วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝนแล้งนํ้าแห้งเขื่อน สะเทือนทั้งชาวนาชาวกรุง

โดย ซูม

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาท่านผู้ว่าการการประปานครหลวง หรือ กปน. ออกมา แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาภัยแล้งปีนี้วิกฤติกว่าที่คิดไว้ค่อนข้างมาก

เพราะนอกจากปริมาณนํ้าในเขื่อนหลัก ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะมีน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปี จนกรมชลประทานต้องประกาศเตือนเกษตรกรทั้งลุ่มเจ้าพระยาให้ชะลอการทำนาปีเอาไว้ก่อน จนส่งผล กระทบอย่างใหญ่หลวงต่อภาคการเกษตรดังที่ทราบกันอยู่แล้วนั้น

ยังจะมีผลกระทบมาถึงประชาชนในตัวเมืองและ กทม. ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ต้องใช้นํ้าประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคอีกด้วย

เพราะแม่นํ้าเจ้าพระยาเป็นแหล่งนํ้าดิบหลักที่จะนำมาผลิตนํ้าประปาหล่อเลี้ยงภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร

ขณะนี้การประปานครหลวงก็เริ่มลดกำลังการผลิตและจ่ายนํ้าน้อยลงบ้างแล้วในบางจุด อาจจะมีผลทำให้นํ้าประปาไหลอ่อนลงบ้างในบางช่วงเวลา

นอกจากนี้เมื่อทั้ง 2 เขื่อน ปล่อยนํ้าลงมาได้น้อยและกรมชลประทานส่งต่อมาสู่แม่นํ้าเจ้าพระยาได้น้อย ปริมาณนํ้าที่จะผลักดันนํ้าเค็มก็จะน้อยลงไปด้วย

ส่งผลให้นํ้าเค็มอาจจะขึ้นมาสูงจนทำให้นํ้าดิบที่จะใช้ผลิตนํ้าประปาในบางพื้นที่มีความเค็มสูงขึ้น จนอาจมีผลกระทบต่อการนำไปใช้ดื่ม สำหรับครัวเรือนจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพาอาศัยนํ้าประปา

ฟังจากถ้อยแถลงของท่านผู้ว่าการการประปานครหลวงแล้ว ก็คงจะ สรุปได้ว่า จากกรณีฝนแล้งนํ้าแห้งเขื่อนของปีนี้ แม้แต่คนกรุงก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

ขณะนี้ก็ได้รับแล้วด้วยซํ้า เช่น ปริมาณนํ้าอ่อนลงในบางเวลา และกร่อยหรือเค็มขึ้นในพื้นที่บางจุด

กล่าวโดยสรุปภายใน 30 วันจากนี้ไปหากฝนยังไม่ตกเหนือเขื่อน หรือตกน้อยมาก โดยทั่วๆไปอีกละก็คงจะเดือดร้อนกันอย่างสาหัส ทั้งชาวนาและชาวกรุงทั่วลุ่มเจ้าพระยา รวมทั้ง กทม.

ชาวนานั้นน่าสงสารมากที่สุด เมื่อกรมชลประทานสั่งชะลอการปลูกข้าวนาปีไปแล้ว 4 ล้านไร่ ใน 22 จังหวัด อย่างน้อยอีก 1 เดือน

ปีที่ผ่านมาเจอปัญหาราคาพืชผลตกตํ่า ปลูกแล้วขายแล้วแทบไม่พอยังชีพ ก็หวังว่าปีนี้จะแก้ตัวใหม่ โดยภาวนาขอให้ผลผลิตดีเอาไว้ก่อน ส่วนราคานั้นก็ภาวนาขอให้ดีขึ้นบ้างในช่วงเก็บเกี่ยว

ปรากฏว่าต้องมาเจอปัญหาตั้งแต่การเพาะปลูกเลย เพราะเมื่อแห้งแล้งขาดแคลนน้ำปลูกข้าวไม่ได้ตามฤดูกาลเช่นนี้ จะไปหวังให้ผลผลิตดีคงยากเสียแล้ว

ดังนั้น ถึงหากราคาข้าวจะดีขึ้นในภายหลังแล้วก็คงไม่ฟื้นจากปีกลายอยู่ดี เพราะไม่มีข้าวจะไปขาย เนื่องมาจากตายแล้งไปเสียเกือบหมดเป็นความทุกข์ซ้ำสองจริงๆครับ...ดังนั้นหากจะช่วยอะไรชาวนาได้ก็ขอให้เตรียมแผนเตรียมแนวทางเอาไว้ด้วย

ส่วนพวกเราชาวกรุงและภาคอุตสาหกรรมที่จะเจอปัญหาน้ำประปาไหลอ่อนลงหรือบางพื้นที่มีความเค็มสูงก็คงต้องยอมกัดฟันทน

ใครที่เคยใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยก็ควรจะเริ่มประหยัดกันได้แล้วหรือบ้านใดที่มีตุ่มมีโอ่งน้ำมีแท็งก์น้ำก็ควรจะรองน้ำฝนเก็บไว้บ้าง เพราะช่วงนี้ยังมีฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครอยู่เสมอๆ

ยังไงก็รองน้ำฝนเอาไว้บ้างนะครับไม่กล้าใช้ดื่มเพราะกลัวว่าจะไม่สะอาดหรือมีรังสีโน่นนี่ก็เก็บไว้บ้างไว้ซักเสื้อผ้าก็ยังดีกว่าปล่อยให้ไหลออกไปเจิ่งนองเต็มท้องถนนว่างั้นเถิด

เห็นแล้วก็เสียดายจริงๆ เพราะปริมาณน้ำฝนที่กระหน่ำเข้าใส่ กทม.และปริมณฑลในช่วง 3-4 วันที่แล้ว ถ้าไปตกที่เหนือเขื่อนใดเขื่อนหนึ่งก็จะเก็บน้ำไว้ใช้ได้อีกมากครับ!

ก็ถือโอกาสปรับทุกข์ผูกมิตรตามประสาคนที่อยู่ในอาณาเขต22 จังหวัดที่ต้องอาศัยน้ำจากลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำต้นทุนจากเขื่อนหลักต่างๆที่กำลังแห้งขอดสนิท

อันจะเป็นผลให้ต้องเผชิญความทุกข์หนักบ้าง เบาบ้าง อย่างทั่วถึงกันทั้งชาวกรุงชาวชนบทในขณะนี้

ในฐานะประชาชนด้วยกันก็ได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกันไปพลางๆ เพราะความสามารถของพวกเราก็มีเพียงเท่านี้ และทำได้เพียงแค่นี้

ความทุกข์ที่สาหัสที่สุดคือความทุกข์ของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่นั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง...ฝากบิ๊กตู่และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯไว้ด้วยก็แล้วกัน.

“ซูม”