วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมาคมกำนัน ผญบ.ฮึ่มแถลงโต้ถูกจับปืนไม่เป็นธรรม

ปัญหาความวุ่นวายภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เริ่มบานปลายออกไปเรื่อยๆ ทั้งความขัดแย้งการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ การสรรหาอธิการบดีคนใหม่ที่กำลังเข้มงวด รวมทั้งการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช.ใช้ให้ ม.44 เข้ามาแก้ปัญหา กระทั่งมีคนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงถล่มบ้านพักเจ้าหน้าที่ภายใน มวล. ขณะที่ตำรวจ ทหาร ปูพรมตรวจค้นตามแผนปฏิบัติการ “ท่าศาลาโมเดล” เชื่อว่ามาจากเรื่องขัดแย้งภายใน มวล. ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการนัดประชุมรวมพลังของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 300 กว่าคน นำโดยนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยและประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.นครศรีธรรมราช และนายกวี ศรีวิสุทธิ์ ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ท่าศาลา ร่วมชุมนุมแสดงพลัง

จากนั้นนายกวี ศรีวิสุทธิ์ กำนัน ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา ในฐานะประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ท่าศาลา ได้เป็นตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านอ่านแถลงการณ์สรุปใจความว่า กรณีตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับทหารนำหมายศาลไปตรวจค้นบ้านและจับกุมนายนิรัตน์ เชาวลิต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา และนายปรินทร อิวิโส สารวัตรกำนัน ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา พร้อมของกลางปืน 9 มม. กระสุน 18 นัด ตรวจค้นได้จากบ้านนายนิรัตน์ และปืนพก .357 พร้อมกระสุน 49 นัด ค้นได้จากบ้านนายปรินทร ทั้งที่บุคคลทั้งสองชี้แจงต่อตำรวจชุดจับกุมว่าปืนดังกล่าวได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน อ.ท่าศาลา และซื้อมาอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานให้ดู แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ฟังเหตุผล อ้างว่าคนทั้งสองไม่มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) และนำตัวไปควบคุมไว้ในห้องขัง สภ.ท่าศาลา แม้ว่าปลัดอำเภอในฐานะผู้บังคับบัญชาจะออกมาชี้แจงยืนยันถึงความถูกต้อง แต่ก็ยังถูกแจ้งข้อกล่าวหา และขณะนี้บุคคลทั้งสองได้รับการประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว

ต่อมาทางอำเภอท่าศาลาได้มีหนังสือถึง ผกก.สภ.ท่าศาลา เพื่อยืนยันถึงความถูกต้องในการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) พร้อมทั้งแนบหนังสือของกรมการปกครองที่ มท.0307.4/4387 ลงวันที่ 20 พ.ค.2552 เรื่องขอตรวจสอบเอกสารมีไปถึงอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 พร้อมคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 5139/2545 ระหว่างพนักงานอัยการ จ.นครปฐม (โจทก์) กับจำเลยคนหนึ่ง เพื่อเทียบเคียงกับคดีดังกล่าวข้างต้น เมื่อเทียบเคียงกับกรณีของนายนิรัตน์ เชาวลิต และนายปรินทร อิวิโส ปราศจากข้อสงสัยใดๆว่าบุคคลทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดแต่อย่างใด การกระทำของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระทำเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะสม พวกเรา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผช.ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ฯ สารวัตรกำนัน ในฐานะนักปกครองและเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เห็นด้วยอย่างยิ่งในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมและพร้อมให้การสนับสนุนในวิธีการดังกล่าว

ดังนั้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม หรือขาดความรอบคอบ จะต้องหันหน้ามาคุยกัน แล้วแก้ไข เพื่อร่วมดูแลบ้านเมืองตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย พวกเราขอเรียกร้องดังนี้ ขอให้ ผวจ.นครศรีธรรมราช และ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้หาข้อยุติและเอากรณีดังกล่าวเป็นกรณีศึกษา พร้อมทั้งออกหนังสือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งนายทะเบียนฯ ตำรวจและผู้ขออนุญาตซื้ออาวุธปืนจะได้เป็นบรรทัดฐานไม่ต้องสุ่มเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมายและก่อประโยชน์ทุกฝ่าย เห็นด้วยกับการตรวจค้นอาวุธปืนแต่ไม่เห็นด้วยกับการนำมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนเพราะเป็นการสร้างภาพพจน์ไม่ดีให้กับ จ.นครศรีธรรมราช เป็นการทำลายบรรยากาศท่องเที่ยว นักลงทุนไม่กล้ามาลงทุน ทั้งๆที่อาวุธที่นำมาแถลงข่าว เป็นอาวุธที่ถูกต้องแทบทั้งสิ้น ลงชื่อ ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ท่าศาลา, ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.นครศรีธรรมราช, สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และเพื่อนๆนักปกครองทุกคน

จากนั้นนายกวี ศรีวิสุทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอาง ผบก.ภ.จ. นครศรีธรรมราช เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจเพื่อไม่ให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.