วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบโจรงัดรถ จองเวร-อีซูซุ

ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที ฉกของมีค่าเรียบวุธ

ตำรวจ สน.ท่าข้าม รวบหนุ่มแสบร่วมกับพวกที่เจอในคุก ออกตระเวนใช้ไขควงปากแบนงัดรถเข้าไปลักทรัพย์ เผยโคตรเซียนเลือกเฉพาะรถกระบะดีแมคซ์ และมิวเซเว่น เพราะรู้จังหวะระบบสัญญาณเตือนภัยรถ แต่ละคันใช้เวลาเพียง 2-3 วินาที ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง ผู้เสียหายบางรายถูกเชิดทั้งคันหากทิ้งกุญแจสำรองไว้ในรถ

รวบหนุ่มตระเวนใช้ไขควงงัดรถขโมยทรัพย์สิน เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. พ.ต.อ.เชิดชาย สัตตบุศย์ ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.สุรเวช การวัฒนาศิริกุล รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.ทศพล โชติคุตร์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.ธนเดช ทีนาคะ สวป.สน.ท่าข้าม พ.ต.ต.ยุทธภูมิ ฝอยทอง สว.สส.สน.ท่าข้าม พร้อมฝ่ายสืบสวนสน.ท่าข้าม แถลงข่าวจับกุมนายสมยศ หรือตั้ม ทองคุ้ม อายุ 32 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 385/2558 ลงวันที่ 3 มิ.ย.58 ในข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดของกลางปืน 6.35 ซองกระสุน 2 อัน รถอีซูซุ มิวเซเว่น สีเทา ทะเบียน ศฮ 5713 กรุงเทพมหานคร รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน ถย 718 กรุงเทพมหานคร กล้องถ่ายรูป 1 ตัว โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ไขควงปากแบนที่ใช้ก่อเหตุ 1 อัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวม 40 รายการ จับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 31/299-300 หมู่ 4 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร

สืบเนื่องจากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายที่ใช้รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอีซูซุ รุ่นมิวเซเว่น จำนวน 12 ราย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ว่า ถูกคนร้ายงัดประตูรถลักทรัพย์สิน ซ้ำบางรายยังถูกขโมยรถไปเหตุเกิดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในพื้นที่ สน.ท่าข้าม ต่อมา พ.ต.อ.เชิดชายสั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้ามร่วมกับชุดจู่โจมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบภาพนายสมยศร่วมกับพวกก่อเหตุดังกล่าว กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้พร้อมยึดของกลางคืนได้จำนวนมาก ที่เหลืออยู่ระหว่างตามตัวมาลงโทษ

สอบสวนนายสมยศทราบว่า เคยถูกตำรวจพื้นที่ จ.สมุทรสาคร จับข้อหาเสพยาบ้า, ลักทรัพย์และรับของโจร ติดคุกมา 1 ปี 6 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาไม่มีงานทำจึงร่วมกันกับเพื่อนอีก 2 ราย ชื่อนายเอและนายเอส (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) อายุประมาณ 25-30 ปี ที่รู้จักในเรือนจำ ตระเวนใช้ไขควงงัดประตูรถนำทรัพย์สินไปขายนำเงินมาแบ่งกัน หากผู้เสียหายรายใดเผลอทิ้งกุญแจสำรองไว้ในรถก็จะลักรถทั้งคัน ไปชำแหละอะไหล่และสลับแผ่นป้ายทะเบียนนำมาขับตระเวนก่อเหตุ โดยในพื้นที่ สน.ท่าข้ามนั้น เคยก่อเหตุมาแล้ว 12 ครั้ง

“สาเหตุที่ต้องคัดเฉพาะรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ และรถอีซูซุ มิวเซเว่นนั้น เพราะมีเทคนิคการงัด ประกอบกับทราบดีว่าถ้าหากงัดถูกจังหวะสัญญาณกันขโมยจะไม่ร้องเตือน แต่ละครั้งใช้เวลาก่อเหตุเพียง 2-3 วินาที เมื่อลงมือเสร็จจะจัดทรัพย์สินในรถให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายรู้ตัวขณะกลับมาที่รถ เคยมีผู้เสียหายรายหนึ่งทิ้งกุญแจสำรองไว้ เลยถูกขโมยรถไปทั้งคัน” นายสมยศกล่าว

ด้านนายกมลชัย กมลสุธีชัย อายุ 52 ปี ผู้จัดการบริษัทค้าเหล็กเส้นแห่งหนึ่งย่านบางกระดี่ 1 ในผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ขับรถอีซูซุ มิวเซเว่น สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌฬ 2023 กรุงเทพมหานคร ไปธนาคารที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพระราม 2 เมื่อย้อนกลับมาที่รถไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่พอขับออกจากลานจอดสังเกตเห็นเหรียญหล่นตรงที่พักเท้า จึงรีบจอดรถตรวจสอบพบเงินสด 70,200 บาท นาฬิกาข้อมือและแหวนทอง ที่เก็บอยู่ในกระเป๋าสะพายสูญหายไป นอกจากนี้ ปืน 6.35 ที่ซุกซ่อนไว้ใต้เบาะยังถูกลักไปด้วย จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบกระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง เบื้องต้นนายกมลชัยมอบเงิน 30,000 บาท ให้ชุดจับกุมเพื่อเป็นสินน้ำใจในการทำงานครั้งนี้

ตำรวจ สน.ท่าข้าม รวบหนุ่มแสบร่วมกับพวกที่เจอในคุก ออกตระเวนใช้ไขควงปากแบนงัดรถเข้าไปลักทรัพย์ เผยโคตรเซียนเลือกเฉพาะรถกระบะดีแมคซ์ และมิวเซเว่น เพราะรู้จังหวะระบบสัญญาณเตือนภัยรถ แต่ละคันใช้เวลาเพียง 2-3 วินาที