วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเป๋าตังค์ติ่ง ! จริงหรือ เสียเงินเป็นแสน แขนไม่ได้จับ

เดือนนี้ เรียกได้ว่า สนามบินแทบแตก เมื่อบรรดาเหล่าโอปป้า และสาวๆ จากแดนกิมจิ บินตรงมาทำกิจกรรม พร้อมเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยกันอย่างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็น บอยแบนด์ชื่อดังอย่าง วง EXO ที่มาร่วมสร้างประสบการณ์คอนเสิร์ตเป็นครั้งที่ 2 กับแฟนๆ ชาวไทย หรือ สาวๆ Girl generation ที่เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ MV นอกจากนั้นยังมี ศิลปิน ดารา เกาหลีแวะเวียนมาเรียกได้ว่าไม่ขาดสาย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะตามติดภารกิจสุดติ่งในครั้งนี้ ขอติดสอยห้อยตามไปกับเหล่าบรรดาแฟนคลับ เพื่อเข้าล้วงลึกถึงขั้นเปิดกระเป๋าตังกันเลยทีเดียว ว่า จริงหรือไม่ เสียเงินเป็นแสน แม้แต่แขนยังไม่ได้จับ ที่นี่มีคำตอบแล้ว

นางสาวชมพูนุท อินทร์อำนวย หรือ ชมพู อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่มีดีกรีเป็น "ติ่ง" ตัวยงของ วงเอ็กโซ (EXO) เล่าให้ฟังว่าเริ่มชอบศิลปินเกาหลีมาตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยการชอบฟังเพลง แต่มีโอกาสได้ตามติดแบบจริงจังเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว จนหลงในความสามารถบวกกับหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้กลายเป็นแฟนคลับไปโดยปริยาย เช่นเดียวกับ น้องเอ นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี ที่ขอยกขึ้นแท่นให้เป็นสุดยอดแฟนคลับ เพราะลงทุนบินลัดฟ้าไปหาถึงเกาหลี และจองไฟลท์บินกลับมาเมืองไทยพร้อมศิลปิน เพื่อความฟินระดับที่ใครๆ ก็อยากได้

ตามติดทุกฝีก้าว เขาเรียกว่า ติ่งจริง

น้องเอ สาวกวงเอ็กโซ เผยว่า แฟนคลับมีด้วยกันหลายแบบ แบ่งออกเป็นแฟนคลับธรรมดาที่เน้นฟังเพลง สนับสนุนด้วยการให้กำลังใจผ่านโซเชียล และซื้ออัลบั้มทั่วไป แฟนคลับประเภทนี้จะไม่ค่อยได้มีโอกาสไปตามศิลปินมากนักจึงเน้นการสะสมของเยอะๆ เมื่อมีโอกาสก็จะไปชมคอนเสิร์ตบ้าง แต่สำหรับเอ ต้องเรียกว่าเป็นแฟนคลับขั้นสูงสุด หรือ “ติ่ง” ตัวจริง เพราะ ลงทุนบินไปดูคอนเสิร์ตของหนุ่มๆ มาแล้ว 4 รอบ แบ่งเป็นประเทศเกาหลี และ จีน อย่างละ 2 รอบ ส่วนที่ประเทศไทยแน่นอนว่าไม่พลาด มากไปกว่านั้น ติ่งเกาหลีบางคน ซึ่งเป็นส่วนน้อยยังลงทุนจองไฟลท์บินเดียวกับศิลปิน รวมไปถึงรถตู้ตามติดทุกฝีก้าว และจองโรงแรมนอนร่วมชายคาเดียวกัน เพื่อจะได้เห็นมุมที่ศิลปินไม่เคยเปิดเผย

น้องเอ กล่าวต่อว่า เรื่องของไฟลท์บิน และ โรงแรมที่ศิลปินจะมาพัก รู้ได้จากแฟนคลับชาวเกาหลีที่สนิทกัน หรือคนวงใน ซึ่งหมายถึง พนักงานสายการบินที่บางครั้งก็อาจจะแย้มบอกมาบ้างว่าจะมาเวลาไหน วันไหน ส่วนในเรื่องของโรงแรมนั้นจะรู้ได้ง่ายกว่า เพราะส่วนมาก จะมีโรงแรมประจำที่เข้าพักหากศิลปินเคยมาเมืองไทยแล้ว ทำให้แฟนคลับพอจะเดาออกว่า ในครั้งต่อไปจะพักที่ไหน ทำให้สามารถจองได้ล่วงหน้า

ทุบกระปุก เตรียมตัวติ่ง ชอบจริงต้องลงทุน

ชมพู เผยค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดให้กับ ทีมข่าวได้ทราบว่า หนึ่งครั้งที่ศิลปินวงโปรดจะเดินทางมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย ต้องเตรียมเงินค่อนข้างมาก ซึ่งครั้งนี้เธอมีการเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ทางผู้จัดคอนเสิร์ตประกาศกำหนดการออกมา เริ่มตั้งแต่คิดว่าจะไปในราคาบัตรเท่าไร เพื่อที่จะได้เตรียมเก็บออมเงิน โดยส่วนมากบัตรที่ทุกคนอยากได้นั้นก็คือบัตรราคา 4,500 บาท ซึ่งเป็นบัตรยืน และบัตรนั่งราคา 6,000 บาท หากเป็นติ่งตัวจริงแล้วต้องไม่พลาดการดูคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบ

“บัตรราคาต่างกัน ก็ให้อารมณ์ที่แตกต่าง ไป 2 วัน ก็เพราะจะได้เก็บบรรยากาศได้ครบ และได้เห็นศิลปินมากขึ้น นานๆ เขามาประเทศเราทีเลยอยากเต็มที่” ชมพูพูดขึ้นเมื่อถูกถามถึงเหตุผลว่าทำไมต้องไปคอนเสิร์ตสองรอบ

นอกเหนือไปจากการจองบัตรจากเว็บไซต์ ผู้จัดและเหล่าบรรดาสปอนเซอร์ก็จะมีกิจกรรมมาเรียกน้ำย่อยบรรดาติ่งที่พ่ายแพ้ในสงครามจองบัตร ด้วยการให้ร่วมสนุกเล่นเกมลุ้นรางวัลเป็นบัตรคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความ หรือซื้อสินค้าต่างๆ เพื่อลุ้นสิทธิ์ในการได้บัตรฟรี แน่นอนว่าเป็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ชมพู เผยกับทีมข่าวว่าตนเองก็ได้ร่วมส่งข้อความไปประมาณ 4,500 บาท แต่ก็ยังคงมีแฟนคลับคนอื่นที่ลงทุนร่วมสนุกเป็นจำนวนเงินหลักหมื่นบาท ซึ่งครั้งนี้ก็มีทั้งสมหวังและผิดหวังไปตามๆ กัน

เมื่อผิดหวังจากการจองบัตร และการร่วมเล่นเกม ยังคงมีอีกหนึ่งทางเลือกที่แฟนคลับเงินหนาพร้อมกระโจนเข้าใส่ นั่นคือบัตรอัพราคา ที่ตอนนี้มีการอัพมาถึง 2 หมื่นบาท และดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่ต้องมีการเตรียมเงินเผื่อไว้สัก 2,000-3,000 บาทในยามที่ผิดหวังจากขั้นตอนปกติ แล้วนำมาซื้อบัตรดังกล่าว

โอปป้ามาทีแน่นอนว่า สถานที่สุดฮิตนอกเหนือไปจากอิมแพค อารีน่า คงต้องเป็น สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะมีแฟนคลับทั้งมัธยม มหาวิทยาลัย มาคอยอย่างหนาแน่น แต่ถือว่าธรรมดา เพราะติ่งตัวจริงต้องส่งถึงโรงแรม ด้วยการจองรถตู้ติดตามและโรงแรมที่คาดว่าศิลปินจะไปพัก ค่ารถตู้ต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 300 บาท ค่าโรงแรมหารเฉลี่ยกับเพื่อนแล้วตกคืนละ 1,000 บาท ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าศิลปินจะพักโรงแรมที่จองจริงๆ หรือไม่

วันคอนเสิร์ตนอกจากเตรียมตัวมากรี๊ดให้กำลังใจกันอย่างสุดเสียงแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ของสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น ผ้าเชียร์ แท่งไฟ โปรเจกต์สร้างความประทับใจ หรือของต่างๆ ที่บรรดาแฟนคลับจะทำขึ้นมา รวมไปถึงของที่ระลึกจากงานคอนเสิร์ตที่เรียกว่า official merchandise ที่บรรดาติ่ง ต่างยื้อแย่งกันสุดฤทธิ์ ถึงแม้สิ่งของที่ซื้อจะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่อย่าดูถูกราคากันเชียว เพราะเมื่อซื้อรวมๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงถึง 1,500 บาทเลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าการไปคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีหนึ่งครั้งคงไม่ใช่แค่ต้องเตรียมเงินไว้ซื้อบัตรอย่างเดียว เพราะถ้าจะเอาให้ได้ใกล้ชิดแบบสุดๆ ก็ต้องลงทุนตามรับตามส่ง และสนับสนุนให้เต็มที่ ซึ่งสรุปเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำออกมาคร่าวๆ แล้ว ก็มีมูลค่าเป็นเงิน 21,700 บาท

อดมื้อ กินมื้อ เพื่อบัตรคอน

“สงสารพ่อแม่ลูกใช้เงินขนาดนี้” คงเป็นคำพูดสุดฮิตเมื่อเหล่าบรรดาแฟนคลับเกาหลีเปิดเผยถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้ง และคงเกิดคำถามตามมาเช่นกันว่า เด็กๆ เหล่านี้เอาเงินจากไหนมา น้องเอ และ ชมพู ให้สัมภาษณ์ว่า “ได้รับเงินจากพ่อแม่จริง แต่โชคดีที่ครอบครัวเข้าใจ เพราะตัวเราเองก็สามารถทำเกรดเฉลี่ยได้ดี และไม่เคยทำให้ท่านผิดหวัง มันเหมือนเป็นรางวัลที่เขาให้มากกว่า” ส่วน ชมพู ใช้วิธีการเก็บออมเงิน จากค่าขนมที่พ่อให้ใช้ในแต่ละอาทิตย์ โดยตั้งเป้าไว้เลยว่าจะเก็บเท่าไร ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับการใช้ชีวิตประจำวันอยู่แล้วและไม่กระทบกระเป๋าเงินพ่อแม่เพิ่มด้วย

คอนเสิร์ตนี้ใช้ใจวัดความคุ้ม

“แค่เห็นก็มีความสุขแล้ว กับสิ่งที่เราทุ่มเทให้ไป มันก็เหมือนกับคนที่ทุ่มเทให้กับฟุตบอล ตามดู ตามซื้อของ หรือ คนที่ชอบแฟชั่น รองเท้ามีคอลเลกชั่นใหม่ก็ต้องรีบซื้อ มันก็คุ้มคล้ายกันค่ะ” น้องเอบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อถูกถามถึงความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เช่นเดียวกับ ชมพู ที่ให้ความคิดเห็นว่า ในเมื่อสิ่งที่ทำไม่ส่งผลกระทบต่อใคร หรือเป็นเรื่องเสียหาย มันก็เหมือนเป็นการซื้อความสุขให้ตัวเองและก็เป็นความสุขที่คิดว่าคุ้มค่า ครอบครัวเองก็เดินทางคนละครึ่งกับเรา อะไรที่มากไป เขาก็จะเตือน เราเองก็ต้องมีขอบเขตด้วยพอสมควร

มองอีกมุม สิ่งดีๆ ที่ได้จากการติ่ง

“นอกจากความสุข คือแรงบันดาลใจ” น้องเอในฐานะที่เรียนอักษรศาสตร์ เอกภาษาเกาหลี เผยว่า การชอบศิลปินเกาหลีเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เลือกเรียนทางด้านนี้ แต่โดยส่วนตัวก็เป็นคนชอบการเรียนภาษาเป็นทุนเดิม แต่เมื่อมาชอบศิลปิน จึงทำให้เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง จนตอนนี้ตัวเองรู็สึกว่าการเรียนภาษาเกาหลีสามารถเปิดโอกาสในการทำงานได้และเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทเกาหลีก็เริ่มเข้ามาตีตลาดไทยเยอะ และแน่นอนว่าต้องการคนไทยร่วมงานด้วย “การชอบเกาหลีมันให้ทั้งความสุข ความสามารถ และเป็นแรงขับเคลื่อนได้ ในเมื่อเราสื่อสารกับเขาไม่ได้ มันก็ยิ่งพยายามที่จะเรียนรู้เพื่อให้สื่อสารกันเข้าใจ”

นี่คือมุมมองของสาวกเกาหลี ที่ยอมเสียเงินมากมายเพื่อสิ่งที่เขาคลั่งไคล้...คุ้มหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับฐานะทางบ้านและความพยายามส่วนตัวของแต่ละคน อย่างไรก็ดี ตอนหน้า ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะตามไปส่องมาตรการของ "การ์ด" ว่าเข้มงวดจนถึงขั้น "เรื่องมาก" จนเหล่าติ่งมิอาจสัมผัสแค่ปลายเล็บ จริงหรือไม่...? 

หมายเหตุ : คำว่า โอปป้า หมายถึง พี่ชายในภาษาเกาหลี และเป็นคำที่แฟนคลับมักใช้เรียกศิลปินชาย

               คำว่า ติ่ง หมายถึง คำเรียกแทนกลุ่มคน หรือกลุ่มแฟนคลับที่ชื่นชอบ และ คลั่งไคล้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอย่างมาก

**ขอบคุณภาพส่วนหนึ่งจาก น้องเอ  - เว็บไซต์ exo.smtown.com **

อ่านเพิ่มเติม

ติ่งต้องทำใจ! เปิดสาเหตุ ซุป'ตาร์เกาหลี เข้าถึงยาก-บัตรแสนแพง

เดือนนี้ เรียกได้ว่า สนามบินแทบแตก เมื่อบรรดาเหล่าโอปป้า และสาวๆ จากแดนกิมจิ บินตรงมาทำกิจกรรม พร้อมเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยกันอย่างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็น บอยแบนด์ชื่อดังอย่าง วง EXO ....