วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่ายุ่งกับศาล

โดย ซี.12

ดูเหมือนว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งคือการสร้างความคับข้องใจให้กับผู้คนแทบทุกวงการเมื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวงการนั้นๆ

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเมืองการเลือกตั้ง การปกครองท้องถิ่น ภาคราชการหรือการเมืองภาคประชาชนพลเมืองที่ใช้ถ้อยคำสับสนปนเปกันไปหมด

ตอนนี้ก็เจอศึกหนักกับความไม่พอใจของผู้คนในแวดวงตุลาการอีกสถาบันหนึ่งซึ่งถ้าไม่สามารถทำความเข้าใจได้ก็น่าเป็นห่วง
ว่ากันให้ชัดๆก็คือ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะพวกท่านนักยก

ร่างรัฐธรรมนูญจะวางกรอบวางกติกามาบังคับขับไสผู้คนพลเมืองอย่างไรพวกเราก็มิอาจไม่ยินยอม...เถียงสู้ปากพวกท่านไม่ทันว่างั้นเถอะ

แต่มาเจอกับศาลอันนี้สนุกแน่

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้คือการที่ผู้คนในแวดวงตุลาการมีความรู้สึกว่าถูกก้าวก่ายแทรกแซงในการบริหารงานบุคคลของศาล

แต่เดิมมาการแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน และการลงโทษผู้พิพากษาเป็นเรื่องภายในของวงการตุลาการที่ดำเนินการโดย คณะกรรมการตุลาการ หรือ ก.ต. ที่ข้าราชการตุลาการเลือกเข้ามาควบคุมดูแลกันเอง

ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ยินยอมให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่ไม่เป็นข้าราชการตุลาการโดยให้วุฒิสภาเลือกเข้ามาร่วมเป็น ก.ต. อีก 2 คน นี่ก็นับว่าใจกว้างยอมเปิดประตูให้คนนอกมารับรู้รับทราบแล้ว

มาคราวนี้ได้คืบจะเอาศอกถึงขนาดกำหนดบทบัญญัติในมาตรา 225

ข้อความในท่อนแรกที่บอกว่า คณะกรรมการซึ่งเป็นองค์กรบริหาร งานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาลใด ต้องประกอบด้วยประธานของศาลนั้นเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนซึ่งได้รับเลือกตั้งจากผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาลนั้นในแต่ละชั้นศาลในสัดส่วนที่เหมาะสม นั้นไม่เป็นไร แต่ท่อนต่อมานี่สิที่เป็นเรื่องคือถ้อยคำที่ว่า

และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการและไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของจำนวนกรรมการซึ่งเป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาลนั้นเป็นกรรมการ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ฯลฯ

ใจคอจะให้ใครต่อใครยกทัพเข้าไปนั่งพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย–ไล่ออกผู้พิพากษากันถึงหนึ่งในสามขององค์ประชุมเชียวหรือ แค่ 2 คนอย่างแต่ก่อนก็มากแล้ว

เคยเห็นตัวอย่างบ้างไหมที่รัฐบาลที่แล้วแต่งตั้งพวก ทนาย ที่คอยรับใช้ใกล้ชิดไปเป็น กรรมการรัฐวิสาหกิจ หลายแห่งรับผลประโยชน์กันจนพุงปลิ้น

พอถึงเวลาที่ตัวใหญ่ในรัฐบาลนั้นโดนดำเนินคดีก็มีพวกนี้แหละมาทำหน้าที่แก้ต่างเป็นทนายให้จะเอ่ยชื่อก็ได้แต่ขี้เกียจเอ่ยเพราะเปิดโปงมาหลายหนแล้ว

อย่าคิดนะว่าพอมีรัฐบาลเลือกตั้งแล้วพวกนั้นไม่กล้าคิดซิกแซ็กเอาทนายที่เป็นขี้ข้ามานั่งเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ...ฮึ่มรู้จักพวกเขา
น้อยไปกระมัง

เรื่องมันเป็นเช่นนี้จึงอยากรู้จริงๆว่าเอาสมองส่วนไหนคิดที่มีมติออกมาอย่างนี้.

“ซี.12”

18 มิ.ย. 2558 10:51 ไทยรัฐ