ชั่วโมง จะคั้นผลส้มได้ 15-20 กิโลกรัม แต่หากใช้เครื่องนี้จะคั้นได้ถึง 80 กิโลกรัม หรือ 4 เท่าตัว ทำให้ประหยัดเวลา และลดการเน่าเสียของผลส้มที่รอเข้าสู่กระบวนการคั้น ถือเป็นการประยุกต์เอาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมไปเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน”

ปิดท้ายที่ “โฟร์” อดิเรก สุทำเลา ปี 4 สาขาเทคโนโลยีเครื่องกล มทร.ล้านนา น่าน เช่นกัน ร่วมแจมถึงสิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋งของตัวเองและ
เพื่อนๆ ว่า “จ.น่านมีกลุ่มหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่บ้านปัวชัย ซึ่งทำผลิตภัณฑ์จักสานต่างๆ หลังจากที่ลงพื้นที่พบปะพูดคุยความต้องการกับคนในชุมชน พบว่าปัญหาของทางกลุ่ม คือ ขนาดของตอกที่จะใช้ในการจักสาน และเวลาในการจักตอกใช้เวลานาน ผมและเพื่อนๆจึงได้ช่วยกันคิดพัฒนาเครื่องจักตอกให้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้มือในการจักตอก และมากกว่าเครื่องจักตอกที่มีในท้องตลาด จึงคิดเครื่องจักตอกแบบใบมีดแนวตั้ง 4 ใบมีด โดยการทำงาน 1 ครั้ง จะจักตอกได้ 4 เส้น และใช้เวลาเร็วกว่าเครื่องทั่วไปเพราะเป็นลักษณะแนวตั้ง โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกในการเคลื่อนที่ของไม้ไผ่ ซึ่งเครื่องเดิมอยู่ในลักษณะแนวนอน จากการทดลองเครื่องนี้พบว่าไม้ไผ่ 10 กิโลกรัม จะใช้เวลาในการจักตอก 18 นาที จากเดิมการจักตอกด้วยมือใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ทำให้เครื่องนี้เพิ่มประสิทธิภาพการจักตอกได้ถึง 400% รู้สึกดีใจที่เห็นชาวบ้านมีรอยยิ้ม และอยากฝากถึงน้องๆจะทำโครงการใดก็ตามให้นึกถึงชุมชนเป็นอันดับแรก และต้องลงพื้นที่ไปสัมผัสปัญหาเพราะจะแก้ไขปัญหาให้เขาได้”

เห็นวัยโจ๋ มทร.ล้านนา พากันคิดค้นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชาวบ้านได้อย่างแท้จริงแบบนี้แล้ว “นายว้าก” ขอปรบมือให้รัวๆ

นี่แหละ “คนไทย” ถ้าได้ตั้งใจทำอะไรแล้วรับรองไม่แพ้ชาติใดในโลกก็แล้วกัน...!!!

นายว้าก/ รายงาน

20 มิ.ย. 2558 12:04 20 มิ.ย. 2558 12:06 ไทยรัฐ