วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ยัน คุมเมอร์สได้ ไม่ขัดบ้านเลขที่ 111-109 ร่วมสภาปฏิรูป

นายกฯ ประชุม สสว. ชี้ ทุกธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด ห่วง “เมอร์ส” ขอคนอย่าตระหนก ยัน คุมได้ ไม่ขัด กมธ.ร่าง รธน.ปรับแก้ร่างฯ แรกเปิดประตูบ้านเลขที่ 111-109 เข้าร่วมสภาขับเคลื่อนฯ อย่าตื่นเต้น หลังไทยถูก ไอเคโอ ปักธงแดง 

วันที่ 19 มิ.ย. เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ครั้งที่ 2/2558 โดยมี พล.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า ในการแก้ปัญหาและสนับสนุนเอสเอ็มอี จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลปัญหาให้ชัดเจน เพื่อรัฐจะได้กำหนดเป้าหมาย แนวทางช่วยเหลือได้ชัดเจน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากรมีฝีมือครบถ้วน แต่ประสบปัญหาขาดเงินทุน เพื่อช่วยฟื้นฟูเอสเอ็มอีเหล่านั้น ให้กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง สำหรับวาระการประชุมในวันนี้ จะมีการเสนอและรายงานความคืบหน้า การดำเนินโครงการสำคัญ ปี 2558 เช่น โครงการศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร หรือ SME One-stop service และการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานการจัดงานมหกรรมซื้อของไทยใช้ของดี ไทยแลนด์อินดัสตี้ เอ็กซ์โป 2015 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22-27 กันยายนนี้ รวมถึงรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ใน 4 เดือนแรก ตั้งแต่ มกราคม ถึง เมษายน 2558 และการประมาณการเศรษฐกิจเอสเอ็มอี ปี 2558-2559 นอกจากนี้จะมีการรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้เข้าไปร่วมลงทุน

จากนั้น เวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุม สสว. ถือว่าเป็นการประชุมที่ได้น้ำได้เนื้อ เพราะเราเริ่มมาตลอดในเรื่องการทำงานทุกรูปแบบ ปรับการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด จัดกลุ่ม สสว.ให้สามารถกำหนดว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร นำเอสเอ็มอีทั้งหมดเข้าสู่ระบบให้ได้ทั้งระบบภาษี และระบบนิติบุคคล โดยมีการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด รวมจำนวน 2,700,000 ราย และต้องมาดูว่า มีประเภทไหนบ้าง 1. ขยายไปต่างประเทศได้ไหม 2. จะขยายในประเทศได้หรือไม่ 3. ธุรกิจที่มีอยู่แต่ขาดเงินทุน ถ้าปล่อยต่อไปอาจจะล้มละลายหรือปิดตัวลงก็ต้องไปดู 4. คือกิจการที่ปิดไปแล้ว ซึ่งในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะอาจจะยังมีศักยภาพอยู่ แต่ที่ผ่านเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดี ก็จะไปดูว่าอันไหนที่พอจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง จะได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการในเรื่องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เครื่องมือ ความทันสมัยใช้คนให้น้อยลง รวมถึงการบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ สสว.จะชี้แจงอีกครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานที่จะต้องทำให้โลกได้รับรู้ว่า เราได้ทำอะไรไปบ้างปีนี้ จะมีการพบปะผู้ประกอบการกับคู่ธุรกิจด้วยกัน ในเรื่องของสสว. ทั้งในเรื่องของการผลิต การตลาดสิ่งเหล่านี้เรากำลังจะจัดอยู่ โดยองค์การค้าอุตสาหกรรมเข้าร่วมในปีหน้า จะเป็นเรื่องการจัดระดับชาติ ซึ่งปีนี้ประเทศมาเลเซียเป็นคนจัด ซึ่งในปีหน้าเราจะจัดเองว่าเรามีอะไรบ้าง เราจะได้รู้ แต่ในระหว่างนี้ตนได้บอกว่า อยากให้มีการจัดงานในลักษณะนี้ เพราะจะต้องขับเคลื่อนเอสเอ็มอี เราให้ได้ เพราะเป็นส่วนหลักในการส่งออกของเรา วันนี้ถ้าเอสเอ็มอีเข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพมากขึ้น ราคาสูงขึ้น มันถึงจะกลับมาในเรื่องของรายได้ของจีดีพี เราก็ต้องเสริมเอสเอ็มอีไปด้วย อีกอันหนึ่งตนบอกว่า เราต้องมองในภาพของโซเชียลบิสซิเนส คือ การประกอบธุรกิจเพื่อสังคม อันนี้ตนจับใส่เข้าไปอีกอัน เอสเอ็มอีภาคเอกชนเราก็ดูแลไปแล้ว ตอนนี้เราก็จะดูแลภาคเกษตรกรรมด้วย คือเอาสหกรณ์ทางการเกษตร หรือรัฐวิสาหกิจชุมชนมาอยู่ตรงนี้ด้วย เพื่อจะหาเงินทุนให้เขา แล้วเขาก็จะนำมาประกอบการ แต่เป็นในลักษณะที่นำผลกำไรมาเพื่อแบ่งปัน โดยให้เขามีแหล่งที่จะไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ทำแทนพ่อค้าคนกลาง เขาจะได้สร้างของเขาเอง เพื่อที่เขาจะเข้มแข็งขึ้นด้วย โดยมี 3 ช่องทาง 1.โซเชียลบิสซิเนส 2. เอสเอ็มอี 3. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นห่วงโซ่ต่อกันในวันหน้า วันนี้เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งในทุกอัน ถ้าไม่เข้มแข็งเพียงพอก็ไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ทั้งหมดต่ำลงทุกอัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษวันนี้ ต้องชี้แจงอีกครั้งว่า เรามีศูนย์ โอเอสเอส คือศูนย์ที่ให้วันสต็อปเซอร์วิสทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม รวมถึงช่องทางหารือร่วมกันกับเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้น ต่อไปเอสเอ็มอี จะมีช่องทางที่จะรวมกันมา เราจะได้สักทีไม่อย่างนั้นจะมาบอกว่าช่องทางไม่มี ไปธนาคารโดยตรงก็ไม่ได้ ก็เริ่มกันตรงนี้แล้ว เราเปิดช่องทางให้เขา เงินทุนตนได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ว่า ขอให้ดูแลธุรกิจโซเชียลบิสซิเนส และดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีกด้วย ส่วนหนึ่งรัฐก็จะมีมาตรการให้ แต่ปัญหาของเรา คือ เมื่อเราไปธนาคาร เขาจะดูเรื่องเอ็นพีแอลเหมือนกัน ถ้าไม่เข้มแข็งพอ ก็ให้ไม่ได้ รัฐก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร บางทีก็ต้องเข้าใจกันนะ ถ้าทุกคนบอกว่าต้องการเงินไปแล้วจะต้องได้เลยมันทำไม่ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่า ท่านเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็ง ต้องเริ่มจากไปขึ้นทะเบียน สสว. วันนี้รัฐตั้งศูนย์จดทะเบียนทางเว็บไซต์ ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างการทำงานก็ค่อยๆ เดินหน้าไป

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่พบโรคเมอร์สในประเทศไทย ซึ่งสื่อต่างชาติให้ความสนใจว่า เราไม่สนใจหรือ ตนสนใจไปตั้งนานแล้ว ให้เตรียมการไปตั้งแต่ต้น เราเป็นผู้นำในการแก้ไข ป้องกันในเรื่องโรคระบาดร้ายแรงมาตลอด โรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส เราก็ทำ คราวที่แล้วก็เรื่องอีโบลา เราก็ได้รับคำชมเชย ตนได้บอกไปแล้วโรงพยาบาล 69 แห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดูเรื่อง โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก วันนี้ก็ต้องมาดูเรื่องโรคเมอร์สด้วย วันนี้บุคลากร อุปกรณ์ เพียงพอหรือไม่ ที่กักกันโรคพอหรือไม่ ตรงนี้มันถึงจะเรียบร้อย และสามารถจะเช็กได้ เพราะเราสร้างการรับรู้มาโดยตลอด โรคอะไรป้องกันตัวอย่างไร เช็กที่ไหน วันนี้พอเขามา เขารู้ตัวเขาเอง ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมาเช็กโรคหัวใจ ทุกทีเขาก็มา แต่ครั้งนี้เขารู้สึกแปลกใจ โรงพยาบาลจึงแจ้งไปที่สาธารณสุข แล้วก็พาไปโรงพยาบาลบําราศนราดูร ซึ่งเรื่องนี้เราควบคุมได้ เราต้องสอบต่อไปว่า เขานั่งแท็กซี่มากี่คัน มีคนเกี่ยวข้องกี่คน แล้วตรวจสอบว่าขึ้นเครื่องบินมาจากไหน เครื่องบินลำนั้นมีใครบ้าง นี่คือสิ่งที่เราทำทั้งระบบอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจว่า รัฐบาลให้ความห่วงใย แต่ที่ยังไม่อยากพูดไป เพราะอยู่ในห้วงของการกักกันโรค ยังตรวจสอบไม่พบ พอพบตอนเย็นก็รีบบอกเลย แต่ยังไม่อยากให้ตื่นตระหนก และเราก็ให้ความสำคัญ ถ้าใครสงสัยว่าโรคนี้มีอาการอย่างไร ก็ไปสถานที่เหล่านี้ เขารับทุกที่ ช่วยกันระมัดระวังด้วย มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะคุมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ อยู่ที่ความร่วมมือ มาถามตนแบบนี้อีกแล้ว ตนสั่งได้ไหม ตนสั่งเชื้อโรคได้ไหม มันอยู่ที่ทุกคน ซึ่งคนไทยทุกคนจะต้องระมัดระวังตัวเอง เมื่อรู้หรือสงสัยก็ต้องมาหาหน่วยงานราชการ ตนสั่งเชื้อโรคไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวต่อ ถึงการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำลังดำเนินการปรับแก้ในขณะนี้ว่า ก็ปรับกันไป ในส่วนของตน ขอดูตอนที่เขามีการปรับแก้แล้ว เสนอขึ้นมา เพราะสิ่งเหล่านี้ มีผลกระทบต่อประเทศในวันข้างหน้า โดยให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้ได้เป็นไปตามสิ่งที่ตน และประเทศต้องการ และจะได้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ มันก็ควรจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกส่วนหนึ่งก็ต้องให้มีการปฏิรูปได้ ส่วนจะเขียนออกมาอย่างไร ตนไม่รู้ "หรือจะให้ผมเขียนเองล่ะ ผมเขียนไม่กี่มาตราหรอก"

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปลดล็อกนักการเมืองเป็นการเปิดประตูปรองดองใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ใช้คำว่า ปรองดอง ส่วนเขาจะเปิดประตูก็เปิดประตูไป อะไรที่ลงโทษไปแล้ว ลงโทษเพียงพอหรือยัง ถ้าลงโทษเพียงพอแล้ว ก็มาพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป อีกอย่างหนึ่งอยากให้ทุกคนมองว่า คนที่ถูกลงโทษไม่ใช่เป็นคนเลวตลอดชีวิต เมื่อเขารับโทษไปแล้วก็ต้องมาดูว่า เพียงพอหรือยัง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไม่ ถ้าวันข้างหน้าเขายังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอีก ก็ลงโทษใหม่อีกได้ เขาก็ผิดใหม่อยู่ดี คนที่ผิดแล้ว เราให้โอกาสแล้ว แล้วเขาแก้ไข เรียกว่า การกลับตัวเป็นคนดี เหมือนกับการลงโทษของกระทรวงยุติธรรม อย่าไปมองว่า เมื่อเข้าคุกไปแล้ว จะต้องเป็นคนเลว มีคนดีๆ เยอะแยะไป เว้นแต่มันเลวจนต้องกลับเข้าไปใหม่ก็ถือเป็นอีกพวกหนึ่ง

เมื่อถามว่า ยังมีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่สามารถจะมาร่วมทำงานในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่รู้ ผมไม่มี ยังไม่ได้คิด เฉพาะที่มีอยู่ก็เยอะอยู่แล้ว ทำไมต้องเอากลับมาอีก เท่าที่ออกกันก็คงมีการเตรียมการที่จะไปเป็นรัฐบาลหน้า แต่ตอนนี้ ก็ขอให้ส่งความคิดเห็นมา ผมยินดีรับทั้งหมด พร้อมเปิดเวทีให้คุย อย่างเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยกับ สปช. ก็ดูสิว่า ทั้งสองคนเขาคุยกันแล้วรู้เรื่องกันหรือไม่ อีกคนเตรียมการปฏิรูป แต่อีกคนที่เป็นนักการเมืองเก่าตอบว่า อย่างไร อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะพยายามสร้างความรับรู้ให้มากขึ้นว่า วันข้างหน้าจะมีการปฏิรูปกันหรือไม่ ใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ทุกคนก็ต้องเตรียมตัวเอง และตอบคำถามให้ได้ สื่อเองก็ต้องไปตั้งคำถามกับอีกฝ่ายว่า มีนโยบายว่าจะทำอะไรบ้าง จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้อย่างไร คิดอย่างไร ลงทุนอย่างไร แล้วเอามาเปรียบเทียบกับรัฐบาลของตนว่า ใครจะใช้ได้มากกว่ากัน และรัฐบาลใหม่ก็ควรจะต้องดีกว่ารัฐบาลของตน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คนเหล่านี้อย่าเพิ่งแต่งตัวรอ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตั้ง ทุกอย่างให้รอดูตามขั้นตอน

นายกฯ บ่นน้อยใจสื่อ ฟังรายการทุกวัน แต่ไม่เคยคล้อยตาม หยิบแต่ส่วนที่ผิดไปมโนต่อ ระบุปัญหาภัยแล้ง รัฐแก้ทุกด้าน หารือ "ฉัตรชัย" ทบทวนแผนบริหารจัดการน้ำ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวเชิงน้อยใจ ถึงรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ว่า "ถ้าไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟังฉันหรอก ที่บอกว่า ฟังก็ไม่เห็นจะคล้อยตาม สิ่งที่ฉันพูดสักที ฟังกันทำไม ฟังแล้วเอาไปมโนต่ออย่างนั้นหรือ ตรงไหนผิด ตรงไหนมันไม่ดี จะเลือกเอาที่มันดีๆ บ้างก็ไม่ได้ วันนี้หลายอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องกีฬาได้เหรียญทอง นักท่องเที่ยวก็มาเข้าเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนเรื่องที่ไม่ดีอย่างเช่น ปัญหาฝนแล้งก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่า ตนไม่ได้ทอดทิ้งเกษตรกร ทุกอย่างนำมาคลี่ดูทั้งหมด และได้พูดคุยกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ แล้ว ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำว่า ที่ได้ดำเนินการขุดแหล่งน้ำเป็นการรองรับน้ำฝนในฤดูกาลปกติ แต่ขุดไปแล้ว ก็ดันไม่มีฝน แต่ก็จำเป็นต้องขุดไว้รองรับ ส่วนปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อน ก็ต้องมาคิดกันว่า จะทำอย่างไรให้ข้าวอยู่ได้ และต้องเร่งสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น หลังจากที่เราได้รณรงค์ เรื่องการปลูกข้าวนาปีไปแล้ว เพราะถ้าปล่อยให้ทำข้าวนาปรัง ก็จะเกิดความเดือดร้อนเสียหาย และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ยังไม่ได้ทำการปลูกด้วย จากที่เคยทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สาเหตุหนึ่งต้องยอมรับว่าเกิดจากปัญหาโลก และสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง วันนี้โทษใครไม่ได้ ต้องโทษคนไทยทุกคนที่รักษาป่าของบ้านเราไว้ไม่ได้ ป่าหายไปถึง 26 ล้านไร่ ภาคเหนือ กลายเป็นเขาหัวโล้น เกือบทั้งหมด ทำให้ความชุ่มชื่นไม่เกิด ความจริงแล้ว ตนสั่งให้นำเครื่องบินไปบินเพื่อทำฝนเทียม ตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน แต่ฝนไม่ตก เพราะไม่มีเมฆ เนื่องจากความชื้นไม่เกิด ไม่เหมือน กทม.ที่มีความชื้นสูง เรื่อง จากมีประชากรมาอยู่รวมกันจำนวนมาก"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) เผยแพร่ข้อมูลมาตรฐานการบินของสมาชิกทั่วโลก พบว่าในส่วนของไทยมีการปักธงแดง แสดงถึงมาตรฐานความปลอดภัยของไทย ข้อบกพร่องและมีนัยสำคัญ (เอสเอสซี) ว่า ได้รับการชี้แจงจาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเยอรมันแล้วว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม ซึ่งได้มีการปักธงแดงปักอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เผยแพร่ ออกผ่านเว็บไซต์ จากนั้นก็ได้รับการชี้แจงว่า มีความจำเป็นที่ต้องเสนอออกมา แต่ขณะนี้ ก็ไม่มีประเทศใดห้ามการบินของเรา อย่างไรก็ตาม โดยลึกๆ ได้มีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้แล้ว เขาบอกว่า มันจำเป็นและเห็นใจ รวมทั้งเข้าใจในเจตนารมณ์ของเรา ตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไปชี้แจงกับเขาโดยตรง

“เขาก็พอใจนะ และบอกว่าขอดูไปสักระยะหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งไปให้มันมีปัญหา ไปพูดมากเกิน เดี๋ยวก็ขัดข้องหมองใจกันอีก แทนที่จะได้ เลยไม่ได้ อย่าไปตื่นเต้น ผมบอกแล้วว่า อะไรที่เป็นความบกพร่องของเราก็ต้องรับว่า เราทำบกพร่องหรือเปล่า แล้วจะแก้ไขอย่างไร นั้นคือ สิ่งที่พวกเรา และสื่อมวลชนต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ว่า เราได้มีการแก้ไขตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย หรือการบริหารงานที่ผ่านมา ความพอเพียง หรือไม่พอเพียงของเจ้าหน้าที่ และการจัดตั้งสายการบินขึ้นมาใหม่มากเกินไป ปัญหาที่เกิดไม่ได้อยู่ในสมัยของผม แต่ผมแก้ทั้งหมด และไม่โทษใคร คิดเอาเองว่า ใครทำไว้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู ก็เช่นนั้น อย่าไปกังวล ถึงอย่างไร เขาก็ยังไม่ให้เราในตอนนี้ เพราะต้องดูไปก่อน ระยะ 3-6 เดือน ว่าได้ผลจริงหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ในหลักการเราทำครบแล้ว และอย่าไปโทษกัน รัฐบาลนี้เป็นคนแก้ทั้งหมดที่มีปัญหา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังกล่าวถึง กรณีการประสานขอตัว นายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของไทย ซึ่งหลบหนีไปยังประเทศนิวซีแลนด์ จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ทางการนิวซีแลนด์ จะไม่ส่งตัวกลับมา เพราะถือเป็นคดีทางการเมือง ขณะนี้นิวซีแลนด์ ยังไม่ได้ตอบมา ซึ่งก็แล้วแต่เขา ถ้าจะตอบก็ตอบมา บางทีเขาก็เข้าใจยาก ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะกฎหมายนี้ เขาไม่มี ส่วนใหญ่เขาใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก แต่บ้านเราก็ คือ บ้านเรา ฉะนั้น เมื่อมันหนีไปข้างนอก ก็แสดงว่ามันไม่ใช่คนไทยแล้ว ก็อยู่เมืองไทยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เราได้ประสานไปยังทุกประเทศที่มีผู้หลบหนี รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาจะจับมาส่งหรือไม่

“เราไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรอกนะ มันปล่อยปละไม่ได้ ทางกระทรวงยุติธรรม เขาดำเนินการแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ทำไป แต่ปัญหาไม่ใช่ว่า สั่งวันนี้แล้วเขาจะส่งกลับมาวันนี้ มันไม่ได้ โจรวันนี้ยังจับได้ไม่หมดเลย ในประเทศยังตามจับกันอยู่เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ ประชุม สสว. ชี้ ทุกธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด ห่วง “เมอร์ส” ขอคนอย่าตระหนก ยัน คุมได้ ไม่ขัด กมธ.ร่าง รธน. ปรับแก้ เปิดประตูบ้านเลขที่ 111-109 เข้าร่วมสภาขับเคลื่อนฯ อย่าตื่นเต้น หลังไทยถูก ไอเคโอ ปักธงแดง 19 มิ.ย. 2558 17:12