วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิวัติซ้อนเลอะเทอะ ประยุทธ์-ท้าทาย! ให้มาเลยแล้วจะรู้

กมธ.ถอยตุลาการ

ผู้พิพากษา 1,380 คนเข้าชื่อยื่น จม.เปิดผนึกคัดค้านร่าง รธน. ปมเพิ่มสัดส่วน ก.ต.จากฝ่ายการเมือง และการอุทธรณ์โทษวินัย คาใจ เปิดช่องให้การเมืองแทรก จี้ถามเป็นความคิดริเริ่มของใคร “วิษณุ” ตีซ้ำ ครม.เคยชงให้แก้แล้ว กมธ.ยกร่างฯ รับสัญญาณเตือนพร้อมทบทวนใหม่ สปช.สับฉ้อฉลเขียนให้เกิดช่องว่าง “วันชัย” ขย่มไม่เลิกคุยฟุ้งร่อแร่ส่อถูกคว่ำ “บวรศักดิ์” ยังเป็นปลื้ม รธน. ฉบับมนุษย์นิยม สนช.รอถามรัฐบาลปลุกผีก๊วน 111-109 ทำไม “สมเจตน์” โวยลั่นปรองดองผิดวิธี “บิ๊กตู่” จี้ ป.ป.ช.สะสางคดีค้างเก่าให้จบ ท้าทายใครกล้า ปฏิวัติซ้อนมาเลยแล้วจะรู้ ผบ.ตร.เจอแล้วทั้งเว็บ-คนปูด ปว. “ทักษิณ” ยินดีให้ทำหนังชีวประวัติ คสช. เรียก พท.-นปช.-กปปส.-ปชป.คุยอีกรอบ

หลังถูกกดดันจากหลายฝ่าย ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ล่าสุดคณะผู้พิพากษา 1,380 คน รวบรวมรายชื่อทำเป็นจดหมายเปิดผนึก คัดค้านประเด็นการเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และการอุทธรณ์โทษวินัยต่อศาลฎีกาได้

ผู้พิพากษา 1,380 คน ค้านร่าง รธน.

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 17 มิ.ย.ที่ศาลฎีกา อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา นำรายชื่อผู้พิพากษาจำนวน 1,380 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ที่มาจากฝ่ายการเมือง และการอุทธรณ์โทษวินัยให้สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ พร้อมจดหมายเปิดผนึกยื่นต่อนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อส่งมอบไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายภัทรศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นนี้สอดคล้องกับที่ศาลยุติธรรมเคยแถลงจุดยืน 7 ข้อ ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา

คาใจเปิดช่องการเมืองแทรก

ต่อมานายศรีอัมพรแถลงว่า หลังจากผู้พิพากษา 427 คน ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการเพิ่มสัดส่วน ก.ต. จึงรวบรวมรายชื่อผู้พิพากษาทุกระดับชั้น 1,380 คน ทำจดหมายเปิดผนึกแสดงเหตุผลคัดค้านแนวคิดดังกล่าว รวมถึงแนวคิดที่กำหนดให้ผู้พิพากษาที่ถูก ก.ต.ลงโทษทางวินัย มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ เนื่องจากจะเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของ ก.ต. หากศาลถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ประชาชนที่มีคดีความเข้าสู่ศาลก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น อยากให้ กมธ. ยกร่างฯ ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการเพิ่มสัดส่วน ก.ต.คนนอก ว่าจะแก้ปัญหาอะไร และประโยชน์จะเกิดแก่ประชาชนอย่างไร เมื่อปี 2535 เกิดวิกฤติตุลาการ เนื่องมาจากนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา

จี้ถามเป็นความคิดริเริ่มของใคร

ด้านนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า ศาลยุติธรรมแยกออกมาจากกระทรวงยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซงความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี แล้วเหตุใดจึงคิดเพิ่มตัวแทนนักการเมืองให้เข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งโยกย้ายและลงโทษผู้พิพากษา อย่างนี้เรียกว่าปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักการเมืองมีโอกาสแทรกแซงศาลมากขึ้น เป็นการลดทอนความเป็นอิสระของศาล ถือเป็นการปฏิรูปแบบถอยหลังเข้าคลอง ทำให้สงสัยว่ามีคนต้องการให้ฝ่ายการเมืองมีโอกาสเข้ามาแทรกแซงศาลยุติธรรมหรือไม่ และอยากทราบว่าเรื่องนี้เป็นความคิดริเริ่มของ กมธ.ยกร่างฯ ท่านใด และเหตุใดท่านอื่นจึงไม่ทักท้วง

ผู้พิพากษาระดับสูงเข้าชื่อเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้พิพากษาที่ร่วมลงชื่อท้ายหนังสือเปิดผนึก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,380 คน แยกเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา 203 คน ศาลอุทธรณ์และอุทธรณ์ภาค 506 คน ศาลชั้นต้น 671 คน โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้ง 3 ชั้นศาล อาทิ รองประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์และประธานศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอื่น อธิบดีผู้พิพากษาภาค และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลต่างๆ

“บวรศักดิ์” ปลื้ม รธน.มนุษย์นิยม

ที่รัฐสภา กลุ่มบูรพาพิทักษ์ภาคีเครือข่ายจิตอาสาเพื่อคนพิการ ผู้สูงอายุ และทูตอารยสถาปัตย์ นำโดยนายสุเมธ พลคชา และนายกฤษณะ ละไล เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังใจนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติคำว่า “อารยสถาปัตย์” ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนพิการให้เท่าเทียมเหมือนคนปกติ ลดเหลื่อมล้ำของผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ สตรีมีครรภ์ ที่ประสบปัญหาการเดินทาง ซึ่งนายบวรศักดิ์กล่าวว่า คำว่า “อารยสถาปัตย์” และ “พลเมือง” ไม่ใช่วาทกรรมเพื่อให้ดูเท่เก๋ แต่เป็นการส่งสาสน์ไปยังคนไทยทุกคนว่า มนุษย์ทุกคนไม่ว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากันหมด ทำให้เกิดสำนึกความเป็นพลเมือง รู้หน้าที่สิทธิของตัวเอง ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นมนุษย์นิยม ไม่ใช่อำนาจนิยมตามที่พูดกัน ส่วนการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ขอพูดเป็นรายวัน ขอพูดครั้งเดียวเมื่อถึงเวลา จะชี้แจงหมดทุกประเด็นเร็วๆนี้

ยอมทบทวนแก้ไขสัดส่วน ก.ต.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การที่ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม เข้ามาเป็น ก.ต.นั้น ไม่มีเจตนาจะให้คนนอกเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในและการทำงานของศาลยุติธรรม เพราะยังถือว่าเป็นศาลต้องทำงานภายใต้หลักความอิสระ และปราศจากการแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น เดิมทีสาเหตุที่ต้องกำหนดสัดส่วนดังกล่าว เพราะต้องการให้ศาลทำงานเชื่อมโยงกับประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นหลักเดียวกับคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง แต่เมื่อคณะผู้พิพากษาแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วย กมธ.ยกร่างฯ ก็พร้อมนำกลับไปพิจารณาทบทวน ส่วนตัวเห็นว่าควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาเป็นกรรมการฯ แค่ 2 คนตามเดิม

“วันชัย” คุยฟุ้งร่อแร่ส่อโดนคว่ำ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยแลกเปลี่ยนหารือกันในหมู่ สปช.ถึงการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าสปช.มีแนวคิดแบ่งได้ 5 จำพวก คือ 1.พวกเก็บอาการ คือจะดูร่างรัฐธรรมนูญที่แก้เสร็จก่อน 2.พวกเริ่มออกอาการ คือรู้ว่าข้อเสนอในการแก้รัฐธรรมนูญของตนไม่ได้รับการแก้ไข 3.พวกออกอาการไม่รับร่างฯ มาตั้งแต่ต้น เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างมานั้นไม่เข้าท่า ไม่เหมาะสม 4.พวกเพิ่งออกอาการหลังแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ยุบ สปช. เมื่อก่อนก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่ออกอาการ ตอนนี้ขอทิ้งทวน ต้องแสดงบทบาทหวือหวากันหน่อย 5.พวกที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญจะดีหรือไม่ดี จะแก้หรือไม่แก้อย่างไรก็ไม่รับ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปมากกว่า ไปๆ มาๆ พวก 2, 3 และ 4 จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหลังวันที่ 22 ส.ค. ไปแล้วอาจรวมพวกที่ 1 มาไว้อีกมาก ดูเอาว่าชะตากรรมของร่างรัฐธรรมนูญจะไปรอดหรือไม่ แต่ในความเห็นของตนดูอาการแล้วร่อแร่เต็มที

“อุดม” สับเกมฉ้อฉลแก้ที่มา ก.ต.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช.กล่าวถึงกรณีผู้พิพากษา 1,380 คน เข้าชื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะทำให้องค์กรตุลาการขาดความเป็นอิสระ ถูกแทรกแซงการพิจารณาคดี จะส่งผลต่อการพิจารณาลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอย่างมาก กมธ.ยกร่างฯ ต้องทบทวนว่าปัญหาอยู่ที่ใด ไม่ใช่ร่างแบบคิดเองเออเอง

นายอุดม เฟื่องฟุ้ง สปช. และอดีตรองประธานศาลฎีกา กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ไม่มีเหตุผลที่จะเพิ่มสัดส่วนคนนอกเป็น ก.ต. และกำหนดให้สามารถอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต.ได้ เพราะหลักการเดิมที่วางไว้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 40 ดีอยู่แล้ว การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปอย่างฉ้อฉล เขียนกฎหมายปลายเปิด เกิดช่องว่างให้ตีความได้มาก อะไรที่ดีอยู่แล้วแต่ไปแก้ให้เสีย อย่างนี้ไม่เรียกว่าการปฏิรูป

“วิษณุ” แจง ครม.เคยเสนอไปแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าหากคณะผู้พิพากษาที่ร่วมกันเข้าชื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่เกี่ยวกับที่มา ก.ต. และการอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต. ที่ลงโทษวินัยผู้พิพากษาสามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ หากจะมาที่รัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง แต่ควรส่งไปที่ กมธ.ยกร่างฯ มากกว่า และก่อนหน้าที่คณะตุลาการจะคัดค้าน ครม.เคยเสนอความเห็นไปยัง กมธ.ยกร่างฯ ให้มีการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ 112 ประเด็น คือไม่เห็นด้วยกับการให้มีผู้แทน ครม.อยู่ใน ก.ต. และที่เหมือนกันคือไม่ควรเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษวินัยผู้พิพากษา จากเดิมที่ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ซึ่งตรงนี้ขอให้ตัดออก

สนช.ข้องใจฟื้นชีพ 111–109

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ตามที่ ครม.และคสช.มีมติแก้ไข และส่งมาให้ สนช.พิจารณา ในวันที่ 18 มิ.ย. ปรากฏว่ามี สนช.หลายคน ตั้งข้อสงสัยต่อการแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 3 ที่กำหนดให้ผู้เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถมาดำรงตำแหน่ง สนช.และรัฐมนตรีได้ จากเดิมที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดข้อห้ามเอาไว้ จึงมี สนช.หลายคนเตรียมสอบถามเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นดังกล่าว จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป

“สมเจตน์” โวยปรองดองผิดวิธี

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 3 ที่กำหนดให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถมาดำรงตำแหน่งใน สนช.และ ครม.ได้ ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลและ คสช.มีวัตถุประสงค์อะไร เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีหลักการสำคัญ เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีบัญญัติข้อห้ามไว้แล้ว เหตุใดรัฐบาลต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าจะว่ากันตามหลักการแล้ว บุคคลใดที่ทำความผิดก็ควรได้รับการลงโทษ มองได้ว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวรัฐบาลมีความต้องการให้พวกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ได้มีตำแหน่งทางการเมืองเพื่อสร้างความปรองดอง แต่การปรองดองที่ถูกต้อง ต้องไม่ปรองดองกับคนผิด

กกต.ยึด 4 หลักจัดทำประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะยึดหลักสำคัญ 4 ข้อ คือ 1.ความโปร่งใส 2.เปิดกว้าง การให้ข่าวสารข้อมูลต่อประชาชนต้องเป็นไปภายใต้บรรยากาศที่เปิดกว้าง เปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เห็นเหมือนหรือเห็นต่างมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน 3.อยู่ในกรอบเนื้อหา การรณรงค์เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ต้องอยู่ในกรอบเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่นำมาลงประชามติ 4.เป็นที่ยอมรับ ผลการลงประชามติต้องสร้างการยอมรับต่อประชาชน เพื่อนำไปใช้กำหนดทิศทางของบ้านเมือง เบื้องต้นได้จัดเตรียมแผนรองรับในทุกด้าน

“บิ๊กตู่” ซัดการเมืองกดทับทุจริต

เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมทางวิชาการระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตครั้งที่ 3 ว่า นโยบายต่อต้านการทุจริตที่ ผ่านมา ทำกันมาตลอด เพียงแต่ต้องเอาจริงเอาจังมากขึ้น มันถูกทาบทับด้วยการเมืองและผลประโยชน์ต่างๆ มาเป็นเวลานาน วันนี้เราจึงต้องรื้อทุกอย่างและแก้ไขให้ได้ โดยตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากผลการวิจัย และการสืบสวนสอบสวน เพราะการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน นับวันจะยิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น ประเทศต้องสูญเสียโอกาสในหลายๆด้าน โดยเฉพาะการขาดความเชื่อมั่นจากสายตาของชาวต่างชาติ ทำให้ถูกปิดกั้นการลงทุน ทั้งยังทำให้สูญเสียทรัพยากรแบบสูญเปล่า

ย้ำ ขรก.โกงทำประเทศอัมพาต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการ ข้าราชการทุกคนต้องนำแนวทางหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการปฏิบัติงานทุกระดับ ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแม้จะเพียงเล็กน้อย หัวข้อของการประชุมปีนี้มีความเชื่อมโยงระหว่างเงินและการเมือง และการครอบงำสถาบันของภาครัฐโดยกลุ่มทุนที่มีอำนาจ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ การยอมรับ เรียกร้อง ขู่เข็ญเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสินบน การใช้อำนาจในทางที่ผิดผ่านระบบอุปถัมภ์เล่นพรรคเล่นพวก ตลอดจนการเปลี่ยนหรือผันการใช้งบประมาณภาครัฐอย่างไม่ถูกต้อง เป็นภัยอันตรายที่ทำให้ประเทศเป็นอัมพาตได้

จี้ ป.ป.ช.สะสางคดีค้างเก่าให้หมด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยต้องสร้างรากฐาน บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อนำไปสู่การมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลอย่างแท้จริง องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ ต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน สร้างความไว้ เนื้อเชื่อใจ พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ให้ทุกคนได้มีสิทธิสู้ เพราะคนผิดอย่างไรก็ผิดอยู่ดี แต่อยู่ที่การหาหลักฐานต้องหาให้ดี มิเช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวาย คนในองค์กรต้องเป็นบุคคลที่ดีถ้าเปรียบแบบทหารคือดีหนึ่งประเภทหนึ่ง เป็นบุคลากรที่ไม่มีตัวตน ตนดูหนังเรื่อง Game of Throne บุรุษไร้หน้า เป็นบุรุษที่ไม่มีหน้า ใครมาถ้ามีความผิดฟันหมด ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปเคลียร์ทุกคดีก่อนวันที่ 22 มิ.ย. ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 22 มิ.ย. ตนจัดการเอง

ถ้ามีธรรมาภิบาลไม่ต้องกลัวทหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้เรากำลังเดินหน้าประเทศ ต่างชาติเริ่มสนใจเรื่องการลงทุน จากนิทรรศการ ป.ป.ช.ภายในงานนี้มี 3 เรื่อง ที่เห็นเป็นปัญหาใหญ่ คือ เรื่องจำนำข้าว คลองด่าน และรถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งเรื่องรถเอ็นจีวีที่ตนต้องการคือให้ประชาชนได้มีรถเมล์ใหม่ใช้ แต่ไม่ต้องการให้ท้ายใคร ไม่เคยได้พบใคร และไม่เคยมีใครไปที่บ้าน และภรรยาตนก็ไม่เคยพบใครเช่นกัน แต่สิ่งนี้ ที่ทำเพื่ออนาคต มีการถามว่าจะเลือกตั้งกันเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับประชาชน ขอยืนยันเดินหน้าตามโรดแม็ปเดิม วันนี้มีการพูดกันทุกวันว่าอยากอยู่ในอำนาจต่อ ถามว่าอยู่แล้วได้อะไรขึ้นมา ทั้งยังโดนด่าด้วย ไม่มี ความสุขหรอก การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อข้างหน้าจะได้แก้ไขอะไรที่ติดขัดได้ ไม่ได้ทำเพื่อให้ตนอยู่หรือไม่อยู่ วันนี้ไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นอย่าให้ประเทศเป็นอัมพาต ไม่อย่างนั้นทหารก็ต้องออกมาอีก เพราะไม่มีอะไรสามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลทุกอย่างก็จบ ไม่ต้องกลัวทหาร ไม่มีใครอยากเข้ามาแบกภาระ ดังนั้นต้องช่วยกันพูด ทำความเข้าใจด้วย

ท้าทายใครกล้าปฏิวัติซ้อนมาเลย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ใครอยากจะเดินหน้า 1 ก้าวแล้วถอยหลัง 2 ก้าวก็ตามใจ วันนี้สร้างภูมิคุ้มกันโดยให้คนไทยหยุดไว้ก่อนทุกเรื่องที่เกิดความขัดแย้ง แล้วแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหา ดังนั้นรัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีระยะเวลาหนึ่งที่จะต้องปฏิรูปประเทศแต่จะเขียนอย่างไรให้เกิดการยอมรับ แล้วรู้ไหมว่าต่อไปใครจะมาเป็นรัฐบาล หรือไม่รู้เลย หรือเทวดาจะมาเป็นรัฐบาล การแก้ปัญหาเศรษฐกิจทุกคนต้องช่วยกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะกี่ “หม่อมอุ๋ย” กี่ “สมคิด” กี่ “ประยุทธ์” ไม่ต้องห่วง ทุกคนต้องทำงานร่วมกัน รับฟังทุกคน อย่าไปเชื่อที่มีการบอกว่าใครดี ไม่ดี เพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจแก้ไขได้ด้วยพวกเราทุกคนต้องร่วมมือกัน วันนี้เราจะทำอย่างไรให้ระบบราชการเข้มแข็ง ซึ่งให้แนวทางไปแล้วว่าจะต้องแต่งตั้งแบบที่ทหาร จะเห็นว่าทหารไม่มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้ง จึงไม่ต้องกลัวเรื่องการปฏิวัติซ้อน เพราะมันเลอะเทอะ ถ้าจะปฏิวัติก็มาปฏิวัติซ้อนตนเลย มาเลย แล้วจะรู้

ป.ป.ช.วางเครือข่ายร่วมต้านโกง

สำหรับการจัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 3 นี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานว่า เป็นการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ป้องกันและปราบปรามทุจริต ทั้งการตรวจสอบทุจริต การตรวจสอบการฟอกเงิน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริตมีประสิทธิภาพ

ส่ง อสส.แก้ต่างช่วย “วิชา” ถูกฟ้อง

นายปานเทพให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ฟ้องนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-2553 ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้ส่งเรื่องกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ฟ้องนายวิชาไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้ช่วยแก้ต่างทางกฎหมาย โดยวันที่ 13 ส.ค. ศาลอาญาได้นัด ป.ป.ช.มาแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้เตรียมหลักฐานไว้แล้ว ยืนยันว่า ป.ป.ช.ยังเดินหน้าไต่สวนคดีดังกล่าวต่อไป ซึ่งในวันที่ 30 มิ.ย. จะกำหนดรับทราบข้อกล่าวหาคดีดังกล่าว หากใครยังไม่ยอมมารับทราบข้อกล่าวหา ป.ป.ช.จะส่งเอกสารให้ทราบทางไปรษณีย์ โดยถือว่ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วโดยปริยาย

บัญชี ขรก.โกงใกล้ถึงมือ “บิ๊กตู่”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบัญชีรายชื่อข้าราชการที่พัวพันกับการทุจริตลอตที่ 2 ว่า กำลังตรวจสอบซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา สอบถามมาว่าทำไปถึงไหนแล้ว โดยการตรวจสอบเราจะใช้หลักเกณฑ์เดิม แยกออกเป็นสองบัญชี คือบัญชีที่อยู่ในข่ายต้องใช้อำนาจ คสช. ส่วนอีกบัญชีไม่ใช่ข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ในท้องถิ่น อาทิ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต้องส่งชื่อให้กระทรวงต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ที่ช้าอยู่เพราะบางรายที่ถูกกล่าวหาได้เกษียณอายุราชการ หรือล้มหายตายจากไป บางส่วนต้นสังกัดได้สั่งลงโทษและปลดไปแล้ว โดยจะส่งให้นายกฯใน 1-2 วันนี้

เจอแล้วทั้งเว็บ-คนปูดปฏิวัติซ้อน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบเว็บไซต์ที่โพสต์ข้อความเรื่องการปฏิวัติซ้อน โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดำเนินการ ว่าเบื้องต้นพบเว็บไซต์ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวชื่อ www.dangdd.com  ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงรับทราบแล้ว จากข้อมูลทราบว่าเว็บไซต์นี้ถูกปิดมาหลายครั้ง แต่ผู้ที่ดำเนินการได้ดัดแปลงเพิ่มเครื่องหมายบางตัวเข้าไปก็สามารถผ่านเข้าไปในเว็บไซต์ได้อีก โดย พล.ต.ท.ประวุฒิบอกว่า ตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่นำระบบ “ซิงเกิ้ล เกทเวย์” มาใช้เหมือนในประเทศที่เจริญแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้จะไม่สามารถคัดกรองได้ ต้องตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุตลอดไป ถึงเวลาที่ต้องลงทุนแล้วไม่เช่นนั้นก็ต้องใช้บุคลากรจำนวนมากมานั่งไล่ปิด มันคุ้มค่าหากเทียบกับเงินพันกว่าล้านที่จะลงทุนกับเรื่องนี้ สำหรับคนที่โพสต์ข้อความเรื่องปฏิวัติซ้อนเราทราบว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

“ทักษิณ” ยินดีให้ทำหนังชีวประวัติ

ด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ล่าสุดได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม พร้อมระบุข้อความว่า “มาประชุมเกี่ยวกับเรื่อง Encryption Technology ที่ University College of London (UCL) ได้ไปยืนถ่ายรูปร่วมกับ Jeremy Bentham นักปรัชญาที่เป็นเจ้าของทฤษฎีทางด้านอาชญวิทยา วิชาที่ผมเคยเรียนมา เลยรู้สึกฟินมากก่อนจะเข้าประชุม” ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงบนโลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ข้อความว่า กลุ่มทุนนอกวงการจ้างบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในฮ่องกง เพื่อสร้างหนังชีวประวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยให้ โจวเหวินฟะ นักแสดงชื่อดังรับบทเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณได้ตอบคำถามเรื่องนี้กับคนใกล้ชิดว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีใครมาติดต่อทำหนังดังกล่าว แต่พูดติดตลกว่า “ก็ดีนะ ถ้าจะสร้างหนังเล่าเรื่องของผมก็ดี”

คสช.เรียก พท.-นปช.-กปปส.คุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ได้เชิญนักการเมืองเข้าร่วมหารืออีกครั้งในวันที่ 18 มิ.ย. ที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. ถูกเชิญไปในวันที่ 19 มิ.ย.

นายพิชัยกล่าวว่า การแสดงความเห็นที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ การวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจก็นำข้อมูลตัวเลขต่างๆจากหน่วยงานของรัฐเอง ไม่ได้แต่งเติมหรือบิดเบือนตัวเลขแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทุกครั้งที่ถูกเชิญไปปรับทัศนคติก็ชี้แจงเช่นนี้เสมอ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมามีนายทหารมาพบที่บ้าน ก็ไม่ได้ห้ามให้ตนแสดงความคิดเห็น

“ถาวร” เล็งเสนอปฏิรูปด่วน 6 เรื่อง

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากนายทหารยศพลโท 2 นายขอเชิญให้ไปพบที่ ศปป. สโมสรกองทัพบก วิภาวดี ในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 19 มิ.ย. อาจเรียกไปปรับทัศนคติ จะใช้โอกาสนี้พูดเรื่องการปฏิรูปประเทศ เพราะจนบัดนี้ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ของ กปปส.ที่เคยออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยจะขอให้รัฐบาลปฏิรูปประเทศเร่งด่วน 6 เรื่องคือ ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระจายอำนาจ ปฏิรูปปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน และปฏิรูปการเมือง

รอง หน.ปชป.ถูกเชิญไปพบ 22 มิ.ย.

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ศปป.ได้โทรศัพท์มาเชิญตนไปพบเพื่อพูดคุย และขอความคิดเห็นในบางประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเคยแสดงความคิดเห็นไปก่อนหน้านี้ ทั้งทางสื่อสารมวลชนหรือสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ และการทำหน้าที่ของ สปช. รวมถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการต่ออายุรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อีก 2 ปี โดย ศปป.นัดให้ตนไปพบที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดีรังสิต ในวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 11.00 น.

ฉะ “ยงยุทธ” ยื้อผลสอบ “ณรงค์”

อีกเรื่อง นพ.สุทัศน์ ศรีวิไล ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ในฐานะประธานประชาคมสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ ระบุว่าได้ส่งข้อสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สืบเนื่องจากปัญหาไม่สนองนโยบายรัฐบาล และ รมว.สาธารณสุข ให้นายกฯ ตัดสินใจ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก เป็นเรื่องของสไตล์การทำงานที่แตกต่างกันนั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะนายยงยุทธเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนตั้งแต่ต้น เมื่อผลออกมาก็ควรเปิดเผย เอง ไม่ควรไปขออำนาจนายกฯ มาพิจารณาตัดสินใจแทน แบบนี้ถูกต้องหรือไม่ ล่าสุดกลับให้ข่าวว่าการจะตัดสินใจอะไร รวมทั้ง นพ.ณรงค์จะได้กลับมาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขอีกหรือไม่ รองนายกฯไม่ได้ดูแล โดยขอให้นายกฯพิจารณา คิดว่าไม่ถูกต้อง เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ทางประชาคมสาธารณสุขคงต้องเรียกหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะชัดเจนว่าทั้งหมดต้องการยื้อเวลาจริงๆ

คปพ.ค้าน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ผ่านนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษา รมต.ประจำสำนักนายกฯ โดยนายปานเทพกล่าวว่า คปพ.ขอแสดงจุดยืนคัดค้าน และไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ที่ผ่านการอนุมัติหลักการของ ครม.แล้ว เนื่อง จากร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ไม่เคยเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และพบว่ามีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจด้วยการปฏิบัติตามสัญญา

“ไพบูลย์” จี้ “มส.” ตรวจสอบ มจร.

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.และอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา แถลงว่า จากกรณีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ระบุว่า ตนให้สัมภาษณ์โจมตีนักศึกษาใน มจร. ว่ามาเล่าเรียน โดยอยู่ฟรี กินฟรี และเรียนฟรี นั้น ตนแค่ให้ข้อมูลในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์ใน มจร. ที่นอกเหนือจากการศึกษาพระธรรม-วินัย โดยเน้นการศึกษาทางโลก คือ การประกอบวิชาชีพแบบอาชีวะ คาดหวังว่าหลังจากลาสิกขาแล้ว จะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ สิ่งเหล่านี้ขัดต่อคำสั่งของมหาเถรสมาคม (มส.) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ที่ระบุว่า ห้ามพระภิกษุสงฆ์ และสามเณร เรียนวิชาชีพอย่างคฤหัสถ์ ในโรงเรียนหรือสถานที่ต่างๆปะปนกับชายหญิง พระภิกษุสงฆ์ควรจะศึกษาเล่าเรียนเฉพาะพระธรรม-วินัย และพระธรรมขั้นสูงเพียงเท่านั้น นอกจากนี้การที่อ้างว่า มจร.ถูกตั้งขึ้นโดยรัชกาลที่ 5 เพื่อให้ พระสงฆ์ศึกษาทางโลกด้วยเป็นการบิดเบือน เพราะเจตนารมณ์ของรัชกาลที่ 5 ต้องการให้ มจร.เป็นที่ศึกษาพระธรรมวินัยของสงฆ์เพียงเท่านั้น ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้ มส.เข้ามาตรวจสอบโดยเร็ว และ หาก มส.ไม่ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด จะถือว่าเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ร้องนายกฯ ฟันทหารฮั้วกล้องซีซีทีวี

ที่ศูนย์บริการประชาชนสำนักงาน ก.พ. นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ตัวแทนกลุ่มธรรมาภิบาล เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ขอให้ตรวจสอบเอาผิด พ.อ.เลิศเดช วิเศษศรี หน.ศสท.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพวก ที่ควบคุมขืนใจคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างระบบกล้องซีซีทีวีโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการ Safe Zone School (CCTV) ของ สพฐ. จำนวนกว่า 5,000 ตัว วงเงิน 577,000,000 บาท ให้เลือกบริษัทที่เป็นพรรคพวกของตนเอง อ้างชื่อผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันว่าเป็นบริษัทของผู้ใหญ่ฝากมา จึงเดินทางมายื่นหนังสือขอให้ยกเลิกการจัดซื้อที่ไม่โปร่งใสนี้ พร้อมเร่งให้จัดซื้อใหม่เร็วที่สุด โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานมวลชนเป็นผู้รับเรื่อง

ผู้พิพากษา 1,380 คนเข้าชื่อยื่น จม.เปิดผนึกคัดค้านร่าง รธน. ปมเพิ่มสัดส่วน ก.ต.จากฝ่ายการเมือง และการอุทธรณ์โทษวินัย คาใจ เปิดช่องให้การเมืองแทรก จี้ถามเป็นความคิดริเริ่มของใคร “วิษณุ” ตีซ้ำ ครม.เคยชงให้แก้แล้ว กมธ.ยกร่างฯ 18 มิ.ย. 2558 08:13 ไทยรัฐ