วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงคนไร้สัญชาติ ดังจากดอยแม่สลอง

“ขอให้ท่าน นายกฯตู่ และ มท.1 เร่งแก้ปัญหาผู้เฒ่าไร้รัฐไร้สัญชาติ” เสียงจาก...เตือนใจ ดีเทศน์ หรือ “ครูแดง” ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาสิทธิสถานะบุคคลเพื่อสุขภาวะชุมชนลุ่มน้ำโขง–สาละวิน มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.)

ครูแดงคาดหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้เชิญมิ่งมิตรผู้ร่วมงานกันมานาน ผู้สอนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ นางสาวบงกช นภาอัมพร ผู้จัดการโครงการบางกอกคลินิก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาลงพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อพบ
กรณีตัวอย่าง เพื่อนำสู่ข้อเสนอทางกฎหมายและนโยบาย

ในวันงานวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรัฐมนตรีด้านสังคม และ ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่ฟ้าหลวงและนายอำเภอแม่จัน ในฐานะผู้ขับเคลื่อนระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการในพื้นที่ ได้มารับรู้ปัญหาของผู้เฒ่า และร่วมกันมองทางออกเพื่อแก้ไขปัญหา

ข้อมูลจากงานผู้เฒ่าไร้สัญชาติครั้งที่ 4 พฤษภาคม 2558 รายงานผลสำรวจช่วงปี 2555-2558 พบผู้เฒ่าไร้รัฐไร้สัญชาติ ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่จัน เชียงของ เวียงแก่น เชียงแสน จังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่สะเรียง สบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับจังหวัดอุบลราชธานี (เฉพาะชุมชนต้นแบบ) รวม 1,217 คน จำแนกเป็น...กลุ่มผู้เฒ่าไร้รัฐ ที่ตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎร 126 คน กลุ่มถือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) 209 คน

กลุ่มถือบัตรผู้ไม่มีสัญชาติไทย (บัตรเลข 6) 569 คน และผู้ถือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ใบสำคัญถิ่นที่อยู่รอการแปลงสัญชาติเป็นไทย 313 คน

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ ได้เขียนบทความกรณีศึกษา “นางหมี่หน่อ บูเล่กู่” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปในพื้นที่บ้านป่าคาสุขใจว่า... อาผี่หมี่หน่อง (อาผี่แปลว่าคุณยายหรือคุณย่า) ความเป็นไปได้ทางกฎหมายเพื่อจัดการสุขภาวะผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติแห่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มีหรือไม่...เป็นเช่นใด...เป็นหน้าที่ของรัฐใดบนโลก “ปัญหาผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เกิดจากความไม่มีอยู่ของกฎหมายนโยบาย หรือเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย...เรื่องอาผี่หมี่หน่อง เป็นเรื่องราวที่ร้ายแรงที่สุด เพราะเธอตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของทุกรัฐที่เกี่ยวข้อง เป็นปัญหาที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคุณยายอายุ 95 ปี...และอาศัยอยู่ในชุมชนในรัฐไทยโดยมีพยานรู้เห็นนานกว่า 40 ปีแล้ว”

ข้อเท็จจริง...อาผี่หมี่หน่องและครอบครัว เธอกับลูก 6 คนเกิดในเมียนมา เมื่อสามีตายจึงพาลูกมาอาศัยในรัฐไทยที่บ้านหัวแม่คำ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ราวปี 2516 แล้วจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านป่าคาสุขใจ หมู่ 5 ตำบลแม่สลองนอก แต่ตกหล่นจากการสำรวจของรัฐในทุกๆครั้ง

กระนั้นก็ยังได้รับการสำรวจบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89) เมื่อปี 2550 ปรากฏในแบบตอบรับการสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89/1) ในขณะที่ลูกของเธอได้รับการบันทึกในทะเบียนบ้านสำหรับคนที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยถาวร ทร.14 และ ทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งมีสิทธิอาศัยอยู่ชั่วคราว ทร.13 และบุตรอีกหนึ่งคนกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร

ครูแดงรู้จักอาผี่หมี่หน่อง ตั้งแต่ปี 28 เมื่อครั้งที่มูลนิธิฯเริ่มทำงานที่บ้านป่าคาสุขใจ เธอเป็นผู้นำพิธีกรรมฝ่ายหญิงที่ได้รับความเคารพในชุมชนบนดอยแม่สลอง สุขภาพดีบุคลิกสง่างามมีความเมตตามนุษยสัมพันธ์ดี

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ สรุปความเป็นไปได้ตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่จะขจัดความไร้รัฐโดยสิ้นเชิงแก่อาผี่หมี่หน่อง ทำให้เป็น “คนมีรัฐ” คือใช้มาตรา 38 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ 2) พ.ศ.2551 โดยนายอำเภอแม่ฟ้าหลวงจัดให้มีการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้ อาผี่หมี่หน่อง เพราะเธอมีถิ่นที่อยู่ขณะสำรวจในเขตสำนักทะเบียนแม่ฟ้าหลวง

ทั้งนี้ มีกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันกับประเทศไทยให้ต้องรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายให้อาผี่หมี่หน่อง คือปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948 ข้อ 6 กติกาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางแพ่งพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 16 ซึ่งบัญญัติว่า “ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกฎหมายไม่ว่า ณ ที่ใด”...ดังนั้นจึงเป็นอำนาจหน้าที่ มิใช่อำนาจดุลพินิจของนายอำเภอ อธิบดีกรมการปกครอง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย...ที่ต้องดำเนินการในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐไทยโดยไม่ชักช้า

ความเป็นไปได้ตามกฎหมายสัญชาติ ที่จะขจัดปัญหาความไร้สัญชาติ ทำให้มีสถานะเป็นคนมีสัญชาติให้แก่อาผี่หมี่หน่องและบุตร มีความเป็นไปได้ที่รัฐไทยจะขจัดปัญหาความไร้สัญชาติให้แก่อาผี่หมี่หน่องและบุตรโดยใช้มาตรา 10, 12 และมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508

ประวัติศาสตร์กฎหมายสัญชาติไทย รัฐไทยมีปกติประเพณีปกครองที่จะรับรองสิทธิในสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติให้แก่ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอย่างกลมกลืนในสังคมไทย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ คนเชื้อสายจีนที่ลงเรือสำเภามาอาศัยอยู่ที่เยาวราชและเจริญกรุง หลักกฎหมายว่าด้วยการแปลงสัญชาติปรากฏครั้งแรกใน พ.ร.บ.ปลงชาติ ร.ศ. 130/พ.ศ.2454 ยังคงปรากฏอยู่ถึงปัจจุบันใน พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508

ปัญหาผู้เฒ่าไร้สัญชาติจึงน่าจะเกิดจากความบกพร่องในการใช้กฎหมายดังกล่าว

กระทรวงมหาดไทยยังมีกฎกระทรวงพิเศษ “กฎกระทรวงกำหนดแบบ วิธีการและค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอเกี่ยวกับได้สัญชาติ การแปลงสัญชาติเป็นไทย และการกลับคืนสัญชาติไทยสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อย พ.ศ.2545” แต่มีการให้ข้อมูลว่าการแปลงสัญชาติให้ชาวเขายังทำไม่ได้ ต้องใช้คุณสมบัติลักษณะเดียวกับคนต่างด้าวที่มีรัฐมีสัญชาติ ที่เข้ามาอาศัย...มีรายได้เดือนละหลายหมื่น ซึ่งชาวเขาทำอาชีพเกษตร ไม่มีรายได้มากนัก

และกรณีผู้เฒ่าก็ยิ่งไม่น่าจะประกอบอาชีพใดได้อีกแล้ว จึงควรทบทวนข้อมูลให้มีความถูกต้อง

จากกรณีศึกษาอาผี่หมี่หน่อง...ความหวังและข้อเสนอต่อภาครัฐและสาธารณชนที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้

1.ขอให้อธิบดีกรมการปกครองจัดให้มีการทบทวนแนวคิด วิธีปฏิบัติแก่ผู้ว่าฯ...นายอำเภอ เพื่อขจัดปัญหาความไร้รัฐโดยสิ้นเชิง ให้มีความชัดเจนในข้อกฎหมาย นโยบายของรัฐไทย ลดผลกระทบด้านลบ

2.ขอให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคราชการกับภาคประชา–สังคม การทดลองทางสังคมในพื้นที่ต้นแบบ อำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่จัน เชียงของ เวียงแก่น อาจกลายเป็น “หนังสือสั่งการเชิงตำราของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง” ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ

3.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) สั่งการให้ทำการสำรวจผู้เฒ่าไร้สัญชาติและปัญหาที่ประสบอยู่ เพื่อให้รู้สาเหตุที่แท้จริง และ สั่งสังคายนาข้อกฎหมายเพื่อการแปลงสัญชาติให้แก่ชาวเขาและชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่นานจนกลมกลืนกับสังคมไทย เพื่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาความไร้สัญชาติ

4.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขผลักดันให้ผู้เฒ่าไร้รัฐโดยสิ้นเชิงที่ตั้งถิ่นฐานมานานในประเทศไทยได้รับการรับรองสิทธิในหลักประกันสุขภาพแบบได้เปล่า ซึ่งเป็นสิทธิของมนุษย์ทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

“ครูแดง” ทิ้งท้ายว่า คืนความสุข...ลดเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในกลุ่มผู้เฒ่าไร้รัฐ ไร้สัญชาติ จึงเป็นอีกวาระเร่งด่วนที่ต้องทำ.

18 มิ.ย. 2558 09:41 18 มิ.ย. 2558 09:43 ไทยรัฐ