วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พื้นที่อุตสาหกรรมผวาขาดน้ำ สมาคมชาวนาข้าวไทยจวกการเมืองปลุกปั่น

วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม

กนอ.เฝ้าระวังพื้นที่อุตสาหกรรม “ตะวันออกกลาง” ดึงน้ำบาดาลสมทบ นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย จวกนักการเมืองเก่าเลิกปลุกปั่นชาวนาประท้วงรัฐ กรณีเลื่อนปลูกข้าวนาปีเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 1 เดือน ชี้ชาวนารู้ดีว่าประกาศเลื่อนทำนาปี เป็นคำแนะนำของรัฐ ไม่ใช่คำสั่งห้าม

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่อุตสาหกรรมหลักๆของประเทศไทย ทั้งภาคตะวันออกและภาคกลาง ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะวิกฤติ แต่เป็นระดับที่เฝ้าระวัง โดยในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และใช้น้ำปริมาณมาก ในพื้นที่ภาคตะวันออก ก็ยังมีคลองน้ำสายหลัก ที่ใช้จ่ายน้ำ เช่น หนองปลาไหล คลองใหญ่ จังหวัดระยอง ซึ่งแม้ปริมาณจะลดลง แต่ก็มีการผันน้ำจากคลองประแสเข้ามาช่วยเติมน้ำให้ ขณะที่ภาคกลาง ซึ่งอาศัยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก และปริมาณน้ำดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับการปล่อยน้ำของเขื่อนหลักๆ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์

ขณะเดียวกัน กนอ.ได้ทำการติดตามปริมาณและสภาพน้ำในคลองส่งน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่อาจโดนน้ำเค็มจากระดับน้ำทะเล ที่หนุนสูงไหลเข้ามา ซึ่งความเค็มของน้ำอาจมีผลต่อระบบการผลิต กนอ.จึงได้ประสานงานไปยังผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ให้นำน้ำบาดาลที่ขุดเจาะไว้สำรองมาใช้ทดแทนน้ำจากคลองต่างๆ เพราะน้ำบาดาลจะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 30% ของการใช้น้ำรวมทุกประเภท ซึ่งน้ำบาดาลดังกล่าวจะมีปริมาณที่นำมาใช้ได้วันละ 6,000 ลูกบาศก์ฟุต

สำหรับความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 จำนวน 6 พื้นที่ คือ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา ตราด และหนองคาย ที่ กนอ.มีแผนก่อสร้างนิคมฯในพื้นที่ ล่าสุดในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในส่วนของ กนอ.จะเสนอผลการคัดเลือกพื้นที่ลงทุนนิคมฯ ใน 2 พื้นที่ที่มีความพร้อม คือ ตาก 780 ไร่ และสระแก้ว 650 ไร่ โดยจะใช้งบประมาณปกติของ กนอ. สามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ปี 2559 และเปิดให้เอกชนเข้าลงทุนตั้งโรงงานได้ในปี 2561 ทั้งนี้ ปกติการลงทุนพัฒนาที่ดินจะเฉลี่ย 1.5 ล้านบาทต่อไร่ จากพื้นที่รวมประมาณ 1,330 ไร่ จะใช้เงินลงทุน 1,996 ล้านบาท เมื่อลงทุนแล้วจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น ผลผลิต การจ้างงาน ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อไร่

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า ได้รับทราบว่ามีแกนนำเกษตรกรไปรวมตัวชาวนาเพื่อไปประท้วงรัฐบาล กรณีประกาศเลื่อนการปลูกข้าวนาปี 2558 ในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ออกไป 1 เดือน เพราะน้ำในเขื่อนไม่พอและฝนก็ไม่ตก โดยให้ไปเริ่มปลูกปลายเดือน ก.ค.ที่คาดว่าจะมีฝนตกมากขึ้น มองว่าเกษตรกรเราควรมองกันที่ข้อเท็จจริง อย่าให้ใครมาปลุกปั่น เพราะชาวนาทุกคนรู้ดีว่า การประกาศของภาครัฐ ไม่ใช่การห้าม จะฝืนปลูกข้าวก็ได้ไม่มีใครไปทำอะไรได้ แต่เป็นคำเตือน คำแนะนำ เพราะไม่อยากให้เงินลงทุนของชาวนาต้องสูญเปล่า

“แกนนำไปรวมตัวกันเรียกร้องกับรัฐบาลแล้วจะได้อะไรกับชาวบ้าน จะขอให้รัฐปล่อยน้ำมา ก็เห็นกันอยู่ว่าน้ำในเขื่อนไม่มี วันนี้เราอย่ามาเล่นการเมืองกัน นักการเมืองเก่าๆ ควรเลิกปลุกปั่นชาวบ้านว่าเดือดร้อนได้แล้ว วันนี้ที่บอกว่าน้ำในเขื่อนไม่พอ ให้เลื่อนปลูกข้าว ชาวนาลุ่มเจ้าพระยาไม่ได้ขาดแคลนน้ำกันทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด มีพื้นที่ที่ไม่มีน้ำพอปลูกข้าวกระจายเป็นแห่งๆไป ไม่ใช่ทั้งหมด พื้นที่นนทบุรี นครปฐม อยุธยา จำนวนมากตอนนี้ก็ปลูกข้าวกัน แต่ที่ไม่ได้น้ำส่วนใหญ่ก็เป็นนาดอน เลื่อนปลูกข้าวไป 1 เดือน ยังดีกว่าฝืนปลูกแล้วเสียหาย”

นายประสิทธิ์กล่าวว่า ชาวนาที่ยังไม่ได้ปลูกข้าว ควรรวมตัวกันช่วยกันคิดว่าระหว่างที่เลื่อนปลูกข้าว 1 เดือน จะหาพืชระยะสั้นชนิดใดมาปลูกสร้างรายได้ไปพลางก่อน ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่าอยู่เฉย ต้องคิดมาตรการรองรับกรณีที่เดือน ก.ค.ฝนไม่ตกมากพอ ควรเร่งมือมาตรการส่งเสริมพื้นที่เกษตรแบบแปลงใหญ่ทันที ลงพื้นที่ให้ชาวบ้านมารวมกลุ่มกัน จะได้จัดความช่วยเหลือให้ถึงมือเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ทั่วถึง ไม่เป็นเบี้ยหัวแตก

นายวราวุธ ขันติยานันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วย ซึ่งกระจายครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้เร่งระดมทำฝนหลวงอย่างเต็มที่ รวมทั้งปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด โดยพื้นที่ลุ่มน้ำในเขตภาคเหนือตอนบนมีฝนตกค่อนข้างดี เช่น เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ และน่าน แต่ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำยังมีน้อย เนื่องจากดินยังไม่อิ่มตัว มีบางพื้นที่ที่น้ำเริ่มไหลเข้าอ่างมากขึ้นแล้ว คือ เขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน

“พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือ พื้นที่ภาคกลางซีกตะวันออก ได้แก่ นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ต่อเนื่องไปถึงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภาค เนื่องจากยังได้รับปริมาณน้ำฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่นี้จะมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเหมาะสมและเพียงพอที่จะทำฝนหลวงได้ในช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง”.

กนอ.เฝ้าระวังพื้นที่อุตสาหกรรม “ตะวันออกกลาง” ดึงน้ำบาดาลสมทบ นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย จวกนักการเมืองเก่าเลิกปลุกปั่นชาวนาประท้วงรัฐ กรณีเลื่อนปลูกข้าวนาปีเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 1 เดือน ... 19 มิ.ย. 2558 03:54 ไทยรัฐ