วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตุลาการต้องเป็นอิสระ

คณะผู้พิพากษากว่าพันคนร่วมกัน เข้าชื่อในจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็น ได้แก่ องค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) และการให้ ผู้พิพากษาที่ถูก ก.ต.ลงโทษทางวินัยมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหลังจากที่เคยยื่นคัดค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยอมตัด ก.ต.คนนอก 1 ใน 3 ออกไป แต่ขอเพิ่มตัวแทนฝ่ายรัฐบาล 1 คน

ก.ต.เป็นองค์กรบริหารงานบุคคล มีอำนาจในการแต่งตั้งและโยกย้ายผู้พิพากษา และตุลาการ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้เองในมาตรา 212 ว่าการแต่งตั้งและโยกย้ายผู้พิพากษา “ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระ” แต่ให้ ก.ต.มีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นคนนอกอย่างน้อย 1 ใน 3 เป็น ก.ต.และเมื่อถูกคณะผู้พิพากษาคัดค้านจึงยอมตัดทิ้ง แต่ขอให้ผู้แทนรัฐบาลอยู่ด้วย

แม้แต่ทหารและตำรวจซึ่งเป็นกลไกสำคัญของฝ่ายบริหารและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลยังพยายามที่จะดำรงความเป็นอิสระในการแต่งตั้งโยกย้ายของตน แต่น่าแปลกใจที่ กมธ.จะให้มี “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ซึ่งเป็น “คนนอก” ถึง 1 ใน 3 เป็นกรรมการ ก.ต. เพราะอาจเปิดทางให้การเมืองแทรกแซงในการแต่งตั้งผู้พิพากษาจนถึงอาจมีผลต่อการตัดสินคดีความ

แม้ กมธ.จะยอมตัดผู้ทรงคุณวุฒิออกไป แต่ยังจะขอให้มีผู้แทนฝ่ายรัฐบาลอยู่ใน ก.ต.อีก จึงยังไม่น่าไว้วางใจเพราะตัวแทนของนักการเมืองเพียงคนเดียว ถ้าหากมีความสามารถและอำนาจอิทธิพลพอ ก็ยัง สามารถแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ พิพากษาได้ ด้วยอำนาจบารมีและอาจถึงแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับนักการเมือง

ร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา “ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระ” นั่นก็คือไม่ให้การเมืองแทรกแซงไม่ว่าจะโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญจึงต้องอุดช่องโหว่ทุกช่องเพื่อป้องกันการเมืองแทรกแซงอำนาจอื่น เพราะแม้จะไม่เปิดช่อง นักการเมืองก็ยังแทรกแซงอำนาจอื่นได้ ไม่ให้เข้าประตูหน้าก็เข้าประ-ตูหลังด้วยความเก่งกล้าแบบศรีธนญชัย

เคยมีตัวอย่างการแทรกแซงวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ออกแบบให้เป็นสภาที่ปลอดการเมือง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ถูกการเมืองเข้าแทรกแซงประตูหลังจนไร้ความสามารถในการตรวจสอบและยังมีอีกตัวอย่างหนึ่งคือตำรวจ กระบวนการยุติธรรมต้นธาร ก็เคยถูกนักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือเพื่อรักษาอำนาจและกำราบปราบปรามฝ่ายตรงข้าม

หวังว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะรับฟังความเห็นของคณะผู้พิพากษาด้วยวิจารณญาณที่รอบคอบ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤติตุลาการเหมือนกับที่เคยเกิดเมื่อหลายปีก่อน ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือจะต้องปกป้อง “หลักประกันความเป็นอิสระ” ของอำนาจตุลาการ เพื่อผดุงระบบความยุติธรรมของประเทศ และดำรงหลักประชาธิปไตย.

18 มิ.ย. 2558 10:46 ไทยรัฐ