วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ช็อตแต่ไม่ช็อก! ไขปริศนาไฟฟ้าสถิต ไฉนถูกช็อตในห้างบ่อย-อันตรายไหม?

ช็อตแต่ไม่ช็อก! ไขปริศนาไฟฟ้าสถิต ไฉนถูกช็อตในห้างบ่อย-อันตรายไหม?

  • Share:

วันอาทิตย์คงเป็นวันที่หลายคนออกไปเที่ยวเล่นหรือจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้า แต่เคยหรือไม่ที่ต้องประสบกับอาการสะดุ้งคล้ายถูกกระแสไฟฟ้าดูดหรือช็อตเบาๆ จากการจับต้องสิ่งต่างๆ เช่น จับรถเข็นสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือการสัมผัสแตะต้องคนข้างกาย แฟนๆ ไทยรัฐที่ยังค้างคาใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และจะก่อให้เกิดอันตรายมากแค่ไหน? วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอพาไปหาคำตอบในทุกข้อสงสัย...

ตกใจไม่ถึงตาย ไฟฟ้าสถิตปลอดภัยกว่าที่คิด
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ต่อสายตรงไปยัง รศ.ธีรวัฒน์ ประกอบผล อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อสอบถามถึงความอันตรายของไฟฟ้าสถิตจากข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และได้รับคำตอบว่า การช็อตของไฟฟ้าสถิตไม่อันตรายถึงชีวิต และทำได้เพียงสร้างความตกใจเท่านั้น

ไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นได้เพราะวัตถุทุกชนิดมีประจุไฟฟ้าทั้งประจุบวกและประจุลบ เมื่อเกิดการเสียดสี การขัดถู หรือการสัมผัสจะทำให้ประจุหลุดหายไป เมื่อนำมือไปจับก็รู้สึกเหมือนถูกไฟดูดเพราะมีการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าจากสิ่งของเข้าหาร่างกาย ทำให้รู้สึกกระตุกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต

“การถูกไฟฟ้าสถิตช็อตไม่อันตราย อาจจะเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่ก็เจ็บไม่นาน เพราะประจุไฟฟ้าอาจจะมีแรงดันสูง แต่มีปริมาณกระแสไฟฟ้าต่ำ ทำให้ตกใจได้เพียงเท่านั้น ปกติแล้วการโดนไฟฟ้าช็อตบริเวณราวนมหรือหัวใจจะเป็นอันตรายถึงตายได้ หากกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่หัวใจ แต่การถูกไฟฟ้าสถิตช็อต ถ้ากระแสไฟฟ้ามากพอก็เป็นอันตราย แต่โดยส่วนมากแล้วไฟฟ้าสถิตที่เราเจอในชีวิตประจำวันไม่ได้มีปริมาณกระแสไฟฟ้ามากขนาดนั้น” อาจารย์ฟิสิกส์กล่าว

ไฟฟ้าสถิตย์ จับเป็นโดน สปาร์ค

แยกให้ชัด แรงดันไฟฟ้า-กระแสไฟฟ้า แค่ไหนเรียกอันตราย?
รศ.ธีรวัฒน์ ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า การถูกไฟฟ้าช็อตจะอันตรายหรือไม่ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า หากสามารถระบุค่าของสองปัจจัยนี้ได้ก็จะสามารถบอกได้ว่ารุนแรงหรือเป็นอันตรายแค่ไหน ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าแรงดันไฟฟ้าสูงจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตเสมอไป เพราะต้องขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้าด้วย


“เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า แรงดันไฟฟ้าเป็นระดับน้ำ ส่วนกระแสไฟฟ้าเป็นปริมาณของน้ำ น้ำที่อยู่สูงมากๆ คือมีแรงดันไฟฟ้าสูง แต่หากปริมาณน้ำเพียงเล็กน้อยก็เหมือนน้ำในหลอด หรือแก้วเล็กๆ แต่อยู่สูงมาก ถ้าร่วงลงมาใส่เรา เราก็อาจจะตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นอันตรายอะไร แต่ถ้าระดับน้ำอยู่สูงในระดับหนึ่งแล้วมีปริมาณมาก ทำให้น้ำไหลมาต่อเนื่องก็ก่อให้เกิดอันตรายได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง เครื่องช็อตไฟฟ้าที่ใช้ป้องกันตัวมีแรงดันไฟฟ้าเป็น 1,000 โวลต์ แต่กระแสที่มาจากแบตเตอรี่มีเพียงเล็กน้อย เมื่อถูกช็อตจึงทำให้รู้สึกแค่ตกใจ แต่หากเป็นกรณีไฟบ้าน 220 โวลต์ก็สามารถทำให้ตายได้ เพราะมีกระแสไฟฟ้าไหลมาเรื่อยๆ” อาจารย์ธีรวัฒน์อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

ทั้งนี้ การช็อตจากไฟฟ้าสถิตไม่สามารถทำอันตรายได้ เป็นเพราะว่าไฟฟ้าสถิตไม่มีแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ถึงจะมีแรงดันไฟฟ้าสูง แต่กลับมีปริมาณน้อยมาก ไฟฟ้าสถิตที่อันตรายจริงๆ มีเพียงฟ้าผ่าเท่านั้น เนื่องจากบนก้อนเมฆมีแรงดันไฟฟ้าสูงอีกทั้งยังมีปริมาณกระแสไฟฟ้าเยอะ หากถูกฟ้าผ่าจะทำให้ทั้งร่างกายไหม้เกรียมจากความร้อนและหัวใจทำงานผิดปกติ เพราะว่ากระแสไฟฟ้าแล่นเข้าสู่ร่างกาย

เลี่ยงไม่ได้ไฟฟ้าสถิต รักษาความชื้น ถ้าไม่อยากเจอช็อต!

รศ.ธีรวัฒน์กล่าวว่า ไม่สามารถระบุได้ว่าไฟฟ้าสถิตที่เราเจอในสถานการณ์ใดๆ จะมีแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าเท่าใด เพราะว่าการช็อตของไฟฟ้าสถิตจะเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้ไฟฟ้าสถิตยังสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งโลหะ ฉนวนไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งกับคนทั่วไป เนื่องจากกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน ทำให้ประจุไฟฟ้าในตัวเราเกิดการถ่ายเท และเสียประจุ หากมีคนอื่นมาจับตัว เขาก็อาจรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตจากตัวเรา

กรณีของลูกบิดหรือรถเข็นในห้างสรรพสินค้ามีไฟฟ้าสถิตเพราะเป็นโลหะ มีประจุไฟฟ้าค้างอยู่ แต่ว่าประจุไฟฟ้ามันมีอยู่นิดเดียว ซึ่งหลังจากการช็อต ประจุจะเกิดความสมดุล ทำให้ไม่เกิดการช็อตซ้ำอีกในเวลาใกล้ๆ กัน

“ที่รู้สึกว่าไฟฟ้าสถิตมักจะเกิดในห้างสรรพสินค้าบ่อยกว่าที่อื่น เป็นเพราะว่าในห้างสรรพสินค้ามีคนเยอะ การเสียดสี ประจุไฟฟ้ามันก็ถูกถ่ายเทไป แต่ไฟฟ้าสถิตไม่ได้เกิดเฉพาะแค่ในห้างเท่านั้น จริงๆ แล้วในบ้านก็มีเหมือนกัน เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้สังเกต” รศ.ธีรวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ไฟฟ้าสถิตจะเกิดขึ้นมากในวันที่อากาศแห้ง แต่ถ้าวันไหนอากาศชื้นประจุไฟฟ้าก็จะเคลื่อนที่ไม่ได้ ประจุไฟฟ้าก็เกิดความสมดุล โอกาสการเกิดไฟฟ้าสถิตก็น้อยลง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ได้สอบถามถึงการป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตในชีวิตประจำวัน และได้คำตอบว่า การป้องกันไฟฟ้าสถิตสามารถทำได้โดยการรักษาร่างกายให้มีความชื้นสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ผิวแห้ง ด้วยการทาโลชั่น

“ส่วนเส้นผมที่ชี้ฟูในวันที่อากาศแห้งก็เป็นเพราะไฟฟ้าสถิตเช่นเดียวกัน เพราะว่าประจุไฟฟ้าอยู่ที่ผม ทำให้เกิดการผลักกันเอง ถ้าไม่อยากให้ผมฟูก็ต้องทำให้ผมชุ่มชื้น โดยการใส่ครีมนวดผมหลังการสระผม” อาจารย์ธีรวัฒน์ให้คำแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้