วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถยังติดหนัก! หลังมีฝนถล่ม ตู่แซว-ไล่ผู้ว่าฯ

คนกรุงปวดใจ ฝนถล่มตั้งแต่ดึก ยันเช้า รถราติดหนับเป็นอัมพาต หลายเส้นทางในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน “ประยุทธ์” แซวฝนตก กทม.ผิดที่ สงสัยไล่ผู้ว่าฯ สั่งทุกหน่วยรับมือน้ำท่วม ขณะที่ “สุขุมพันธุ์” โวสามารถระบายน้ำท่วมขังได้ดีมีประสิทธิภาพในถนนสายหลัก ส่วนตรอกซอกซอยขอให้เห็นใจ ทบ.ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาอุทกภัย คสช. รมว.เกษตรฯขอ 22 ผวจ.ลุ่มเจ้าพระยาทำความเข้าใจเกษตรกร เหตุผลทำนาช้า ห่วง ปชช.ตระหนกแย่งกันใช้น้ำ-ถูกใช้เป็นเงื่อนไขทางการเมือง

จากกรณีมีฝนตกในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอย่างหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางดึกวันที่ 16 มิ.ย. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมผิวจราจร รถราติดขัดเป็นจำนวนมาก อาทิ แยกอโศกฯ อสมท ถนนพระราม 4 บางนา สมุทรปราการ กับบนทางด่วนหลายเส้นทาง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝนที่ตกกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 16 มิ.ย. ว่า ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้น้ำท่วมขัง แต่ดำเนินการเร่งระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถระบายน้ำได้ในหลายๆ จุดเสร็จสิ้นก่อนเวลา 06.00 น. เหลือเพียงบางจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ซอยแบริ่ง มีน้ำท่วมขังสูง 10-15 ซม. แต่ได้เร่งระบายน้ำจนคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว การทำงานของ กทม.สามารถระบายน้ำได้ภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง ถือว่ามีประสิทธิภาพดี หากเทียบกับระบบระบายในปีอื่นๆที่ผ่านมา ที่เกิดน้ำท่วมขังข้ามวัน

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันในเส้นทางถนนสายหลักปัญหาน้ำท่วมขัง รอการระบาย สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ส่วนในตรอกซอกซอย และหมู่บ้านเก่าต่างๆ ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบ้าง มีความกังวลและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กทม.ช่วยเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ระบบในการระบายน้ำของ กทม.ยังไม่สมบูรณ์ จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ ประสิทธิภาพในการทำงานยังมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน สำหรับบริเวณแบริ่งถือเป็นจุดลุ่มต่ำที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ประกอบกับมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่งผลต่อการไหลของน้ำ ซึ่งนายสัญญา ชีนิมิต ปลัด กทม.ได้ลงพื้นที่ควบคุมการระบายน้ำด้วยตนเองเมื่อเวลา 11.00 น. เพื่อสั่งการเร่งระบายน้ำจนเข้าสู่สภาวะปกติ

ด้านศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ กทม. ในรอบ 24 ชั่วโมง ของวันที่ 17 มิ.ย.ว่า พื้นที่กรุงเทพฯมีฝนอ่อนถึงปานกลางทั่วทุกพื้นที่ โดยปริมาณฝนสูงสุดที่เขตบางนา 130 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมในถนนสายหลักตั้งแต่ 5-20 ซม. อาทิ ถนนสนามไชย หน้าวัดโพธิ์ ถนนเพชรเกษม ขาออกหน้าซีคอนบางแค-ซอย 37 ถนนราชวิถี เชิงสะพานกรุงธน ถนนสุรวงศ์ ช่วงทางด่วน ถนนสวนพลู ตลาดสวนพลู ถนนพระพิพิธ ช่วงแยกถนนสนามไชย ถนนศรีอยุธยา สน.พญาไท-ถนนพระราม 6 ถนนศรีอยุธยา-ทางรถไฟ ถนนพระราม 6 ทางรถไฟ-แยกอุรุพงษ์ ถนนศรีอยุธยา กรมทางหลวง-ทางรถไฟ ถนนเพชรเกษม ช่วงซอย 28 ถนนลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนสุขุมวิท ซ.ลาซาล-ซ.แบริ่ง ถนนสาธุประดิษฐ์ ร.ร.ยานนาเวศ ถ.พระราม 1 ช่วงหน้าสนามกีฬา ถนนพญาไท หน้ากรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท ตรงข้ามกรมปศุสัตว์ ถนนนครไชยศรี กรมสรรพสามิต สำนักการระบายน้ำ ร่วมกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสูบน้ำจนน้ำแห้งเป็นปกติ ในเวลา 01.45 น. ซึ่งในช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แจ้งขอขอบคุณทุกคนทุกหน่วยงานที่ช่วยกันดำเนินการเร่งระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกหนัก

ขณะที่ในช่วงเช้าสภาพน้ำท่วมขังที่บริเวณแยกบางนา-ตราด มีน้ำท่วมขังสูง 5-10 เซนติเมตร ทั้งสองช่องทางด้านซ้ายทั้งสองฝั่งถนน ส่งผลให้การจราจรบนถนนสุขุมวิท ติดขัดหนักทั้งขาเข้าและขาออกยาวจนถึงปากซอยแบริ่ง มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางนาและตำรวจ สน.บางนา อำนวยความสะดวกจนเที่ยงเศษน้ำจึงลดลงปกติ

เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดการประชุมทางวิชาการระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 3 ช่วงนั้นสภาพอากาศใน กทม.มีฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุมทีเล่นทีจริง เพื่อให้เกิดอารมณ์ขันว่า “ที่ผ่านมาพยายามขุดคลองรับน้ำเพื่อรับฝน แต่ก็ไม่ตก กลับมาตกที่ กทม.ตลอด ไม่รู้ว่าตกไล่ผู้ว่าฯหรือเปล่า”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นห่วงประชาชนในบางพื้นที่อาจประสบภาวะน้ำท่วม วาตภัย และดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานคาดว่าในช่วงวันที่ 17-21 มิ.ย.นี้ จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าปกคลุมประเทศไทย กำลังค่อนข้างแรง ส่งผลมีฝนตกชุกหนาแน่นในหลายพื้นที่ จึงสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และส่วนราชการที่พื้นที่ หน่วยปฏิบัติ เตรียมความพร้อมรับมือเพื่อให้เป็นไปตามแผนช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะ จ.ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ตราด เพชรบุรี ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สมุทรปราการ ปราจีนบุรี และกรุงเทพฯ พร้อมกำชับให้หน่วยทหารในพื้นที่เตรียมพร้อมเพื่อสามารถเข้าร่วมทีมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกได้ส่งทหารช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในพื้นที่ กทม. โดยกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) เข้าตรวจสอบประตูระบายน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ กทม.ในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ แจ้งเส้นทางที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมขังแก่ประชาชน มีการตรวจสอบสถานการณ์น้ำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) มีการรายงานสถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนจากภาวะฝนตกหนักเมื่อกลางดึกวันที่ 16 มิ.ย. ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ในพื้นที่ กทม. โดย พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก สั่งให้หน่วยทหารให้การช่วยเหลือต่อเนื่องและครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้หน่วยพิจารณาจัดรถรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ตามความเหมาะสม

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังมีบัญชาให้กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก รับผิดชอบการวางแผนบริหารจัดการในภาพรวมของการเตรียมดูแลประชาชนในสถานการณ์อุทกภัย โดยขณะนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ซึ่งมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ ได้แปรสภาพเป็นศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาอุทกภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ศอกภ.คสช.) โดยมีภารกิจเร่งด่วน คือ การช่วยเหลือตามสถานการณ์ จัดทำแผนการช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยขนาดใหญ่ในภาพรวมของประเทศ เช่น อุทกภัยปี 2554 โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ กระทรวงมหาดไทย กทม. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการประสานข้อมูล เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทุกด้าน การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์

เวลา 10.00 น.ที่กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมหารือข้อราชการกระทรวงมหาดไทย โดยมีวาระพิเศษคือ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยกล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ปีนี้ฝนจะมาช้าในเดือน ก.ค. ทำให้การบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูกต้องเปลี่ยนแปลงเวลาไปจากเดิม ดังนั้นพื้นที่ในโครงการชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีการเพาะปลูกไปแล้ว 3.4 ล้านไร่ กรมชลประทานประเมินว่าพอส่งน้ำไปใช้เพื่อการเพาะปลูกได้ แต่ขอให้ช่วยกันดูแลการใช้น้ำ โดยรักษาพื้นที่ 3.4 ล้านไร่นี้ไว้ให้ได้ สิ่งที่เป็นห่วงคือถ้าประชาชนแย่งกันใช้น้ำ จนไม่ช่วยกันบริหารจัดการรอบเวรให้เป็นไปตามที่กำหนด จะมีปัญหาในการกระจายน้ำให้ทั่วถึงกัน ฝาก ผวจ.ทั้ง 22 จังหวัด ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน โดยย้ำว่ารัฐบาลพยายามจะช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่เพาะปลูกไว้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือที่เป็นนาดอนอีก 4 ล้านไร่ ขอให้เลื่อนเวลาเพาะปลูกไปในเดือน ก.ค.

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าปัญหาของ 22 จังหวัดไม่ใช่ปัญหาของทั้งประเทศ แต่เป็นปัญหาในพื้นที่นี้รัฐบาลได้มีมาตรการดูแลแล้ว ขอให้ประชาชนอย่าเกิดความตระหนก รัฐบาลไม่อยากให้มีใครเอาปัญหานี้ไปเป็นเงื่อนไขทางการเมืองเพราะจะทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงได้ ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีทางทิ้งประชาชนเพราะปัญหาปากท้องเป็นปัญหาสำคัญ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงประชาชนที่ทำการเกษตรทั้งหมดให้เกิดความเข้าใจไม่ให้ตระหนกตกใจ สถานการณ์น้ำทุกพื้นที่ทุกเขื่อนยังมีน้ำอยู่ที่ร้อยละ 20 เราหวังว่าช่วงกลางและปลายฤดูฝนจะมีน้ำตกเหนือเขื่อน แต่ถ้าไม่เป็นไปตามน้ำเราต้องเตรียมรับสถานการณ์ให้ดี ขอให้ผู้ว่าฯ สำรวจพื้นที่เตรียมการรับน้ำที่มีน้อย โดยชี้แจงประชาชนให้ทุกคนประหยัด ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยรัฐบาลมีมาตรการช่วยให้เกิดรายได้เสริมกับประชาชนแน่นอน และขอฝากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาด้วย

คนกรุงปวดใจ ฝนถล่มตั้งแต่ดึก ยันเช้า รถราติดหนับเป็นอัมพาต หลายเส้นทางในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน “ประยุทธ์” แซวฝนตก กทม.ผิดที่ สงสัยไล่ผู้ว่าฯ สั่งทุกหน่วยรับมือน้ำท่วม ขณะที่ “สุขุมพันธุ์” โวสามารถระบายน้ำท่วมขังได้ดี 18 มิ.ย. 2558 08:07 ไทยรัฐ